Home / CEO Society / ทองของ ปัญญา นิรันทร์กุล

ทองของ ปัญญา นิรันทร์กุล

ศึกทีวีดิจิตอลระอุ! เปิดฉากชิงเงินโฆษณาหมื่นล้านบาท ด้าน ‘เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ มาแรงเรตติ้งสูงสุดติดอันดับ 3 รองจากช่อง 7 และช่อง 3 ทั้งนี้ ผู้บริหาร คาดสิ้นปีนี้ยอดโฆษณาแตะ 2,000 ล้านบาท

 


หลังจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลได้ไม่นาน แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ผู้ประกอบการหลายรายก็ไม่ถอดใจ เดินหน้าสุดกำลัง ทั้งหวังดึงเรตติ้งและฐานกลุ่มผู้ชม เพื่อชิงเม็ดเงินโฆษณามูลค่ามหาศาล

หลายช่องมีรายการที่โดดเด่น มีผู้ชมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ของปัญญา นิรันทร์กุล หรือเสี่ยตา ที่ทำผลงานติด Top3 เกาะติดช่อง 7 และช่อง 3 มาติดๆ

ความหลากหลายของเนื้อหาในรูปแบบ Entertainments แม้เป็นรูปแบบเฉพาะกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่ตรงกับพฤติกรรมและอุปนิสัยของคนไทย ทำให้เรตติ้งของช่องนี้เกาะติดหัวแถวมาตั้งแต่เริ่มคลอดโปรเจ็กต์ติจิตอล ทีวี ส่งผลให้รายได้ของเวิร์คพอยท์กับรูปแบบดิจิตอล ทีวี ในปีที่ผ่านมา ปิดที่ 800 ล้านบาท แม้จะเป็นตัวเลขที่ปัญญามองไว้ต่ำกว่าเป้าหมายก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เวิร์คพอยท์ ‘ปัญญา นิรันดร์กุล’ ประเมินว่า ภาพรวมของการแข่งขันของทีวีดิจิตอลในปีนี้จะหนักหน่วงรุนแรง เพื่อยึดหัวหาดของการใช้เรตติ้งในการช่วงชิงเม็ดเงินโฆษณามากขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากมายด์แชร์ สื่อเอเยนซี่ชื่อดังระบุว่า งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอล ทีวี และเคเบิล/จานดาวเทียม ในปีที่ผ่านมา สูงถึง 15,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2558 สอดคล้องกับมุมมองของปัญญาที่ว่า ผู้เล่นในสมรภูมิดิจิตอลจะเป็นที่สนใจของสินค้าหรือลูกค้าที่ต้องการลงโฆษณามากขึ้น จากการวางหลังโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่การรับชม 80% และแผนคูปองกระจายถึงประชาชน 14.1 ล้านครัวเรือน ประเด็นดังกล่าว ย่อมส่งให้เอเยนซี่นำมาเป็นข้อพิจารณาในการลงโฆษณาเช่นกัน

 

 

ขอโต 150%

ขณะที่ ปัญญา ตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นปี เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ จะสามารถทำเงินได้ราว 2,000 ล้านบาท เพิ่มจากยอดปีก่อนที่ตั้งไว้ 800 ล้านบาท ล่าสุดช่องสามารถปิดยอดขายไปได้ 1,000 ล้านบาท จากผู้ซื้อโฆษณาแบบแพ็กเกจ

ส่วนรายได้ที่เหลือจะมาจากส่วนการขายในรูปแบบปรับเพิ่มขึ้นตามเรตติ้งรายการ ซึ่งปรับราคาเพิ่มขึ้น 4-5 เท่าจากปีก่อน โดยมีอัตราค่าโฆษณาอยู่ในช่วง 40,000-200,000 บาทต่อนาที ทำให้ ‘ปัญญา’ มั่นใจว่า ปี 2558 จะเป็นปีที่งดงามและเป็นปีแห่งรายรับของเวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี

 

ถอดรหัสความสำเร็จ ‘ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’
กว่า 20 ปีที่ ‘บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)’ ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิง และผลิตรายการครองใจผู้ชมมายาวนาน

แต่ไม่นานมานี้ เวิร์คพอยท์ได้ย้ายผังรายการจากช่อง 5 และโมเดิร์นไนน์ทีวี นำมาออกอากาศ ‘ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแค่รายการชิงร้อยชิงล้าน ซันไชน์เดย์เท่านั้นที่ยังออนแอร์ทางช่อง 3 ซึ่งเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เวิร์คพอยท์เทหมดหน้าตัก เพื่อลงสู้ศึกทีวีดิจิตอลอย่างเต็มตัว

 เพราะกระแสดังเปรี้ยง! ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี จากผลสำรวจของเอจีบี เนลสัน รีเสิร์ช รายงานว่า ‘ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ มาแรง ครองเรตติ้งอันดับ 1 ในแพลตฟอร์มดิจิตอล จากความสำเร็จดังกล่าว ปัญญา เชื่อว่า เป็นเพราะช่องเคยชิมลางทดลองออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมแซทเทิลไลท์มาก่อน จึงได้เปรียบเนื่องจากมีฐานผู้ชมและแฟนคลับติดตามรายการอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

 

นอกจากนี้ ‘เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ ยังสามารถคว้าอันดับ 3 รองจากช่อง 7 และช่อง 3 ด้วยจุดแข็งฐานแฟนคลับที่หนาแน่นและจุดขายที่ชัดเจน ทำให้เวิร์คพอยท์ทีวีประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมาในสมรภูมิดิจิตอลแพลตฟอร์ม

 

ปัญญา เปิดใจว่า ขณะนี้ช่อง ‘เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟ ทีวี’ ยืนอยู่ในอันดับที่ยิ่งกว่าอันดับ 1 ของทีวีดิจิตอล เพราะตำแหน่งของเราขึ้นแซงช่องฟรีทีวีและช่องทีวีดิจิตอลไปหลายราย จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากครึ่งปีแรกก็เห็นผลลัพธ์แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เวิร์คพอยท์ไม่คิดแข่งขันกับช่อง 3 และช่อง 7 คือครูบาอาจารย์ยกไว้บนหิ้งกราบไหว้บูชา เราขออยู่ตรงจุดนี้ รักษาตำแหน่งไว้ให้ได้ ก็สามารถสร้างรายได้มหาศาล

 

สำหรับจุดแข็ง-จุดขายมัดใจผู้ชม ‘ปัญญา’ แย้มกลยุทธ์กับ Business+ ว่า เราใช้ความถนัดนำเสนอรายการวาไรตี้ โดยใช้ประสบการณ์ ยึดความเป็นครีเอทีฟบวกกับนำเสนอความเป็นวัฒนธรรมเป็นหลัก และเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปช่องของเราจะนำเสนอคอนเทนต์อย่างเต็มรูปแบบ

 

ในส่วนละครของช่องนั้น ปัญญา เผยว่า เราส่งเกมริษยาชิมลางเป็นเรื่องแรก ออนแอร์วันเสาร์-อาทิตย์ ช่วง 2 ทุ่มครึ่ง และได้รับการตอบรับอย่างดี ล่าสุดได้ออกอากาศละคร ‘7 วันจองเวร’ และได้รับฟีตแบกที่ดีเช่นกัน ต่อจากนี้ เราจะใช้ช่วงเวลาเสาร์-อาทิตย์ออกอากาศละครเสริมไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ดี คอนเทนต์หลักยังคงเป็นรายการวาไรตี้เช่นเคย

 

  กนกวรรณ จันทร