Thailand Privilege ชูภูเก็ตจุดหมายพำนักระดับโลก ดึง UHNWIs ผ่านเวทีเรือยอร์ชนานาชาติ TIBS 2026

บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (Thailand Privilege Card – TPC) ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น World Class Destination อย่างแท้จริง ผ่านการเข้าร่วมงานมหกรรมเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย 2569 (Thailand International Boat Show 2026 – TIBS) งานแสดงเรือยอร์ชและซูเปอร์ยอร์ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–18 มกราคม 2569 ณ Phuket Yacht Haven Marina จังหวัดภูเก็ต

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของไทยแลนด์ พริวิเลจ ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศ พร้อมผลักดันจังหวัดภูเก็ตในฐานะหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้พำนักระยะยาวระดับโลก ท่ามกลางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพสูง และการบริการระดับสากล โดยมีภูเก็ตเป็นหนึ่งในหัวใจหลัก ด้วยศักยภาพรอบด้าน ทั้งการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ภูมิประเทศที่โดดเด่นทั้งทะเลและภูเขา รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี่

การพัฒนาโครงการขยายสนามบินภูเก็ตเฟสใหม่ พร้อม Private Jet Terminal ที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ การพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมต่อสนามบินและตัวเมือง ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกในภูเก็ตและภาคใต้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักเดินทางระดับ Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) และผลักดันภูเก็ตสู่การเป็น Global Luxury Hub อย่างยั่งยืนในอนาคต

นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศระดับโลกเท่านั้น หากแต่ได้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล (Maritime Hub) และ Strategic Luxury Hub ที่มีบทบาทสำคัญของภูมิภาค การเข้าร่วมงาน TIBS 2026 ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารแบรนด์และขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth Individuals นักลงทุน นักธุรกิจ เจ้าของซูเปอร์ยอชต์ และผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ทางทะเล ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองในเมืองชายทะเลระดับโลก รวมถึงผู้ที่มีความประสงค์พำนักระยะยาวในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีศักยภาพครอบคลุมทุกมิติ ทั้ง Sea, Sand และ Sun และสามารถดึงดูดชาวต่างชาติจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ภูเก็ตยังโดดเด่นด้วยความหลากหลายของประสบการณ์ ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และ Local Experience ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าและวิถีชีวิตของชุมชน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าชั้นนำ ศูนย์สุขภาพและ Wellness Center ระดับสากล การล่องเรือยอร์ช กิจกรรมทางน้ำ และท่าจอดเรือมาตรฐานสากลทั่วทั้งจังหวัด สะท้อนการผสานระหว่างวัฒนธรรม ธรรมชาติ และความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวลักชัวรี่และผู้พำนักระยะยาวอย่างรอบด้าน ไทยแลนด์ พริวิเลจ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในจังหวัดภูเก็ต เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้กับสมาชิก ครอบคลุมทั้งด้านที่พัก โรงแรมระดับ 5 ดาวพร้อมแพ็กเกจพิเศษเฉพาะสมาชิก ด้านการเดินทางด้วยบริการรถรับ–ส่งและรถเช่าจากสนามบิน รวมถึงด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ ด้วยสิทธิพิเศษด้าน Wellness, Spa และโรงพยาบาลชั้นนำ นอกจากนี้ สมาชิกที่พำนักในจังหวัดภูเก็ตและพังงายังสามารถใช้บริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ บริการรายงานตัวทุก 90 วัน (90-Day Report) การเปิดบัญชีธนาคาร และการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับขี่ โดยสามารถติดต่อผ่านศูนย์บริการสมาชิกได้โดยตรง

บัตรสมาชิก Thailand Privilege ถือเป็นประตูสู่การพำนักระยะยาวในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยสิทธิพิเศษด้านการพำนักตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 20 ปีขึ้นไป พร้อมบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Airport Signature Services ผู้ช่วยส่วนตัว Elite Personal Assistant (EPA) ห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge รถกอล์ฟไฟฟ้า และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ที่ครอบคลุมสุขภาพ โรงแรม สนามกอล์ฟ และร้านอาหารชั้นนำกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทของไทยแลนด์ พริวิเลจ ในการยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพและการพำนักระยะยาวของประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (Thailand Privilege Card – TPC) ยืนยันเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักขององค์กร เพื่อรองรับเทรนด์นักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวจากทั่วโลกในปัจจุบันและอนาคต

