Home / BUSINESS ANALYTIC / ปตท. เตรียมนำข้อมูลมหาศาลมาสร้างกลยุทธ์ธุรกิจใหม่

ปตท. เตรียมนำข้อมูลมหาศาลมาสร้างกลยุทธ์ธุรกิจใหม่

ปตท.พร้อมนำข้อมูลทั้งองค์กรมาบริหารจัดการ เพื่อวิเคราะห์และต่อยอดไปสู่การให้บริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น ชี้ใช้ปั้มน้ำมันเป็นตัวเชื่อมระหว่างธุรกิจและชุมชนเข้าด้วยกัน ผ่านการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีใหม่

ดร.บุรณิน  รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปตท.ติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง และคิดว่าน่าจะใช้ข้อมูลที่ปตท.มีอยู่มหาศาลนำมาเป็นอาวุธในการนำไปต่อยอดธุรกิจได้ อย่างเช่นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อให้สามารถไปเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้ ซึ่งแม้ปตท.จะเป็นองค์กรใหญ่แต่เราต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย

ปตท.เริ่มจัดการข้อมูลตั้งแต่ปี 2015 แบ่งเป็น 4 เฟส ซึ่งขณะนี้อยู่ในเฟสแรก ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ ที่เป็นทั้งสตรัคเจอร์และอันสตรัคเจอร์ และนำมาทำให้เห็นเป็นภาพเดียวกัน โดยจะพยายามนำข้อมูลทุกส่วนเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงหาวิธีจัดการกับข้อมูลเหล่านั้น ควบคู่ไปกับการดูว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปในแนวทางไหน เพื่อมองหาเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาเพิ่มเติม

“ต่อไปเราจะทำตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ต้องเหวี่ยงแห จะมีแคมเปญที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่จะได้รับโปรโมชันที่แตกต่างกัน รวมไปถึงจะนำมาใช้เรื่องการสร้างสินค้าและบริการใหม่ในร้านอเมซอนปัจจุบันปตท.มีบลูการ์ด 1-2 แสน สมาชิกอเมซอน 3-4 แสนราย”

ดร.บุรณิน กล่าวว่า การวิเคราะห์ดาต้าแบ่งเป็นหลายส่วน เริ่มจากอีอาร์พี ต่อยอดไปสู่ซีอาร์เอ็ม จากนั้นนำไปทำอนาไลติก และในอนาคตถ้า IoT เข้ามา เราก็จะสามารถทำนายอนาคตได้ เรามองให้ปั้ม ปตท.เป็นศูนย์กลางของชุมชน คนในชุมชนมาใช้งานใด้ ปัจจุบันปตท.มีปั้มน้ำมันกว่า 1,500 แห่งเมื่อเราลงลีดไลน์ครบทั้งหมด เราก็จะสามารถนำข้อมูลกลับสู่ศูนย์กลางได้ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างประโยชน์ต่อไป

เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม และมีแพลตฟอร์มให้พาร์ทเนอร์ได้เข้ามาใช้ร่วมกันได้ ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจเอสเอ็มอี ที่จะสามารรถเข้ามาแชร์ร่วมธุรกิจกันได้ โดยขณะนี้ปตท.ได้พาร์ตเนอร์อย่างเทราดาต้า ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาแผนระยะยาว เข้ามาช่วยเสริมสร้างความพร้อมทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และศักยภาพของบุคลากร โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพในปี 2562

จีรภา คงสว่างวงศา กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของเทราดาต้า กล่าวว่า ปตท.เป็นลูกค้าในกลุ่มธุรกิจออยแอนด์แก๊สเพียงรายเดียวจากลูกค้าในกลุ่มนี้ทั่วโลก ที่ให้เทราดาต้าเข้ามาบริหารจัดการธุรกิจรีเทลที่อยู่ในปั้มด้วย ซึ่งปั้มน้ำมันของเมืองไทยีความแตกต่างจากของต่างประเทศ เพราะเป็นเหมือนคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย โดยเทราดาต้าได้นำโซลูชันคัสเตอร์เมอร์ เจอร์นี เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลให้ธุรกิจเพื่อสร้างความเข้าใจพฤติกรรมหรือประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น รวมทั้งปรับใช้งานแบบเชิงรุกได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้โซลูชันของเทราดาต้าไม่เพียงช่วยให้บริษัทเข้าใจและเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ของลูกค้าแต่ละรายได้เท่านั้น แต่ยังรองรับทุกช่องทางและทุกอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งยังช่วยให้ผู้บริหารเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อการวิเคราะห์ที่เหมาะสม สร้างแคมเปญผ่านหลายช่องทางแบบเจาะจงลูกค้าได้พร้อมกันหลายพันรายการ โดยไม่ต้องเพิ่มกำลังคนหรือทีมงาน

“ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่มีจำนวนมหาศาล (Big data analytics) คือเทคโนโลยีที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ปตท.ให้สามารถดูแลคนไทยอย่างทั่วถึงด้วยสินค้าและบริการที่ถูกใจ สามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”