Magic Software จากความเชี่ยวชาญและความเชื่อมั่น ขยายตลาดสู่โอกาสใหม่

Magic Software (Thailand) Corp., Ltd ผู้ให้บริการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ชั้นนำโดยเฉพาะในด้าน Risk & Compliance, Business Process Integration และ Cyber Securities ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย บริษัทผู้ผลิตสินค้า และอื่น ๆ ด้วยความเชี่ยวชาญและบริการที่เป็นเลิศ จึงมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อส่งมอบบริการและโซลูชันที่พร้อมจะนำลูกค้าไปสู่ยุค AI Transformation

คุณนาบุญกล่าวถึงบริการของบริษัทฯ ว่า “บริษัท Magic Software ให้บริการเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ 4 กลุ่มหลัก ๆ ครับ กลุ่มแรกก็คือ Document Management System หรือ Document Workflow เป็นโซลูชันการในบริหารจัดการเอกสาร โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มเมนูแฟคเจอริ่ง เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มักจะต้องดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าทำงานได้คล่องตัวขึ้น

กลุ่มที่ 2 คือ Integration & Automation ซึ่งเป็นบริการที่เราดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจากเป็นโซลูชันที่ช่วยอินทีเกรตระบบเก่าที่เป็น Legacy ขึ้นบนแพล็ตฟอร์มใหม่เช่นเว็บได้ โดยลูกค้าไม่ต้องทำซ้ำ โดยจะมีอินเตอร์เฟสไปจับที่หน้าจอของระบบเก่า แล้วสามารถแปลงอินเตอร์เฟสมาเป็นเว็บเซอร์วิสทางเว็บไซต์ได้เลย เป็นเครื่องมือชนิด Low Code ที่ใช้งานง่าย ช่วยเปลี่ยนโปรแกรมหลักที่ล้าสมัย ไม่ยืดหยุ่น และอิงกับระบบเดิม ให้กลายเป็นเว็บอินเทอร์เฟซสมัยใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ดที่มีอยู่ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบ SAP หรือ Salesforce ได้ด้วย ในปัจจุบัน IBM ได้เข้าซื้อทูลตัวนี้ ทำให้บริษัทได้เป็นพันธมิตรกับ IBM ด้วย ทำให้ทูลตัวนี้กลายเป็นโปรดักส์ตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะที่ดี ทำให้เรามีโปรดักส์ที่มีความสามารถมากขึ้น

กลุ่มที่ 3 คือ Anti-Fraud ปัจจุบันสถาบันการเงินต่างให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันการทุจริต การฟอกเงิน ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมากำกับค่อนข้างมาก

กลุ่มสุดท้ายก็จะเป็น Cyber Security ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่ที่เราเริ่มท้ายสุดช่วงประมาณปี 56 ครับ”

จากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ และพฤติกรรมของลูกค้า ทำให้บริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อรองรับโอกาสและตลาดใหม่ ๆ

คุณนาบุญกล่าวว่า “ปี 2569 นี้ บริษัทก็จะครบรอบ 30 ปี เราเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัย โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้พยายามพัฒนาโปรดักต์ของเราเอง ในยุคแรก ๆ เลย เราจะเน้นซื้อโปรดักต์จากเมืองนอกมาทำตลาด แล้วยุคถัดมาช่วง 10 ปีหลัง เราก็มาเน้นงานบริการ คือเราไม่ได้แค่ซื้อซอฟต์แวร์มาแล้วก็ขายไป เราซื้อซอฟต์แวร์มาแล้วก็ไปบริการให้ด้วย ดูแลบริการหลังการขาย เราค่อนข้างที่จะโฟกัสตรงงานบริการมากขึ้น แล้วก็พอเราเริ่มทํางานตรงนี้ ก็มีประสบการณ์มากขึ้น เชี่ยวชาญมากขึ้น เราก็ Positioning ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ พอเราทํามาสักพัก เราก็เลยเอาสิ่งที่เราเรียนรู้มาจากประสบการณ์ มาพัฒนาโปรดักส์ของเราเอง

อีกทั้งช่วงหลังเราพบว่าพวกโปรดักส์ที่เราซื้อมา มันเริ่มเปลี่ยนแปลงเยอะ จนบางทีเราก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ยืดหยุ่น จึงเกิดความไม่แน่นอน เพราะว่าเราค่อนข้างที่จะโฟกัสที่ลูกค้าเป็นหลัก และสิ่งที่เราซื้อมาให้เขา บางทีเปลี่ยนแปลงดีขึ้นหรือแย่ลงก็ไม่รู้ บางครั้งก็เปลี่ยนบ่อย แม้กระทั่งคนที่เราติดต่อด้วยก็เปลี่ยนไปด้วย เราก็เลยรู้สึกว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มพัฒนาโปรดักต์ของตัวเองดีกว่า”

คุณนาบุญกล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันนี้เรามีโปรดักต์ที่พัฒนาขึ้นมา 2 ตัว ตัวแรกชื่อว่า ISO DCaaS ซึ่งเป็นโปรดักส์เกี่ยวกับ Paperless Document Workflow สําหรับองค์กรที่ผ่านมาตรฐาน ISO หรือต้องการ Certify มาตรฐาน ช่วยลดความยุ่งยากและซับซ้อนในการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน ISO และการดูแลเอกสารจริงจึงช่วยให้องค์กร สามารถบริหารจัดการงานเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโปรดักต์นี้ให้บริการระบบคลาวด์ เป็น Documents Management as a Service จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายและประหยัดต้นทุนไปได้มาก

อีกตัวหนึ่งคือ FAAST (Fraud Analytic & AML Solution Technology) ตัวนี้มาจากประสบการณ์ที่เราทำมาช่วง 10 ปีกับโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งหลัก ๆ ก็เป็นเรื่อง Anti-Fraud เรื่อง AML (Anti-Money Laundering) ในช่วง 1-2 ปี เรื่องนี้เป็นกระแสมาก แต่จริง ๆ แล้วเราทํามาเกือบ 20 ปี ซึ่งอาจจะมาเร็วกว่าความต้องการของตลาด

จนกระทั่งช่วงประมาณ 10 กว่าปีหลัง แบงค์ชาติเริ่มเข้ามาโฟกัสเรื่องความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ธนาคารต่าง ๆ ก็ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบภายใน การป้องกันการฉ้อโกงมากขึ้นตามไปด้วย จนมาถึงทุกวันนี้ พอดีบัตรเอทีเอ็มก็มีความเสี่ยงในการฉ้อโกงรูปแบบใหม่ พอมาประมาณปี 2017 ก็มีโมบายแบงก์กิ้ง ก็มีความเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเราก็ทำมาเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตามโมบายแบงก์กิ้งก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีดาบ 2 ด้าน มีทั้งดีและไม่ดี กล่าวคือ คนใช้งานก็สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันมิจฉาชีพก็สะดวกขึ้นด้วย ก็มันก็ต้องดูควบคู่กันไป ทั้งความสะดวกและความปลอดภัย

ในช่วง 1-2 ปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงได้ออกกฎและระเบียบมากขึ้นเป็นพิเศษให้ธนาคารต้องปฏิบัติตาม ซึ่งทำให้ธนาคารต้องคอยมอนิเตอร์ธุรกรรมตลอดเวลา ทำให้เราได้ไปทําตรงนั้นเพิ่มขึ้นด้วย จนเราได้มีการพัฒนาโปรดักต์ของเราเองขึ้นมา ซึ่งทั้ง 2 โปรดักซ์นี้ จะโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าเดิม รวมถึงขยายไปกลุ่มใหม่ด้วย”

