เมื่อพูดถึงการลงทุน หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ จะจัดพอร์ตยังไงให้รอดทั้งวันที่ตลาดหุ้นขึ้นและลง โดยวันนี้ Business+ จะมาแนะนำให้รู้จักกับกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ All Weather ของคุณ Ray Dalio มหาเศรษฐีนักลงทุนระดับโลก ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates
แนวคิดเบื้องหลังของกลยุทธ์ดังกล่าวคือ การอยู่รอดในทุกสภาพเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงที่ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นจนถึงวันที่ตลาดร่วงหนักมาก ๆ เปรียบเสมือนกับสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เราไม่สามารถคาดเดาอนาคตเศรษฐกิจได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถทำความเข้าใจว่าราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ จะตอบสนองอย่างไรต่อสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป โดย Bridgewater แบ่งสภาพเศรษฐกิจ โดยใช้ปัจจัยหลัก ๆ 2 ตัวคือการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ทำให้สามารถแบ่งสภาพเศรษฐกิจออกเป็น 4 แบบ คือ
- ช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตและเงินเฟ้อขึ้น
- ช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตและเงินเฟ้อลด
- ช่วงที่เศรษฐกิจหดตัวและเงินเฟ้อขึ้น
- ช่วงที่เศรษฐกิจหดตัวและเงินเฟ้อลด
ทั้งนี้ สินทรัพย์แต่ละประเภทตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจต่างกัน ดังนั้นเราจึงสามารถจัดพอร์ตให้ความเสี่ยงไม่ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์กลุ่มเดียว เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเศรษฐกิจเติบโตได้ดี หุ้นมักจะทำผลงานได้ดี แต่เมื่ออยู่ในช่วงเศรษฐกิจหดตัวที่หุ้นมักจะทำผลงานแย่ การถือพันธบัตรซึ่งให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน จะช่วยมาค้ำจุนผลตอบแทนที่ลดลงจากหุ้นได้ ในช่วงที่มีเงินเฟ้อ การถือสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำมักจะทำผลงานได้ดี ส่วนช่วงภาวะเงินฝืด อัตราดอกเบี้ยมักจะลดลง ดังนั้นพันธบัตรรัฐบาลจึงให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นต่อนักลงทุน

โดยการจัดสัดส่วนพอร์ตตามกลยุทธ์ All Weather ได้แก่
- พันธบัตรระยะยาว เป็นสัดส่วน 40%
- หุ้น เป็นสัดส่วน 30%
- พันธบัตรระยะกลาง เป็นสัดส่วน 15%
- ทอง เป็นสัดส่วน 7.5%
- สินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ เป็นสัดส่วน 7.5%
การถือครองสินทรัพย์ตามสัดส่วนนี้จะทำให้พอร์ตรวมของเราจะยังมีเสถียรภาพและไม่ผันผวนรุนแรงแม้มีสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กลยุทธ์นี้มีข้อดีตรงความมั่นคง เพราะเราจะไม่เจ็บหนักแม้ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำและเงินฝืด แต่ไม่เน้นสร้างผลตอบแทนได้สูงสุดแม้ในปีที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดี ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาก่อนว่ากลยุทธ์ดังกล่าวเหมาะสมกับเราหรือไม่ นอกจากนี้ เราควรปรับพอร์ตปีละครั้งเพื่อรักษาสัดส่วนของแต่ละสินทรัพย์ไว้อีกด้วย
ที่มา: InnovestX, Bloomberg, Bridgewater Associates
The Business Plus บิสิเนสพลัส

