สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประเมินว่ารายได้ปีนี้ของบริษัทมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน หลังราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแก๊สธรรมชาติหรือถ่านหิน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ความต้องการใช้พลังงานก็กำลังอยู่ช่วงขาขึ้น จากการมาของเทคโนโลยี AI และ Data Center
นอกจากนี้ ในระยะ 5 ปี สิ้นสุดปี 2573 บ้านปูวางงบลงทุนรวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ควบคู่กับการเดินหน้าแผนควบบริษัทกับบ้านปู เพาเวอร์ สู่บริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ BANPU (NewCo) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในไตรมาส 3 ปี 2569
การปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “Energy Symphonics” ที่มุ่งผสานศักยภาพ 4 กลุ่มธุรกิจหลักเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จัดสรรเงินลงทุนได้เหมาะสมกับศักยภาพการเติบโตของแต่ละกลุ่ม และปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว
เป้าหมายสำคัญของโรดแมป 5 ปี คือการผลักดัน EBITDA ให้เติบโตมากกว่า 1.5 เท่า และเพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดและหลากหลายมากขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 บ้านปูมีรายได้จากการขายรวม 5,278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำ EBITDA ได้ 1,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรจากการดำเนินงาน 22.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทรับรู้ผลขาดทุนสุทธิ 61.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่า รวมถึงรายการอนุพันธ์ทางการเงินและรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
เมื่อแยกตามกลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มเหมืองยุคใหม่เริ่มรับรู้รายได้จากเหมืองถ่านหินในมองโกเลียเป็นปีแรก มียอดขาย 1.62 ล้านตัน พร้อมทั้งเริ่มลงทุนในธุรกิจนิกเกิลในอินโดนีเซีย เพื่อเข้าสู่แร่แห่งอนาคต
กลุ่มก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ มียอดขายก๊าซรวม 305 พันล้านลูกบาศก์ฟุต เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน หลังลงทุนในแหล่ง Bedrock และรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 75% ไว้ภายใต้ BKV นอกจากนี้ เตรียมเปิดโครงการ Cotton Cove ในปี 2569
ด้านธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เดินหน้าพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจีน ขยายพอร์ตในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ จนมีกำลังการผลิตรวม 2,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง
ส่วนกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต เร่งสร้างระบบนิเวศ Net Zero ผ่านโครงการโซลาร์บนหลังคาในเวียดนาม กำลังการผลิตรวม 227 เมกะวัตต์ ธุรกิจแบตเตอรี่ที่มีกำลังผลิต 3.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง และการบริหารยานยนต์ไฟฟ้า 876 คัน รวมถึงการลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital ในบริษัทเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน AI
The Business Plus บิสิเนสพลัส

