สำหรับธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์แล้ว หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของผู้ประกอบการน่าจะเป็นเรื่อง Logistics เพราะการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่อย่างโซฟาหรือเก้าอี้แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และถ้ามีกรณีที่สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง ทางร้านก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอีกก้อนด้วย
ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุนขนส่งที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์พยายามหาวิธีลดขนาดสินค้าหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าให้มากที่สุด และนี่ก็คือจุดที่ทำให้โมเดล flatpacks ของ IKEA บริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่สัญชาติสวีเดน เข้ามาเปลี่ยนเกมได้
คอนเซปต์ของ flatpacks พูดง่าย ๆ ก็คือการถอดเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นชิ้นส่วนหลาย ๆ ชิ้นเพื่อให้ใส่ในกล่องรูปทรงแบน ๆ ได้ โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์ก็จะต้องเป็นคนที่ทำหน้าที่นำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมาประกอบเองที่บ้าน
ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นก่อนที่ IKEA จะเริ่มนำคอนเซปต์นี้มาใช้ในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ต้องย้อนกลับไปช่วงประมาณปี 1954 คุณ Gillis Lundgren ได้เข้ามาเป็นพนักงานคนแรก ๆ ของ IKEA ที่คุณ Ingvar Kamprad เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงสิบปี โดยในช่วงนั้น การซื้อเฟอร์นิเจอร์คุณภาพดีแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระบบการขนส่งสินค้าต่าง ๆ ยังไม่พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ ดังนั้นผู้บริโภคต้องรอเฟอร์นิเจอร์มาส่งที่บ้านนานหลายอาทิตย์และยังมีราคาแพงอีก
อย่างไรก็ตาม วันหนึ่งคุณ Lundgren ได้รับมอบหมายให้ขนย้ายผลิตภัณฑ์โต๊ะไปยังสตูดิโอถ่ายรูปสินค้าลงแค็ตตาล็อก แต่โต๊ะดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินไปจนไม่สามารถใส่เข้าไปในท้ายรถได้ คุณ Lundgren จึงเกิดไอเดียถอดขาโต๊ะออกก่อนแล้วค่อยไปประกอบคืนเมื่อเดินทางถึงที่หมาย
ไอเดียดังกล่าวของคุณ Lundgren ก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ IKEA นำวิธีดีไซน์สินค้าแบบ flatpacks มาต่อยอดในการออกแบบสินค้าต่าง ๆ จนถึงทุกวันนี้ โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นนั้นจะต้องเริ่มต้นจากคำถามว่าของชิ้นนี้สามารถแยกชิ้นส่วนเพื่อบรรจุลงกล่องแบน ๆ ได้หรือไม่ ก่อนเสมอ ทำให้ถึงแม้ว่า IKEA จะไม่ใช่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์รายแรกที่นำไอเดีย flatpacks นี้มาใช้ แต่ IKEA ก็ถือว่าเป็นคนที่ทำให้คอนเซปต์นี้แมสขึ้นมา
วิธีคิดง่าย ๆ ในการแยกชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ยัดใส่กล่องกระดาษแบน ๆ ก็ได้ปฏิวัติระบบการทำงานของ IKEA เพราะบริษัทสามารถแก้ปัญหาด้าน Logistics ที่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปต้องเจอจากการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ โดยบริษัทสามารถลดปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านรถบรรทุกได้สูงสุดถึง 70% เพราะสามารถนำกล่องแบน ๆ มาซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นโดยไม่สร้างความเสียหายต่อสินค้าได้ขณะขนส่ง
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ในปี 2022 การผลิตสินค้าภายใต้คอนเซปต์ flatpacks ช่วยให้ IKEA ประหยัดต้นทุนวัตถุดิบสินค้าลง 10% หากเทียบกับการผลิตสินค้าแบบดั้งเดิม
คอนเซปต์นี้ยังมีข้อดีด้านการลดต้นทุนแพคเกจจิ้งและไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บในคลังสินค้าเพราะกล่องกระดาษแบบแบน ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ที่จัดเก็บเยอะเท่ากับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
โมเดลนี้ยังช่วยลดความจำเป็นในการจ้างพนักงานมาประกอบและขนส่งสินค้า ขณะที่การให้ลูกค้าประกอบสินค้าขึ้นมาเองที่บ้าน ยังมีข้อดีที่คาดไม่ถึงคือช่วยให้ลูกค้ามีความรู้สึกผูกพันกับสินค้าและแบรนด์มากขึ้น จนเกิดความภักดีต่อแบรนด์อีกด้วย
การผลิตเฟอร์นิเจอร์ภายใต้คอนเซปต์เรียบง่ายนี้เองก็ได้ทำให้บริษัทเฟอร์นิเจอร์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในสวีเดน เติบโตกลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมากกว่า 504 สาขาอยู่ใน 63 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายทั่วโลกปีละ 1.6 ล้านล้านบาท อย่างทุกวันนี้
อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของ IKEA ก็เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ลองปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพียงเล็กน้อย แล้วนำมาใช้เป็นจุดแข็งของบริษัท ทำให้สามารถลดต้นทุนและสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จนสามารถสร้างกำไรที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ที่มา: IKEA, Wikipedia, Alibaba, ISTANBUL NISANTASI UNIVERSITY
The Business Plus บิสิเนสพลัส

