เจาะกลยุทธ์ Healthlead บริษัทที่เติบโต 18% ต่อปี จากเชนร้านขายยา สู่บริษัท R&D นวัตกรรมด้านสุขภาพ

Healthlead เริ่มต้นจากร้านขายยาที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ชุมชน และได้ขยายธุรกิจสู่เชนร้านขายยาขนาดใหญ่ที่พัฒนาโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านสุขภาพที่มีทั้งเครือข่ายร้านขายยากว่า 70 สาขาทั่วประเทศ และยังเป็นผู้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพจากงานวิจัยของคนไทย

ภายใต้การบริหารของ คุณธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) ได้ทำให้บริษัทมีการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 18% ต่อปี ในปีล่าสุดมีรายได้ 2,017 ล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเชนร้านขายยาที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในประเทศ 

ทั้งนี้ คุณธัชพล ได้ให้สัมภาษณ์กับ Business Plus ว่า การเติบโตของ Healthlead เกิดขึ้นจากการวางระบบบริหารหน้าร้าน เพื่อจัดเก็บข้อมูลลูกค้าเป็นอย่างดีจนสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผนทางการตลาด วางแผนการขยายสาขา รวมไปถึงนำมาเป็นข้อมูลเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น

โดยปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของ Healthlead แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านขายยา ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักขององค์กร และ ธุรกิจการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสร้างการเติบโตใหม่ ทั้งสองส่วนถูกออกแบบให้สนับสนุนการเติบโตกันอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยจุดแข็งด้านข้อมูล ความเชี่ยวชาญของเภสัชกร และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค

ปัจจุบัน Healthlead มีแบรนด์ร้านขายยาในเครือ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่

 ซึ่งแต่ละแบรนด์ถูกออกแบบให้มีตำแหน่งทางการตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • Superdrug : มุ่งเน้นร้านขายยาลักษณะขายส่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล รองรับความต้องการของผู้ใช้บริการจำนวนมาก
  • Pharmax : ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าและ Community Mall เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเมืองที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก ประสบการณ์การเลือกสินค้า และความเป็นส่วนตัว
  • icare : เน้นพื้นที่ย่านตลาดและชุมชน ซึ่งต้องการความรวดเร็ว การเข้าถึงง่าย และการบริการที่ใกล้ชิด

กลยุทธ์การเติบโตของ Healthlead ที่ไม่ได้พึ่งพาแค่การขยายสาขา

คุณธัชพล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยปัจจุบันประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความต้องการด้านยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และบริการสุขภาพให้เพิ่มขึ้นในวงกว้าง

“จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ระบบสาธารณสุขย่อมเผชิญกับภาระที่สูงขึ้น หากการดูแลสุขภาพยังคงพึ่งพาโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถตอบโจทย์ด้านความสะดวกและการเข้าถึงสำหรับผู้สูงอายุได้อย่างเพียงพอ Healthlead จึงมองเห็นบทบาทใหม่ของร้านยาในฐานะด่านหน้าของระบบสุขภาพ ที่สามารถกระจายตัวอยู่ในทุกพื้นที่ ใกล้ชิดกับชุมชน และเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง” และ

 

โดย คุณธัชพล มีวิสัยทัศน์ว่า ร้านขายยาไม่ใช่เพียงจุดจำหน่ายยา แต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถเข้ามาขอคำปรึกษา รับคำแนะนำ และดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การขยายเครือข่ายร้านขายยาจำนวนมาก ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีมาตรฐาน และพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ 

ซึ่งจุดแข็งสำคัญของ Healthlead คือการมีเภสัชกรประจำทุกร้าน แม้ในอดีตจะเป็นภาระต้นทุนที่สูง แต่บริษัทมองว่ายาเป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง การมีเภสัชกรจึงเป็นสิ่งจำเป็นตั้งแต่วันแรก เพื่อให้การใช้ยามีประสิทธิภาพและปลอดภัย เมื่อกฎหมายด้านร้านยามีความเข้มงวดมากขึ้น การเตรียมความพร้อมดังกล่าวกลับกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันทำให้ Healthlead สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายต้องเร่งปรับตัวตามข้อกำหนดใหม่

