Home / HAPPENING / SCG ดุ!! กำไรสุทธิ 34,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

SCG ดุ!! กำไรสุทธิ 34,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%

ช่วงต้นปีแบบนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่บริษัทหลายบริษัทในตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มทยอยประกาศผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมาพร้อมกับตัวเลขในไตรมาสที่ 4 อย่างล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC (รหัสซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ได้ประกาศผลการดำเนินธุรกิจตลอดปีที่แล้วออกมา โดยคุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เผยว่า ผลการดำเนินงานปี 63 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 399,939 ล้านบาท ลดลง 9% จากปีก่อนที่ทำไว้ 437,979 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 34,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนที่ทำไว้ 32,014 ล้านบาท
.
โดยสาเหตุที่รายได้จากการขายลดลงมาจากสินค้าเคมีภัณฑ์มีราคาปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดและปริมาณการขายลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานของบริษัทมาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด (MOC) เป็นเวลา 40 วัน ในทุก ๆ 7 ปี ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามปกติ รวมไปถึงการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จากธุรกิจซีเมนต์ในประเทศพม่าและอินโดนีเซีย
คุณรุ่งโรจน์ มองว่า เศรษฐกิจในปีนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยปัจจัยสำคัญที่ให้จับตาคือการกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ ถ้าทำได้เร็วโอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังก็มีสูงขึ้น ขณะที่ในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้สูงขึ้น
.
โดยหากแยกย่อยตามธุรกิจแต่ละประเภท ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 399,939 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 437,980 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 6,422 ล้านบาท เพิ่้มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 5,455 ล้านบาท “ธุรกิจก่อสร้างในปีนี้ (2564) ครึ่งปีแรกคาดว่ายังคงชะลอตัวเหมือนในปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในรอบที่ 2 ทำให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเอกชน และประชาชนยังคงต่ำ ทำให้ตอนนี้ประเทศต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ด้านนี้จากรัฐเพียงเท่านั้น ต้องมารอดูสถานการณ์ในครึ่งหลังของปีอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าหากวัคซีนกระจายได้เร็ว ครึ่งปีหลังธุรกิจก่อสร้างอาจจะได้รับผลบวกจากตรงนี้”
ด้านธุรกิจเคมีคอลส์ทำรายได้รวม 146,870 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 177,634 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 17,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 15,480 ล้านบาท “ตอนนี้โครงการ Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) เดินหน้าไปแล้วกว่า 70% โดยเราจะพยายามให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปี ด้านช่องว่างราคาระหว่างน้ำมันกับปิโตรเคมีคาดว่าจะการ Spread ที่แคบลงในช่วงครึ่งหลังของปีจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Long Son โครงการปิโตรเคมีครบวงจรรายแรกในเวียดนาม มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์ 1.6ล้านตันต่อปี สำหรับผลิตเม็ดพลาสติกชนิด HDPE, LLDPE และ PP เพื่อรองรับความต้องการภายในเวียดนามที่ปัจจุบันสูงถึงปีละ 2.3 ล้านตัน)”
ส่วนธุรกิจแพกแกจจิ้ง ทำรายได้รวม 92,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 89,070 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 6,457 ล้านบาท เพิ่้มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 5,268 ล้านบาท
.
ปีนี้ทางบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย มีการจ่ายปันผลทั้งหมด 14 บาทตลอดทั้งปี โดยแบ่งเป็น 5.50 บาท (เงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก) มูลค่า 6,600 ล้านบาท และจะจ่ายเงินปันอีกงวดซึ่งเป็นงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 8.50 บาท เป็นเงินรวม 10,200 ล้านบาท ขณะที่เงินทุนในปีที่ผ่านมาใช้ไป 5,800 ล้านบาท
.
เขียน : เอกพล มงคลพัฒนกุล
.
ติดตาม Business+
ได้ที่ thebusinessplus.com