‘หาดทิพย์’ ผู้ผลิตและจำหน่าย ‘โค้ก’ ภาคใต้เปิดแผนปี 69 เน้นบริหารต้นทุน สู่วิกฤตพลังงาน-กำลังซื้อต่ำ

ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจมีความท้าทายมากจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังซื้อที่อ่อนตัว และภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ช่วงปลายปี โดยข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) บ่งชี้ว่าตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Ready-to-Drink: NARTD) ในพื้นที่ภาคใต้ปี 2568 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และจัดโปรโมชั่นที่ “คุ้มค่า” ได้แก่ การเพิ่มปริมาณ และแถมสินค้าที่เป็นที่นิยม เช่น แก้ว “โค้ก” และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

รวมถึงการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ 568 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการลงทุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรายการพิเศษบางประการ ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

ซึ่งจากข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ประจำปี 2568 ปรากฏว่า หาดทิพย์ ยังคงเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (NARTD) ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในภาพรวมที่ 23.2% และสำหรับตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมนั้น บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งที่ 78.2%

โดย พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2568 เป็นอีกปีที่ท้าทายจากแรงกดดันด้านกำลังซื้อ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวอย่างรวดเร็วและการดำเนินงานอย่างมีวินัยเพื่อรักษารายได้และความสามารถในการแข่งขันในตลาด เราเชื่อเสมอว่ารากฐานของการเติบโตที่เข้มแข็ง คือการทำธุรกิจอย่างใส่ใจต่อผู้บริโภคและคู่ค้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ ฉะนั้น เราจึงได้ปรับแผนกลยุทธ์ตามแนวทางนี้ รวมถึงเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนและพันธมิตรคู่ค้า เพื่อร่วมทุกข์ ร่วมสุข และพลิกฟื้นธุรกิจสู่เส้นทางการเติบโตไปด้วยกัน”

ขณะที่ในปี 2569 บริษัทฯ มองว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบ และราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแนวทางบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ควบคู่กับการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว

โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการติดตามและบริหารความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมเร่งขยายการกระจายสินค้าและเพิ่มยอดขายในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิตของสายการผลิตขวดแก้วและบรรเทาความผันผวนจากราคาเม็ดพลาสติกที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากสภาวะความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ลุกลามบานปลาย บริษัทฯ ประเมินว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการขายได้ที่ประมาณ 8,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3-5%

สำหรับกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้นั้น บริษัทฯ จะเดินหน้าผลักดันนวัตกรรมสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไปแล้ว 3 รายการ ได้แก่ “แฟนต้า” รสสับปะรด และ “สไปรท์” ชิลล์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียม ได้แก่ “มอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้” ซึ่งได้ออกสู่ตลาดแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี บริษัทฯ เชื่อมั่นว่านวัตกรรมใหม่ ๆ เหล่านี้ จะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคและสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ตลอดปี 2569

“แม้ความท้าทายในปี 2569 จะมีความซับซ้อนมากขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทฯ มีประสบการณ์ในการบริหารความผันผวนและสามารถปรับตัวได้ดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการใช้ประโยชน์จากการลงทุนให้คุ้มค่า รวมถึงการนำนวัตกรรมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเมื่อพิจารณาจากการที่แบรนด์ของเรามีความนิยมเหนือสินค้าคู่แข่งค่อนข้างมากในพื้นที่ภาคใต้ เราเชื่อมั่นว่าถ้าเราไม่ประมาทและสถานการณ์ความตึงเครียดไม่ลุกลามบานปลายจนเกินไปนัก เราจะสามารถจัดการกับความผันผวนและกลับสู่เส้นทางการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย” พลตรี พัชร กล่าว

ที่มา : หาดทิพย์