ในโลกศิลปะร่วมสมัย เวนิส ไม่ใช่เพียงเมืองแห่งประวัติศาสตร์ หากแต่เป็น “ศูนย์กลางการสนทนาทางวัฒนธรรมของโลก” ที่ทุกผลงานศิลปะต้องยืนอยู่ต่อหน้าคำถามสำคัญว่า เรามาจากไหน และกำลังจะเดินไปทางที่ใด และการที่ศิลปะร่วมสมัยจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กลับมาปรากฏตัว ณ เมืองแห่งสายน้ำสายนี้อีกครั้ง จึงไม่ใช่เพียงการจัดแสดงงานศิลป์ หากคือการยืนยันบทบาทของภูมิภาคบนแผนที่วัฒนธรรมโลกอย่างชัดเจน

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และเครือข่ายพันธมิตร ประกาศความพร้อมในการจัดนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” ณ Palazzo Rocca Contarini Corfù นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 2 สิงหาคม 2569 โดยจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61 ซึ่งถือเป็นเวทีศิลปะร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

การกลับมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดแสดงครั้งแรกเมื่อปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการผลักดันศิลปินไทยและอาเซียนให้มีพื้นที่ยืนอย่างสง่างามในบริบทศิลปะสากล ไม่ใช่ในฐานะ “ผู้มาเยือน” แต่ในฐานะ “ผู้ร่วมกำหนดบทสนทนา” ของโลกศิลปะร่วมสมัย
นิทรรศการในครั้งนี้รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยจำนวน 29 ชิ้น และการแสดงสด ถ่ายทอดผ่านผลงานของศิลปิน 20 คนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ครอบคลุมรูปแบบงานที่หลากหลาย ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ไปจนถึงวิดีโอจัดวาง โดยมีแกนกลางของการเล่าเรื่องอยู่ที่ประเด็นร่วมสมัยซึ่งสังคมโลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การพลัดถิ่น มรดกของลัทธิล่าอาณานิคม และพลวัตของการผสมผสานทางวัฒนธรรม
“การข้ามน่านน้ำ” ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์หลักของนิทรรศการ ไม่ใช่เพียงในเชิงภูมิศาสตร์ แต่ในฐานะภาพแทนของการเคลื่อนย้ายความคิด ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่หลอมรวมกันผ่านกาลเวลา สายน้ำในนิทรรศการนี้จึงไม่ใช่เส้นแบ่ง หากเป็นพลังที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า การกลับมาจัดแสดงผลงานที่เวนิสอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเดินทางทางวัฒนธรรมที่ยาวนาน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างพื้นที่ให้ศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สื่อสารกับโลกผ่านภาษาแห่งศิลปะ
มากไปกว่านั้น นิทรรศการครั้งนี้ยังเป็นการสานต่อสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอิตาลี ที่มีรากฐานยาวนานย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ.1897 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสนครเวนิส เพื่อทอดพระเนตรงานเวนิส เบียนนาเล่ การเดินทางในครั้งนั้นไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการทูต หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซึ่งนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing 2026” ได้หยิบยกขึ้นมาร้อยเรียงใหม่ในบริบทร่วมสมัย

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ อธิบายว่า งานครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอด “จิตวิญญาณของภูมิภาค” ผ่านมุมมองของศิลปินที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง ทั้งในด้านเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และประสบการณ์ชีวิต แต่ทั้งหมดกลับเชื่อมโยงกันภายใต้ธีมเดียวกันอย่างแนบแน่น
เวนิสในฐานะเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์การเดินเรือ การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จึงกลายเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ที่สอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทะเลเป็นทั้งเส้นทางชีวิตและเส้นทางประวัติศาสตร์ กระแสน้ำในนิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่พาเรื่องราวจากดินแดนอันห่างไกลมาบรรจบกัน ณ จุดเดียว

รายชื่อศิลปินที่ร่วมแสดงงานในครั้งนี้ ครอบคลุมตั้งแต่ศิลปินระดับนานาชาติ ไปจนถึงศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ นำโดย มารีน่า อบราโมวิช ศิลปินการแสดงระดับตำนาน ร่วมกับศิลปินจากไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ลาว เมียนมา กัมพูชา บรูไน และยุโรป การรวมตัวของศิลปินจากหลากหลายภูมิหลังเช่นนี้ ทำให้นิทรรศการมิได้เป็นเพียงการนำเสนอผลงาน หากคือการเปิดพื้นที่สนทนาข้ามวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
สำหรับไทยเบฟ การสนับสนุนโครงการนี้ไม่ใช่เพียงบทบาทของผู้สนับสนุนศิลปะ หากเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพลัง Soft Power ของไทยและภูมิภาค ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้ศิลปินได้เติบโตในเวทีสากล และทำให้ศิลปะกลายเป็นภาษากลางในการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน

“The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026” จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการศิลปะ หากเป็นสะพานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์สู่อนาคต เชื่อมโยงภูมิภาคสู่โลก และยืนยันว่าศิลปะร่วมสมัยไทยและอาเซียน พร้อมแล้วที่จะยืนอยู่ในบทสนทนาระดับโลกอย่างสง่างาม
ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale
The Business Plus บิสิเนสพลัส

