Home / CEO Society / Columnist / ธุรกิจความงาม มนต์เสน่ห์ไม่เคยเสื่อมคลาย

ธุรกิจความงาม มนต์เสน่ห์ไม่เคยเสื่อมคลาย

หากมองความต้องการปัจจัย 4 ของมนุษย์ “ยา อาหาร ที่พักอาศัย และเครื่องนุ่งห่ม” เชื่อว่าทุกคนจำเป็นต้องยอมจ่ายเพื่อความสุข ไม่ว่าทางกายหรือทางใจ

 

เช่นเดียวกับธุรกิจความงาม ต่างมีความเชื่อมโยงของการดำรงชีวิตในทุก ๆ วัน ตราบเท่าที่ทุกคนต้องดูดี สวย และเท่ ก่อนก้าวออกจากประตูบ้าน สินค้าเพื่อความงามอย่างน้อย 1 ชิ้นของคุณจะต้องหยิบหรือถูกใช้ เพื่อให้ตัวเองมีลุคที่ดี

 

แน่นอนว่าทำให้อุตสาหกรรมความงามยังคงเฉิดฉาย ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องทุกปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอ่อนไหวแค่ไหน นั่นทำให้เราได้เห็นทั้งเคาน์เตอร์ความงามกระจายเป็นสีสันตั้งอยู่ในห้างสรรสินค้า การขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือแม้แต่แผงลอยในตลาดนัดขนาดใหญ่

 

 

การขยายตัวจากห้างสรรพสินค้าในอดีตเดิม ไปสู่การขายแบบถึงมือผู้บริโภคเร็วขึ้น จุดเชื่อมโยงที่เป็นกระแสหลักคงหนีไม่พ้น “การขายแบบออนไลน์” ซึ่งไม่ได้แค่สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการ แต่ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในการทำธุรกิจ และพฤติกรรมการบริโภคครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมนี้เลยทีเดียว

 

 

หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน การเดินไปเคาน์เตอร์ความงามหรือซื้อในแผนกซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นเรื่องที่ต้องตั้งใจว่าจะซื้อสินค้าชิ้นนั้น แต่ภาพปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อและสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที เทคโนโลยีแบบทันสมัยยังทำให้ธุรกิจนี้เกิดการเปรียบเทียบราคาของผู้ขายแต่ละเว็บไซต์ ทำให้ยิ่งตัดสินใจง่ายขึ้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมธุรกิจจึงขยายตัวเติบโตทุกปี

 

 

Caitlin Stewart ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตลาดความงามจาก Market Research เขียนรายงานไม่นานมานี้ว่า สหรัฐอเมริกา ยังเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนความต้องการในเอเชียเป็นตลาดที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ

 

ตลาดความงามและเครื่องสำอางสามารถแยกออกเป็นเซ็กเมนต์หลัก ๆ ได้คือ เมคอัพ, โลชัน, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และเครื่องหอมและน้ำหอม

 

 

เฉพาะตลาดเมคอัพในสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2561จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 8,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดโลชันและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถือเป็นเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนราว 35.3% ของตลาดโลก โดยสินค้ากลุ่มนี้ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ดูแลมือ ยากำจัดขน และผลิตภัณฑ์ชำระล้างเครื่องสำอาง

 

 

จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมทุกปีของการสำรวจธุรกิจที่มีอนาคต ธุรกิจความงามจึงรั้งอันดับ 1 มาตลอดในระยะหลัง