นอกจากนี้ Healthlead ให้ความสำคัญอย่างมากกับการลงทุนในระบบไอทีและฐานข้อมูล เพื่อรองรับการขยายสาขา การบริหารโลจิสติกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากพฤติกรรมผู้บริโภค การใช้ข้อมูลสมาชิก (Database) กลายเป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

โดยบริษัทเลือกเปิดร้านในพื้นที่ที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วจำนวนมาก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยลูกค้าที่เคยเดินทางไกลมาซื้อสินค้าเป็นครั้งคราว กลายเป็นลูกค้าประจำที่เข้ามาใช้บริการบ่อยขึ้น และยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการบอกต่ออย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ Healthlead ยังพัฒนารูปแบบร้าน การจัดวางสินค้า และวิธีการให้บริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยร้านในย่านตลาดจะเน้นความรวดเร็ว ความคึกคัก และการเข้าถึงลูกค้าอย่างฉับไว ขณะที่ร้านในเมืองหรือในห้างให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว เปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้เวลาเลือกสินค้าได้มากขึ้น

นอกจากนี้แม้บริษัทจะมีสินค้ากว่า 10,000 รายการ แต่ในแต่ละสาขาจะคัดเลือกสินค้าเพียงประมาณ 4,000 รายการ เพื่อให้เหมาะสมกับทำเลและพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินค้า และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไป

อีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ที่ทำให้ Healthlead มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที จากกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นตัวแปรที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

โดย Healthlead มีอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ต่อเนื่องถึง 8 ไตรมาสติดกัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเกือบ 10% แสดงให้เห็นว่าแม้ไม่มีการเปิดสาขาใหม่แต่รายได้ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท

โอกาสเติบโตบนตลาดยาที่มีมูลค่าเกือบ 200,000 ล้านบาท

คุณธัชพล กล่าวว่า ในภาพรวมตลาดยาของประเทศไทยมีมูลค่ารวมเกือบ 200,000 ล้านบาท แต่ยอดขายผ่านร้านยามีเพียงประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่ง Healthlead มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2% สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขยายธุรกิจได้อีกมากในอนาคต

ซึ่งแกนสำคัญของ Healthlead ที่จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง คือ ธุรกิจนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย โดยบริษัททำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างนักวิจัยไทยกับตลาดจริง โดยอาศัยความเข้าใจผู้บริโภคจากร้านยา ผสานกับองค์ความรู้ด้านเภสัชกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริง

โดยปัจจุบันสัดส่วนสินค้านวัตกรรมยังมีเพียงแค่ 1–2% ของพอร์ตทั้งหมด แต่ถือเป็นแหล่งการเติบโตใหม่ในอนาคต โดยช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการออกจำหน่ายสินค้านวัตกรรมภายใต้แบรนด์ของตัวเองประมาณ 12 รายการในปีล่าสุด และตั้งเป้าเติบโตเป็นเท่าตัวในแต่ละปี

ซึ่งกลุ่มสินค้านวัตกรรมหลักประกอบด้วย วิตามินที่เน้นการพัฒนาด้านการดูดซึม ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ และกลุ่ม Q Herbal ซึ่งมุ่งต่อยอดสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงในระดับสากล ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกนำไปจัดแสดงในงาน Osaka World Expo และงาน MEDICA ที่ประเทศเยอรมนี สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยบนเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของ Healthlead ในการผลักดันนวัตกรรมของไทยสู่ระดับสากลได้อีกด้วย

สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณธัชพลตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ 15–20% ต่อปี ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวม โดยการเติบโตนี้จะอาศัยทั้งการขยายสาขาใหม่ และการเติบโตของสาขาเดิม นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของลูกค้า พนักงาน และนักลงทุน เพื่อการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคด้านสุขภาพในอนาคต

“การเติบโตของ Healthlead ไม่ได้เกิดจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กร และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตอย่างมีเสถียรภาพ” คุณธัชพล กล่าวในตอนท้าย


สามารถรับชมบทสัมภาษณ์พิเศษของ คุณธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) ได้ที่

YouTube : https://youtu.be/kjX1hFsL2a4?si=UQ5fkp-bOCFwkKxR

Facebook : https://www.facebook.com/share/v/1EmvDmKrem/