Home / BUSINESS ANALYTIC / หุ้น OR กับกาแฟอันหอมหวาน!!

หุ้น OR กับกาแฟอันหอมหวาน!!

เมื่อสักหนึ่งเดือนก่อนมีเพื่อนแอดมิน Inbox มาหา (เพื่อนคนนี้ไม่เคยซื้อหุ้นเลยและไม่มีความรู้ในเรื่องนี้) จุดประสงค์เพื่อสอบถามถึงการลงทุนในหุ้นของบริษัทหนึ่งที่ชื่อว่า OR ว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไร เราก็ถามกลับไปด้วยความมั่นใจว่า มันคือหุ้นอะไร? ฮ่า ๆ เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่ามันคือบริษัทอะไร จนต้องไปเปิด Google ถึงได้รู้ว่ามันคือหนึ่งในบริษัทลูกของบริษัทด้านอุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศเราก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
.
เราก็เลยถามเพื่อนไปว่าทำไมคุณถึงอยากซื้อหุ้นมันละ ? ก็ได้คำตอบกลับมาว่า ชอบร้านกาแฟอเมซอนของเขาเห็นมันขายดี คนกินก็เยอะ ดูแล้วน่าจะรวย!! แอดมินถึงกับต้องชะงักไปวูบหนึ่ง เพราะรู้สึกทันทีว่ามีอะไรไม่ถูกต้องในเรื่องนี้
ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับร้านกาแฟอเมซอนนะ เพราะผมก็ซื้อทานเป็นประจำ แต่เรื่องความชอบในแบรนด์ ความชอบในรสชาติกาแฟ และรู้สึกว่ามันขายดี เป็นคนละเรื่องเลย เมื่อคุณคิดว่าควรจะลงทุนในมันดีไหม เพราะอะไรรึ? หลายคนสงสัย ตอบสั้น ๆ ก็เพราะเมื่อคุณจะลงทุนในอะไรก็ตามมันมีปัจจัยมากมายไปกว่านั้นมาก ที่ไม่ใช่แค่ชอบ และรู้สึกแล้วจะลงทุนได้กำไร
.
เรามีดูรายละเอีดยกันว่าทำไมแค่ชอบจึงไม่พอ OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เขาทำธุรกิจทั้งหมด 3 ด้านหลัก ๆ
.
1. ธุรกิจน้ำมัน 34.6%
2. ธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ 28.6%
3. ธุรกิจต่างประเทศ 21.8%
4. ธุรกิจอื่น ๆ 15.0%
.
ตรงนี้เราจะเห็นว่าธุรกิจหลักของ OR ยังคงเกี่ยวข้องกับพลังงานบวกกับอื่น ๆ มีสัดส่วนสูงถึง 70% นิด ๆ ส่วนธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 28.6% ซึ่ง!! เจ้าร้านกาแฟอเมซอนอยู่ในกลุ่มนี้ (ปัจจุบันมีสาขาในประเทศมากกว่า 3,168 สาขา และสามารถขายได้มากถึง 264 ล้านแก้ว ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563) และต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลข 28.6% นี้ไม่ใช่ของร้านกาแฟอเมซอนทั้งหมด เพราะบริษัทไม่ได้มีแค่นี้ยังมีธุรกิจอื่น ๆ อีกเช่น ไก่ทอดแบรนด์ Texas, Jiffy, 7- Eleven, Fit Auto, ฮั่วเซ่งฮงติ่มซำ และอื่น ๆ เพราะฉะนั้นรายได้ของร้านกาแฟก็อาจจะไม่ได้มีผลต่อการเติบโตของบริษัทอย่างมีนัยยะสำคัญก็ได้ (ซึ่งหากใครอยากลงทุนกรุณาไปศึกษาต่อสักนิด เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงนะจ๊ะ)
.
ขยับมาดูอีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Business Model ของบริษัทในเรื่องของสถานีบริการปั๊มน้ำมัน OR ถือเป็นแชมป์ในประเทศนี้เรื่องของส่วนแบ่งตลาดที่ 38.9% มากกว่าอันดับ 2 ถึง 2 เท่า มีสาขามากกว่า 1,968 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเป้าหมายขยายไปเป็น 2,500 แห่งภายในปี 2568 และมีคลังน้ำมัน 53 คลังทั่วประเทศ (ในต่างประเทศสถานีบริการปั๊มน้ำมันปัจจุบันมีกว่า 329 สาขา มากกว่าสาขาของร้านกาแฟที่ 272 สาขา ครอบคลุม 10 ประเทศ)
.
สาระสำคัญอยู่ตรงนี้คือการลงทุนในสถานีบริการปั๊มน้ำมันจากนี้จะทำร่วมกับพันธมิตร เพื่อทำให้ต้นทุนของ OR ต่ำลง!! (ผมไม่ได้คิดเองนะ ผู้บริหารพูดเองในวันนี้เลย 20/1/21) คือใครสนใจอยากเปิดปั๊มร่วมกับบริษัทก็สามารถทำได้ แต่ทาง OR จะลงทุนแค่ 20% เท่านั้น ที่เหลืออีก 80% พันธมิตรต้องลงทุนเอง
.
ปัจจุบันการบริหารสถานีบริการของ OR มี 2 แบบ (ข้อมูล ณ ไตรมาส 3 ปี 2563)
1. Company Owned Company Operated (COCO) 82.0%
2. Dealer Owned Dealer Operated (DODO) 18.0%
.
จะเห็นว่ารูปแบบในปัจจุบันของบริษัทมากกว่า 80% OR ยังทำธุรกิจนี้ในรูปแบบ Company Owned Company Operated (COCO) คือเป็นเจ้าของเองบริหารเอง ข้อดีของมันคือคุณมีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เป็นข้อเสียคือต้นทุนที่บริษัทต้องแบกรับไว้ เช่น ค่าเช่า ค่าบริหารจัดการ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดคือต้นทุนของบริษัท
.
แต่แนวทางในอนาคตของบริษัทจะมุ่งไปที่ข้อที่ 2 ก็คือ Dealer Owned Dealer Operated (DODO) ก็คือพันธมิตรเป็นเจ้าของและบริหารเอง โดยมี OR คอยกำกับคุณภาพและเก็บค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น ข้อเสียวิธีนี้บริษัทไม่มีสินทรัพย์เท่าไร(ซึ่งพวกเขาก็อาจไม่ได้ต้องสินทรัพย์ในลักษณะนี้แล้ว เพราะมีอย่างอื่นที่มูลค่าสูงกว่า) แต่ข้อดีคือพวกเขาก็ไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมายเช่นกัน (จริง ๆ ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน)
.
แต่การจะเปลี่ยนผ่านจากแนวทางเดิมต้องใช้ทั้งเวลาและเงิน ซึ่งมันไม่ได้รวดเร็ว เหมือนเรานั่งปัดซ้ายปัดขวาบนมือถือเมื่อเราชอบอะไรและไม่ชอบอะไรแบบคนยุคใหม่เขาทำกัน เพราะนี้คือการทำธุรกิจและมันเป็นชีวิตจริง ๆ ส่วนแผนการลงทุนในช่วง 4 ปีจากนี้บริษัทก็ยังคงลงทุนกับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานเป็นหลักซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% อยู่ดี
.
โดยรายได้ 9 เดือนแรกของปี 2563 OR สามารถทำได้ถึง 319,308 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA (กำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ทำได้ 12,523 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 5,869 ล้านบาท
.
ถ้ายังไม่เข้าใจเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ถ้านั้นเอาแบบนี้ สมมุติว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันคุณคาดหวังรายได้ต่อบิลจากการเติมน้ำมัน ซึ่งเอารถยนต์รุ่นเล็กสุดเลยนะ เติมเต็มถังต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 900 บาท หรือคุณคาดหวังรายได้จากการขายกาแฟต่อบิลที่มักอยู่แถว ๆ 70-90 บาทมากกว่ากัน
.
ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่ผมไม่ได้พูดถึง ซึ่งใครก็ตามที่คิดจะลงทุนก็ควรศึกษาให้ดีนะครับ
.
เขียน : เอกพล มงคลพัมนกุล
.
ติดตาม Business+
ได้ที่ thebusinessplus.com