คุณนาบุญกล่าวถึงเป้าหมายการทำตลาดว่า “เราจะขยายตลาดอย่างจริงจัง อย่าง ISO DCaaS ก่อนหน้านี้เรามีโปรดักต์ที่ชื่อว่า E-SMART ซึ่งเป็นโปรดักต์ตัวใหญ่เป็นระบบ On Premise ส่วน ISO DCaaS ทำงานอยู่บนระบบคลาวด์ จึงเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดรองลงมาที่ไม่อยากจะลงทุนเรื่องฮาร์ดแวร์ เป็นระบบซับสคริปชัน ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั้งสองกลุ่ม ส่วนโปรดักต์เรื่องแอนตี้ฟอร์ดเป็นระบบที่ใหญ่มาก เป็นโปรดักต์ของเมืองนอก ราคาค่อนข้างสูง จึงตอบโจทย์พวกธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งพอเราทํามาได้สักพัก เราพบว่าธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ก็มีความต้องการด้านนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นในช่วงปีที่ผ่านมาเราพยายามจะขยายการให้บริการตลาดนี้มากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มนอนแบงก์และกลุ่มประกันด้วย เพราะฉะนั้นเราได้วางกลยุทธ์การตลาดทั้งในช่วงระยะสั้นและระยะกลาง

ทั้งนี้ จุดแตกต่างของเราเหนือคู่แข่งก็คือเรื่องของงานบริการ เพราะเรามีทีมบริการที่เป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย สามารถสื่อสารและรับรู้ความต้องการของลูกค้าได้เข้าใจมากกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาให้บริการจากไทม์โซนที่แตกต่างกัน รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการเดินทางมาจากต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ เราก็มีการปรับตัวเพื่อที่จะพัฒนาโปรดักต์ของเรา หรือการให้บริการลูกค้าให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เรื่องแรกที่เรามองว่าเป็นเรื่องสําคัญก็คือ พนักงาน เพื่อที่จะให้เขามีความพร้อมที่จะไปให้บริการทํางานตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันอยู่ ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เราก็ให้พนักงานมีออนไลน์เทรนนิ่งแพลตฟอร์ม เพื่อให้เขาได้เรียนรู้เรื่องใหม่ได้เรื่อย ๆ การหาความรู้เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา รวมถึงการทดลองนําเอไอเข้ามาใช้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโปรดักต์ในขั้นต่อ ๆ ไป  ผมว่ามันดีกับตัวพนักงานเองด้วย ทำให้เรามีพนักงานที่เก่งขึ้น ทำให้บริษัทดีขึ้นตามไปด้วย

เรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นข้อดีของการเปลี่ยนแปลง ก็คือมันสร้างความท้าทายให้เรา บางเรื่องก็เป็นโอกาสให้เราได้ผลงานเพิ่ม อย่างเช่นพวกโซลูชันในกลุ่ม Cyber Security ทุกวันนี้เราก็เริ่มไปคุยกับโรงพยาบาล ธุรกิจสุขภาพ เขาก็เริ่มมีเสียงตอบรับในทางที่ดีมากขึ้น”

สำหรับแผนงานด้าน ESG คุณนาบุญอธิบายว่า “เราให้ความสําคัญกับเรื่อง ESG มาก หนึ่งคือเรามีโซลูชันของเรา และเราใช้เองในบริษัทด้วย ทำให้เราสามารถเปลี่ยนกระบวนการทำงานมาเป็นแบบไม่ใช้กระดาษ เรามีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพื่อลดการใช้พลังงานในช่วงปีที่ผ่านมา ในด้านสังคม เราก็มีโครงการรับนักศึกษามาฝึกงานทุกปี ซึ่งเราทํากันค่อนข้างจริงจัง ซึ่งจะคอยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลน้อง ๆ ฝึกงานด้วย เรื่องของการกำกับดูแล การบริหารจัดการ เราเน้นเรื่องความโปร่งใส เรื่อง PDPA เรื่องมาตรฐาน ISO ซึ่งเราได้รับทั้ง 9001 และ 29110 ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้มากขึ้น”

 

Magic Software (Thailand) Corp., Ltd

9/68 ซอยรัชประชา ถนนรัชดาภิเษก

แขวงจตุจัตร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

หมายเลขโทรศัพท์: (+66) 02-911-9988

แฟกซ์: (+66) 02-911-9948

อีเมล: info@magicsoftware.co.th

Website: https://www.magicsoftware.co.th/