ทำไมบางทีคนเก่งและรวยยังทำธุรกิจเจ๊งได้ภายในไม่กี่ปี

หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่า สตาร์ตอัปส่วนใหญ่กว่า 90% จะล้มหายตายจากไปภายในเวลาเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น บ่งชี้ถึงสภาพการแข่งขันในตลาดที่ผู้ชนะจริง ๆ มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น

สำหรับไทยนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรวิเคราะห์ว่า แต่ละปีจะมีธุรกิจขนาดเล็กปิดตัวไปมากถึงกว่า 20,000 ราย และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กที่สามารถอยู่รอดได้เกิน 3 ปีก็ลดลงอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญคือ ทำไมสตาร์ตอัปส่วนใหญ่ถึงเจ๊ง ? คำตอบแรก ๆ ของหลายคนก็น่าจะเป็นว่า เจ้าของไม่เก่งไม่ขยัน ไอเดียธุรกิจแย่ หรือไม่มีเงินทุน แต่คุณ Michael Gerber พูดถึงในหนังสือ The E-Myth Revisited ว่า ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าของกิจการมักจะบริหารเจ๊งเพราะไม่ได้สร้างระบบมาช่วยพยุงบริษัท

ธุรกิจส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากความชอบหรือความสามารถของเจ้าของ อย่างคนอบขนมอร่อยก็เปิดร้านเบเกอรี่เป็นเรื่องธรรมดา แต่การลงมือทำงานย่อมไม่เหมือนกับการสร้างธุรกิจ อย่างคนอบขนม เมื่อเปิดธุรกิจ ก็ไม่ได้ทำแค่อบขนมอีกต่อไป เพราะต้องคิดถึงเรื่องสต็อกสินค้า การตอบลูกค้า การตลาด พนักงาน ค่าใช้จ่าย และเรื่องจุกจิกหลายอย่าง ดังนั้นการอบขนมเก่งไม่ได้แปลว่าจะบริหารเบเกอรี่เก่งด้วย

คุณ Gerber เปรียบเทียบช่วงเริ่มต้นของธุรกิจข้างต้นนี้กับช่วงชีวิตของคน โดยช่วงเริ่มต้น ธุรกิจก็เปรียบเสมือนกับทารกแรกเกิด เจ้าของต้องทำทุกอย่างเอง ทำให้ต้องทำงานเป็นสิบกว่าชั่วโมงในแต่ละวัน และถ้าหยุด ธุรกิจก็หยุดตาม

เมื่อเวลาผ่านไป ทารกก็จะเติบโตกลายเป็นวัยรุ่น เจ้าของธุรกิจที่เริ่มทำทุกอย่างไม่ไหวก็จะต้องจ้างคนเพิ่ม ซึ่งก็ฟังดูเหมือนจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้วอาจเครียดกว่าเดิม เพราะกว่าพนักงานใหม่จะทำงานเข้ากับร้านได้ เจ้าของธุรกิจก็ต้องคอยปรับคอยสอน หรืออาจจะถึงขั้นไมโครแมเนจ ทำให้สุดท้ายเจ้าของเหนื่อยกว่าเดิม นอกจากจะต้องบริหารจัดการกิจวัตรประจำวันของร้านแล้ว ก็ต้องมาดูพนักงานด้วย

ตรงจุดนี้เองที่ธุรกิจส่วนใหญ่เจ๊ง เพราะการต้องทำทุกอย่างเองจะทำให้เจ้าของรู้สึกเหนื่อยล้าจนหมดไฟได้ง่าย ๆ และไม่สามารถขยายกิจการได้ด้วย

ถ้าเราจะสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปเพื่อขึ้นสู่ขั้นผู้ใหญ่ได้ เจ้าของธุรกิจจะต้องคิดสร้าง “ระบบ” ขึ้นมาบริหารธุรกิจแทนตัวเอง เพราะธุรกิจที่แท้จริงไม่ควรพึ่งพาคนใดคนหนึ่ง แต่ควรพึ่งพากระบวนการที่สามารถทำซ้ำได้

คำถามต่อมาคือ แล้วจะสร้างธุรกิจที่ไม่ต้องพึ่งเราได้อย่างไร คุณ Gerber แนะนำว่าจุดเริ่มต้นคือ ลองเริ่มจากการเขียนวิธีทำงานออกมาเป็นขั้นตอน เหมือนเขียนสูตรอาหาร โดยบอกขั้นตอนการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อสามารถสอนคนอื่นให้ทำแทนได้ และที่สำคัญคือ ต้องทดลอง ปรับปรุง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบนั้นใช้ได้จริง แนวคิดนี้เรียกว่า การคิดแบบระบบแฟรนไชส์ ถึงแม้จะไม่ได้ขยายสาขาก็ตาม

เมื่อระบบเริ่มทำงาน ธุรกิจจะกลายเป็นเครื่องจักรที่เดินได้เอง เจ้าของก็จะเปลี่ยนบทบาทจากพนักงานเต็มเวลาของบริษัทตัวเองเป็นคนที่วางแผน ดูภาพรวม และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

สรุปแล้ว ธุรกิจทุกอย่างจะมีอยู่ 3 ระยะ คือช่วงเริ่มต้น ขยายกิจการ และสร้างระบบ โดยเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะไปไม่รอดในช่วงขยายกิจการ เพราะความเหนื่อยล้าและความไม่ก้าวหน้า ดังนั้นถ้าเราอยากเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จ เราต้องมองอนาคตและรีบวางระบบตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเดินต่อได้ในวันที่เราไม่ได้ทำทุกอย่างเอง

 

ที่มา: หนังสือ The E-Myth Revisited โดย Michael Gerber, ศูนย์วิจัยกสิกร