“SAPPE” บุกงาน THAIFEX 2026 ขนทัพนวัตกรรมขับเคลื่อนแนวคิด ‘FUNNIVERSE’ เปิดตัว Global Campaign ‘Mogu Mogu’ และ‘Sappe Beauti’ โฉมใหม่ พร้อมชูกลยุทธ์ 3 แกนหลัก ปักหมุดแบรนด์ไทยสู่ Global Brand อย่างยั่งยืน

บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE แสดงศักยภาพแบรนด์เครื่องดื่มนวัตกรรมชั้นนำ ในงาน “THAIFEX – ANUGA ASIA 2026” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม 2569 ณ ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยปีนี้ SAPPE ขนทัพผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 10 แบรนด์ มาร่วมสร้างสีสันภายใต้แนวคิด “FUNNIVERSE” (จักรวาลแห่งความสนุก) ซึ่งเป็นการผสมผสานคำว่า Fun และ Universe สะท้อนตัวตนของ SAPPE ในฐานะแบรนด์ไทยที่เติบโตสู่เวทีโลกด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกอย่างไร้ขีดจำกัด

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการตอกย้ำทิศทางของเซ็ปเป้ ที่มุ่งมั่นสร้าง Global Brand เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก โดยจุดเด่นของการออกแบบบูธในปีนี้ได้ต่อยอดจากแนวคิดยานอวกาศสู่รูปแบบ “Space Playground” หรือสนามเด็กเล่นในอวกาศ เพื่อทลายทุกกฎเกณฑ์และกรอบเดิม ๆ ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสประสบการณ์ที่สดใหม่และสนุกสนาน ร่วมสร้าง Brand Experience ที่เชื่อมโยงกับคู่ค้าและผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่ไปกับการตอกย้ำความภาคภูมิใจของไทย (Thai Pride) สู่สายตาชาวโลก

สำหรับไฮไลต์สำคัญด้านผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาดในปีนี้ เซ็ปเป้เตรียมเปิดตัว Global Campaign ใหม่ล่าสุดของแบรนด์เรือธงอย่าง “Mogu Mogu” (โมกุ โมกุ) เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวรายแรกของโลก ภายใต้แนวคิด “Wanna Skip? You Gotta Chew” เพื่อสื่อสารกับกลุ่ม Generation Z ทั่วโลก ผ่าน Consumer Insight ที่สะท้อนพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลที่ชอบ “กดข้าม (Skip)” สิ่งที่ไม่ต้องการ แต่ในชีวิตจริงไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่จะข้ามได้ Mogu Mogu จึงทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเปลี่ยนโมเมนต์ที่น่าเบื่อให้ไปต่อได้ด้วยความสนุก ผ่านประสบการณ์การ “ดื่มและเคี้ยว” โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา (TVC) ชุดใหม่ให้ชมเป็นครั้งแรกในไทย เสริมทัพด้วยแผนการตลาดแบบ 360 องศาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย คอนเทนต์ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ และกิจกรรมสร้างประสบการณ์แบรนด์ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ในตลาดประเทศไทย เซ็ปเป้ได้พลิกโฉมแบรนด์ขวัญใจคนรักสุขภาพอย่าง “Sappe Beauti” ด้วยแคมเปญใหม่ “ดริ้งค์สดชื่น คืนความเริ่ด” มาพร้อมฉลากดีไซน์ใหม่ที่สดใส ทันสมัย เพื่อเจาะกลุ่ม Generation Z และ Young Millennials ที่มองหาเครื่องดื่มที่ให้ทั้งความสดชื่น คุณประโยชน์ และความมั่นใจในแบบของตัวเอง พร้อมยกทัพแบรนด์ดังในเครือ เช่น Sappe Aloe Vera และ B’lue น้ำดื่มผสมวิตามิน รวมถึงสินค้าใหม่อีกหลายรายการมาร่วมเปิดตัวและให้ทดลองชิมภายในงาน

“งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการพบปะคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ยังมีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น เอเชีย ยุโรป แอฟริกา และตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคู่ค้ารายเดิมและรายใหม่ เนื่องจากเซ็ปเป้มีจุดแข็งด้านนวัตกรรม ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะของแต่ละตลาด (Localization) และมีความยืดหยุ่นในการทำตลาดระดับสากล” นางสาวปิยจิต กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลยุทธ์ในต่างประเทศในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเน้นการขยายฐานตลาดเดิมที่แข็งแรง ควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยใช้ Mogu Mogu เป็นแบรนด์เรือธงในการสร้างการเติบโต และพร้อมต่อยอดพอร์ตผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ ความสดชื่น และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั่วโลก ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การขยายช่องทางจัดจำหน่าย การสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในระดับท้องถิ่น และการพัฒนาแคมเปญระดับโลก (Global Campaign) ที่สามารถสื่อสารได้ในหลายประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นกลุ่มประเทศที่มีประชากรรุ่นใหม่จำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปิดรับผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกใหม่ โดยมีแผนเพิ่มสินค้า (SKU) ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดท้องถิ่น พร้อมทั้งสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Visibility) ให้มากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้าง Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ทั้งในด้านตลาด โลจิสติกส์ ต้นทุน เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ เซ็ปเป้ยังได้กระจายตลาดส่งออกไปในหลายภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าในแต่ละประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์และปรับแผนธุรกิจให้ยืดหยุ่น สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาวได้อย่างมั่นคง

“จุดแข็งสำคัญของเซ็ปเป้ คือการสร้างสินค้าที่มีความแตกต่างชัดเจน และสร้างความผูกพันทางอารมณ์ (Emotional Connection) กับผู้บริโภคได้หลากหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะ Mogu Mogu ที่มอบประสบการณ์ ‘Tangible Fun’ หรือความสนุกที่จับต้องได้ จากการผสานรสชาติและเนื้อสัมผัสหนุบหนับของวุ้นมะพร้าว จนสามารถเติบโตจากแบรนด์ไทยสู่ Global Snack Drink ที่มีจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก” นางสาวปิยจิต กล่าว

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 มีทิศทางการเติบโตที่น่าจับตามองโดยเฉพาะแรงสนับสนุนหลักจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลขาย (High Season) ของธุรกิจเครื่องดื่ม ประกอบกับการเปิดตัว Global Campaign และแคมเปญในประเทศ รวมถึงการเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าเก่าและใหม่ในงาน THAIFEX 2026 จะช่วยสร้างโมเมนตัมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง ซึ่งเซ็ปเป้จะยังคงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน