ธุรกิจรถทัวร์ในปี 2568 ที่ผ่านมามีการเติบโตจำกัด หลังจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปใช้รถส่วนตัว/เครื่องบินมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันสูง
โดยช่วงที่ผ่านมาถึงแม้จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อย แต่เกิดจากโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. อย่าง ‘ทัวร์บัสไทย ไปได้ทุกภาค’ แต่เมื่อเจาะข้อมูลผู้เล่นในตลาดรถทัวร์ที่เรารู้จักกันดี กลับพบว่ายังมีการฟื้นตัวที่จำกัด มีบางรายที่ควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่ายได้ดี และปรับเปลี่ยนมาให้บริการรถยนต์ EV
ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลทางการเงินของผู้เล่นในตลาดสามารถจัดอันดับบริษัทรถทัวร์ที่ความสามารถทำกำไรได้ดีที่สุดดังนี้

อันดับที่ 1 บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด (นครชัยแอร์) มีรายได้ในปี 67 ที่ 2,400 ล้านบาท (เติบโต 15%) กำไรสุทธิ 242 ล้านบาท (เติบโต 72%) ความสามารถทำกำไร 10.31% โดยความน่าสนใจของ นครชัยแอร์ คือการปรับตัวรับกับเทรนด์รถ EV โดยล่าสุดชนะประมูลรถเมล์ EV จำนวน 1,520 คัน คิดเป็นมูลค่า 15,355 ล้านบาท มีระยะเวลาเช่า 7 ปี เตรียมเซ็นสัญญาภายในเดือนนี้ (ม.ค. 2569) ซึ่งคาดว่าจะเป็นรายได้ให้กับบริษัทได้ในระยะยาว
อันดับที่ 2 บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด มีรายได้ในปี 67 ที่ 140 ล้านบาท (เติบโต 9%) กำไรสุทธิเพียง 3 ล้านบาท คิดเป็นความสามารถทำกำไร 2.1%
อันดับที่ 3 บริษัท จิรัฐกาล ทรานสปอร์ต จำกัด (จิรัฐกาล-เขมราฐ) มีรายได้ในปี 67 ที่ 286 ล้านบาท (ลดลง 0.32%) กำไรสุทธิเพียง 4 ล้านบาท คิดเป็นความสามารถทำกำไร 1.37%
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ภาพรวมแล้วรายได้ของบริษัทรถทัวร์มีการปรับตัวขึ้นแต่เป็นการขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระตุ้นของนโยบายภาครัฐ และอีกส่วนเป็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามในส่วนของกำไรสุทธิยังคงต่ำ ซึ่งเกิดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง จึงทำให้บริษัทรถทัวร์เหล่านี้แม้จะมีรายได้สูง แต่สุดท้ายเหลือเป็นกำไรสุทธิเพียงหยิบมือเท่านั้น
ที่มา : Corpusx
#BusinessPlus
#ธุรกิจ
#ธุรกิจรถทัวร์
The Business Plus บิสิเนสพลัส