ไทยแลนด์ พริวิเลจ ชู “ความยั่งยืน” เป็นยุทธศาสตร์หลัก ยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ สู่ประสบการณ์ Meaningful & Long-Stay Living
นายมนาเทศ .ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมเกี่ยยวกับ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยระบุว่า แม้บทบาทหลักขององค์กรจะมุ่งเน้นการสนับสนุนภารกิจด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย แต่การดำเนินงานในยุคปัจจุบันไม่สามารถแยกออกจากมิติของความยั่งยืนได้ เนื่องจากเป็นเทรนด์สำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและสมาชิกระยะยาว ที่ไม่ได้มองเพียงการเดินทางท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับ Meaningful Experience และ Total Well-being ในทุกมิติของการใช้ชีวิต

สำหรับสมาชิก Thailand Privilege แนวคิดด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเลือกที่พักหรือไลฟ์สไตล์เท่านั้น หากแต่ครอบคลุมตั้งแต่การเดินทาง การอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาชิกต่างชาติให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมองหาประเทศปลายทางที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ทั้งด้านสุขภาพกาย ใจ และสภาพแวดล้อม

ขณะเดียวกัน ความยั่งยืนยังเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับมิติด้านศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ไทยแลนด์ พริวิเลจ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นและการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าและความหมายให้กับประสบการณ์ของสมาชิก ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเข้าร่วมเทศกาลสำคัญของไทย หรือกิจกรรมที่สะท้อนเสน่ห์อัตลักษณ์ท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ไทยแลนด์ พริวิเลจ ได้สะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนผ่านการจัดกิจกรรมและอีเวนต์อย่างต่อเนื่อง อาทิ การพาสื่อมวลชนและพันธมิตรสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น การชมการแสดงโขน งานเทศกาลยี่เป็ง รวมถึงการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างโครงการ “วิจิตรเจ้าพระยา” ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างคุณค่าให้กับชุมชนท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพและความหมายมากยิ่งขึ้น

ในด้านการดำเนินงานภายใน องค์กรได้เริ่มนำหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) มาปรับใช้ในหลายมิติ เพื่อยกระดับการให้บริการให้สอดรับกับแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ การเริ่มปรับใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในบางส่วนของบริการลักชัวรี่ การพัฒนาบริการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการคัดเลือกพันธมิตรโรงแรมและผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐานด้านความยั่งยืน เพื่อรองรับสมาชิกในกลุ่มพำนักระยะยาวและกลุ่มที่เดินทางบ่อยได้อย่างครอบคลุม

นอกจากความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม ไทยแลนด์ พริวิเลจ ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว โดยมีการศึกษาหาโอกาสทางธุรกิจและเส้นทางการเติบโตใหม่ ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง และสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาว รายได้และผลประกอบการของบริษัทถูกส่งต่อเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการนำไปพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการเติบโตขององค์กรเข้ากับการพัฒนาประเทศในภาพรวม

ผู้บริหารไทยแลนด์ พริวิเลจ เชื่อว่า ในอนาคต การตัดสินใจเลือกพำนักระยะยาวของสมาชิกจะไม่พิจารณาเพียงความสะดวกสบายหรือความปลอดภัยเท่านั้น แต่จะมองลึกไปถึงศักยภาพของประเทศในการรองรับความยั่งยืนด้านคุณภาพชีวิต (Well-being) สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว ซึ่งประเทศไทยและไทยแลนด์ พริวิเลจ พร้อมเดินหน้าตอบโจทย์ในทุกมิติ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน Thailand Privilege Card มีบัตรสมาชิก 5 ประเภท ได้แก่

  • BRONZE: 650,000 บาท (5 ปี)

  • GOLD: 900,000 บาท (5 ปี) รับคะแนนสะสมปีละ 20 คะแนน

  • PLATINUM: 1.5 ล้านบาท (10 ปี) รับคะแนนสะสมปีละ 35 คะแนน

  • DIAMOND: 2.5 ล้านบาท (15 ปี) รับคะแนนสะสมปีละ 55 คะแนน

  • RESERVE: 5 ล้านบาท (20 ปีขึ้นไป ต่ออายุได้ครั้งละ 5 ปี) รับคะแนนสะสมปีละ 120 คะแนน สำหรับกลุ่ม UHNWIs พร้อมการดูแลระดับสูงสุด

##################

ติดตามผ่าน TikTok ได้ที่ : https://www.tiktok.com/@thebusinessplus
Line Business+ : https://lin.ee/pbIHCuS
IG : https://www.instagram.com/businessplus.newgen2021/
#TheBusinessPlus #Businessplus #BusinessPlus #นิตยสารBusinessplus