Uber

ดีลใหญ่สะเทือนตลาด ‘ฟู้ดเดลิเวอรี่โลก’ Uber ทุ่มกว่า 10,000 ล้านยูโร ซื้อกิจการ Delivery Hero

ไม่กี่วันที่ผ่านมา เดลิเวอรี่ ฮีโร่ (Delivery Hero) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีของเยอรมนี ได้รับข้อเสนอซื้อกิจการจากอูเบอร์ (Uber) ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งตัวเต็งบนตลาดนี้ และหลังจากเปิดเผยข้อมูลออกมาราคาหุ้นของ เดลิเวอรี่ ฮีโร่ ในวันที่ 25 พ.ค. ก็พุ่งอย่างขึ้นจนไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ดันมูลค่าตลาดขึ้นไปอยู่ที่ 1.304 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ซึ่ง เดลิเวอรี่ ฮีโร่ ได้รับข้อเสนอซื้อกิจการจากอูเบอร์ที่ราคา 33 ยูโรต่อหุ้น (ราว 38.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น) แต่ทางผู้ถือหุ้นของเดลิเวอรี่ ฮีโร่ หลายรายมองว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาในกระดาน และต้องการราคามากกว่า 40 ยูโรต่อหุ้นสำหรับการซื้อกิจการทั้งหมด (ซึ่งก็อาจทำให้ราคาที่ตกลงกันอยู่ในช่วง 38-40 ยูโรต่อหุ้นด้วยซ้ำ) โดยราคาเสนอซื้อที่ 38 ยูโรต่อหุ้นนั้นคิดเป็นค่าพรีเมียมราว 15.3% จากราคาปิดของเดลิเวอรี่ ฮีโร่ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.

โดยการขอซื้อกิจการทั้งหมดนี้ เริ่มต้นจากในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Uber ได้เข้าซื้อหุ้น 4.5% ใน Delivery Hero อยู่ก่อนแล้ว ด้วยการซื้อหุ้นจาก Prosus ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Delivery Hero จากนั้นได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Delivery Hero เป็น 19.5% และมีออปชันถือหุ้นเพิ่มอีก 5.6% ส่งผลให้ Uber กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Delivery Hero จนสามารถยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการทั้งหมดของ Delivery Hero ด้วยมูลค่าราว 10,000 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงที่จะเป็น win win situation และยังต้องผ่านการตรวจสอบข้อจากหลายภาคส่วน เพราะทั้ง 2 บริษัทมีธุรกิจทับซ้อนกันกว่า 22 ตลาด อาจจะถูกตรวจสอบเงื่อนไขการผูกขาดตลาด

ทีนี้เรามาวิเคราะห์สาเหตุที่ Uber อยากเข้าเทคโอเวอร์กิจการครั้งนี้กัน โดยปัจจุบัน Uber ดำเนินธุรกิจบริการจัดส่งอาหารภายใต้ชื่อ Uber Eats โดยเปิดให้บริการแล้วในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน แต่สาเหตุหลักที่อยากจะเข้าเทคโอเวอร์กิจการเป็นเพราะ Delivery Hero มีการขยายตลาด และดำเนินงานใน 70 ประเทศ ครอบคลุมหลายทวีปรวมทั้งในเอเชียภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยชื่อกันดีอย่าง Foodpanda, Glovo, Baedal Minjok, Foodora

ดังนั้นการซื้อกิจการทั้งหมดจะกลายเป็นการขยายฐานธุรกิจส่งอาหารให้ครอบคลุมตลาดโลก ทั้ง เอเชียตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และยุโรป จนทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งหลักอย่าง DoorDash แอปพลิเคชันสั่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

และจะถือเป็นการยกระดับธุรกิจบริการของ Uber ให้แข็งแกร่งมากขึ้นเพราะ Delivery Hero ในปัจจุบันเป็นเจ้าของ Foodpanda แพลตฟอร์มสัญชาติเยอรมัน-สิงคโปร์ที่ทำตลาดได้ดีมากๆในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้น Foodpanda จึงเป็นหัวหอกหลักในการบุกตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มจุดที่อูเบอร์ยังไม่มีธุรกิจหรือมีส่วนแบ่งการตลาดน้อย

นอกจากนี้ยังมีเหตุผลหลักเชิงกลยุทธ์ในการเข้าซื้อกิจการอีกหลายข้อ 

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรได้ เพราะการควบรวมกิจการจะทำให้เกิดความประหยัดจากขนาด (Economies of scale) ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลง และเพิ่มอัตรากำไรในกลุ่มธุรกิจเดลิเวอรี่
  • เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบสมาชิก ซึ่งแน่นอนว่าฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสนับสนุนบริการสมาชิกอย่าง Uber One และดึงดูดผู้ใช้งานให้อยู่ใน Ecosystem ของอูเบอร์มากขึ้น
  • เพิ่มอำนาจต่อรองในหลายประเทศ เพราะหาก Uber สามารถสร้างธุรกิจให้ใหญ่มากขึ้น ก็จะเพียงพอสำหรับการควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามการควบรวมกิจการของ 2 ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่รายใหญ่ของโลกจะมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทันที เพราะการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้อีกหลายบริษัทต้องการควบรวมกิจการในตลาดจัดส่งอาหารทั่วโลกที่มีการแข่งขันสูง เพื่อทำให้มีอิทธิพลมากขึ้น และหากดีลนี้สำเร็จอาจจะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ เพราะจะลดการแข่งขันที่ร้อนแรงลง สงครามราคาเบาลง สำหรับผู้บริโภคเมื่ออาจจะใช้บริการในราคาที่แพงขึ้น หรือมีส่วนลดน้อยลง

อย่างไรก็ตามการตีตลาดฟู้ดเดลิเวอร์รี่ในไทยของทั้ง Uber ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจุบัน Uber ได้ถอนตัวจากธุรกิจให้บริการรถ และฟู้ดเดลิเวอรี่ในประเทศไทยไปตั้งแต่ปี 2561 โดยขายกิจการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับ Grab ขณะที่ Foodpanda ซึ่งมี Delivery Hero เป็นเจ้าของก็ได้ถอนตัวจากไทยไปในปี 2568 โดยในไทยปัจจุบันเป็น Grab และ Line Man ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด

ที่มา : Bloomberg Markets , Investing.com