ยิบอินซอย เน็กซ์ สู่ ผู้นำ ยุคปัญญาประดิษฐ์

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เทคโนโลยีเข้ามาพลิกโฉมทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็ว การก้าวขึ้นรับรางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 ประเภท Rising Star ของ คุณสุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด นับเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพความเป็นผู้นำที่โดดเด่นและวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของเขาได้เป็นอย่างดี

หากเราถอดรหัสปรัชญาการบริหารของคุณสุภัค แก่นแท้ที่ซ่อนอยู่คือ ความเชื่อที่ว่า “หน้าที่ของผู้นำ ไม่ใช่การสร้างองค์กรให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่คือการสร้างองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น เพราะในยุคที่โมเดลธุรกิจ เปลี่ยนหมุนเวียนไปตามกระแส สิ่งเดียวที่ยังคงเป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงสุดและไม่มีวันเสื่อมค่าลง คือ ‘ความไว้วางใจ’

และความสำเร็จในมุมมองของผู้บริหารระดับท็อป ไม่ได้ถูกวัดจากตัวเลขบรรทัดสุดท้ายในงบการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกประเมินจากการที่ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตร ยังคงเชื่อมั่นอย่างหมดใจว่า องค์กรนั้นจะสามารถจับมือพาพวกเขา ข้ามผ่านทุกคลื่นความเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมั่นคง”

 

จากผู้ติดตั้งระบบ สู่ผู้ออกแบบอนาคต

การทรานส์ฟอร์มองค์กรขนาดใหญ่ในอดีตอย่าง ยิบอินซอย เพื่อให้ก้าวทันโลกใหม่ แน่นอนว่า ต้องเริ่มจากมุมมองการวางกรอบความคิดแบบ Tech Company ว่าองค์กรประเภท Startup ต้องเริ่มจากจุดใดบ้าง ซึ่งบทเรียนที่สำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่การกว้านซื้อฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยที่สุด เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงทรัพยากรที่ใช้เงินตราแลกมาได้ แต่กลไกที่แท้จริง คือ เรื่องของคนและวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งไม่สามารถคัดลอกกันได้

ความท้าทายที่หนักหน่วงที่สุดของผู้บริหารยุคใหม่ จึงเป็นการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง หรือ Change Management เพื่อหลอมรวมบุคลากรจากหลากหลายเจเนอเรชันและหลากหลายวัฒนธรรมการทำงาน ให้สอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้โครงสร้างใหม่

และการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในสายตาของคุณสุภัค ในช่วงเวลานี้ จึงพุ่งเป้าไปที่บุคลากร เพื่อยกระดับและติดอาวุธทางความคิดให้ทีมงานก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้ปฏิบัติการทางเทคนิค สู่การเป็นที่ปรึกษาที่เข้าใจพลวัตทางธุรกิจของลูกค้าอย่างถ่องแท้ เพราะองค์กรไม่มีทางที่จะเติบโตไปได้รวดเร็วกว่าศักยภาพของคนในองค์กรเอง

เมื่อโครงสร้างภายในถูกหล่อหลอมจนแข็งแกร่ง ทิศทางยุทธศาสตร์ของยิบอินซอย เน็กซ์ จึงถูกยกระดับจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการติดตั้งระบบไอที หรือ System Integrator แบบดั้งเดิม สู่การสถาปนาตนเองเป็น Technology Advisor อย่างเต็มรูปแบบ

นี่คือการเปลี่ยนผ่านสถานะจากผู้รับเหมาติดตั้ง สู่การเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบอนาคตด้านดิจิทัลและเอไอให้กับองค์กรลูกค้า เป้าหมายสูงสุด คือ การก้าวขึ้นเป็น Partner of Choice หรือพันธมิตรที่ลูกค้านึกถึงเป็นชื่อแรก สิ่งที่แยกระดับความเป็นผู้นำออกจากผู้ตามในอุตสาหกรรมนี้ คือ ความมุ่งมั่นที่จะไม่ทอดทิ้งโครงการ แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ซับซ้อนเพียงใดก็ตาม คติพจน์ที่คอยขับเคลื่อนองค์กร คือ ความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากสเกลของบริษัท แต่วัดจากความสำเร็จที่ลูกค้าได้รับจากการเลือกเราเป็นเพื่อนร่วมทาง

ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังเร่งปฏิกิริยาให้ทุกองค์กรต้องเร่งปรับตัว ความท้าทายที่แท้จริง จึงไม่ใช่เพียงการวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีให้ทัน หากแต่คือการก้าวไปข้างหน้าอย่างรัดกุมและมีทิศทางที่ชัดเจน โดยรักษาสมดุลที่เปราะบางระหว่าง “ความเร็ว” และ “ความรับผิดชอบ” ให้เดินคู่กันไปอย่างสอดคล้อง

แน่นอนว่า คุณสุภัคตระหนักดีว่า “องค์กรที่จะกำชัยชนะในยุคเอไอ ไม่ใช่องค์กรที่ใช้เอไอได้มากที่สุด แต่คือองค์กรที่ใช้เอไอได้อย่างมีความรับผิดชอบสูงสุด รวมทั้งการสร้างนโยบายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ที่รัดกุมเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและลิขสิทธิ์ข้อมูล การรักษาความเป็นอิสระไม่ให้พึ่งพาระบบอัตโนมัติจนสูญเสียวิจารณญาณของมนุษย์ ไปจนถึงวิสัยทัศน์ที่มองทะลุไปถึงภัยคุกคามในอนาคตด้วยการเตรียมระบบ Post-Quantum Cryptography เพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ล่วงหน้าก่อนจะเกิดขึ้นจริง ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นี่คือ มุมมองของผู้นำที่ไม่ยอมประนีประนอมความปลอดภัยเพื่อแลกกับความเร็วเพียงฉาบฉวย

นอกเหนือจากการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบริสุทธิ์ การผนวกปัญญาประดิษฐ์เข้ากับโครงสร้างข้อมูลเพื่อสร้าง ESG Innovation Platform แบบเรียลไทม์ ยังสะท้อนถึงการมองเห็นจุดตัดระหว่างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและความยั่งยืน ที่ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างแยกไม่ออก ความกล้าหาญทางยุทธศาสตร์ยังถูกส่งผ่านการนำองค์กรขยายขอบเขตออกจากเซฟโซนเดิม ไปสู่การลงทุนในเทคโนโลยีการเกษตร พลังงานสะอาด และสตาร์ตอัปรุ่นใหม่อย่าง Easy Rice ที่ใช้เอไอเพื่อยกระดับมาตรฐานข้าวไทยสู่ตลาดโลก

เรื่องราวของคุณสุภัค ลายเลิศ และยิบอินซอย เน็กซ์ คือบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับทุกองค์กรที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านในยุค AI เพราะสิ่งที่เขาพิสูจน์ให้เห็น คือ การเปลี่ยนผ่านองค์กรที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่เริ่มจากการพัฒนาคนและรักษาความไว้วางใจที่สั่งสมมา