ไปรษณีย์ไทย ดึงบิ๊กพาร์ตเนอร์ค้าปลีก-การเงิน-บริการ ร่วมปักธง “Speed Infrastructure” ขยาย EMS Point ใกล้บ้านกว่า 5,000 จุด ยึดผู้นำทราฟฟิกการส่งด่วนสุดสะดวก ตอกย้ำความเชื่อมั่น “ส่งง่าย ส่งได้ทุกที่”

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เร่งเครื่องธุรกิจ EMS ส่งด่วนพิเศษในประเทศ เดินหน้ายกระดับ “เครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ” ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก บริการทางการเงิน และเครือข่ายบริการสาธารณูปโภครายใหญ่ทั่วประเทศ ขยายจุดให้บริการส่งด่วน EMS ไปสู่ทุกจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตประจำวัน สร้างเครือข่ายรับฝากพัสดุที่เข้าถึงง่าย ครอบคลุม และใช้งานได้จริงในทุกมิติ อาทิ Lotus’s (โลตัส) CJ (ซีเจ) Big C (บิ๊กซี) Tops (ท็อปส์) NT Jiffy (จิ๊ฟฟี่) และศรีสวัสดิ์ สะท้อนบทบาทของไปรษณีย์ไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ระดับชาติที่พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Lifestyle Brand ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้บริการและภาคธุรกิจ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยจับมือกับกลุ่มธุรกิจที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ บริการทางการเงิน เครือข่ายบริการสาธารณูปโภค เพื่อขยายจุดให้บริการ EMS เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน EMS Point  กว่า 80% เปิดให้บริการลูกค้าในจุดของเครือข่ายพันธมิตร อาทิ Lotus’s, CJ, Big C, Tops, NT, Jiffy และศรีสวัสดิ์ ซึ่งถือเป็นการปรับโมเดลโครงข่ายจากการลงทุนเปิดสาขาแบบเดิมสู่การร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความครอบคลุม ความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดในปี 2569 จะขยายจุด EMS Point เพิ่มเป็น 5,000 จุด โดยไปรษณีย์ไทยคาดว่า จากการขยายเครือข่ายและการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ จะส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการส่งด่วน EMS จากจุดบริการ EMS Point เติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงรายได้ 23.79% เชิงปริมาณ 27.02% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลพันธมิตรที่ช่วยให้สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการในหลายด้าน สามารถบริหารเวลาได้มีประสิทธิภาพและนำเวลาไปโฟกัสกับการขายหรือพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าถึงจุดให้บริการได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการจัดส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการปิดการขายได้ในระยะเวลาที่สั้นลง ในขณะเดียวกันเจ้าของจุด EMS Point ก็ได้รับรายได้จากค่าตอบแทนในอัตราสูงสุด 40 บาทต่อชิ้น เป็นการสร้างรายได้เสริมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเปิดจุดให้บริการ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนในเรื่องของระบบรับฝาก การเข้ารับสิ่งของที่ลูกค้าฝากส่ง ณ จุดให้บริการ อุปกรณ์การให้บริการ และสื่อประชาสัมพันธ์ จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการเปิดจุดให้บริการอีกด้วย

ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงข่าย EMS Point Post Service ร้านไปรษณีย์ไทย และ ที่ทำการไปรษณีย์ มีจำนวนรวมกันกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการขยายเครือข่ายการให้บริการด้านโลจิสติกส์ผ่านพันธมิตรที่มีจุดให้บริการที่ตั้งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของไปรษณีย์ไทยในการเข้าถึงผู้ใช้บริการในทุก Touch Point และตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ที่เข้าใจทุกวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภค ในเชิงโมเดลธุรกิจ การขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรยังสะท้อนโมเดล Asset-light ที่ทำให้การบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังสะท้อนความเป็น Sharing Economy ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แต่ได้รับประโยชน์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งการเพิ่มทราฟฟิกในพื้นที่ การสร้างรายได้เสริม และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวก ความเชื่อมั่น และทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และความร่วมมืออื่น ๆ ในอนาคต

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบจุดให้บริการส่งด่วน EMS เพื่อนพี่ไปรฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th เพื่อเลือกใช้บริการในจุดที่สะดวกใกล้ตัวมากที่สุด หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center โทร. 1545