Rapidus ผนึกกำลัง Cadence ยกระดับ Agentic AI สู่การออกแบบ SoC ขั้นสูง ผสาน AI-Agentic Design Solution และ InnoStack AI Super Agent มุ่งเร่งกระบวนการออกแบบให้รวดเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า

Rapidus Corporation และ Cadence (Nasdaq: CDNS) ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับการนำเทคโนโลยี Agentic AI มาใช้ในการออกแบบระบบบนชิป หรือ System-on-Chip (SoC) บนเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับโหนดขั้นสูง (Advanced Node) ด้วยการผสาน Cadence® InnoStack™ AI Super Agent เข้ากับ Rapidus AI-Agentic Design Solution (Raads) โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานระบบนิเวศด้านการออกแบบและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Rapidus เข้ากับเทคโนโลยี Agentic AI สำหรับการประสานและบริหารกระบวนการออกแบบของ Cadence เพื่อช่วยให้ทีมออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เร่งระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด และยกระดับคุณภาพการออกแบบตลอดวงจรการพัฒนา SoC โดยภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว Rapidus ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพด้านระยะเวลาดำเนินงานออกแบบ หรือ Design Turnaround Time (TAT) ได้สูงสุดถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับกระบวนการออกแบบแบบดั้งเดิม

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงการมาถึงของระบบที่ขับเคลื่อนด้วย Physical AI ในอนาคต จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกันในระดับระบบอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ กระบวนการผลิต การแพ็กเกจชิป ไปจนถึงการพัฒนาระบบโดยรวม โดย Agentic AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา SoC ขั้นสูงเจเนอเรชันถัดไป ภายใต้ความร่วมมือที่ประกาศในครั้งนี้ Rapidus ยังได้ขยายกลุ่มโซลูชัน Raads ด้วยการเปิดตัว Raads Navigator และ Raads Indicator เพื่อยกระดับการประกันคุณภาพ พร้อมสนับสนุนนักออกแบบในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาหรือความท้าทายที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการออกแบบ โดยเครื่องมือใหม่ทั้งสองได้รับการผสานการทำงานเข้ากับ Cadence InnoStack AI Super Agent เพื่อช่วยให้ Agentic AI สามารถประสานและบริหารขั้นตอนสำคัญของเวิร์กโฟลว์การออกแบบ SoC ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมทำงานและเชื่อมโยงกระบวนการต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การสำรวจและกำหนดสถาปัตยกรรมในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการนำแบบไปใช้งานจริงและการตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนการผลิต ทั้งนี้ การนำข้อมูลมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดวงจรการออกแบบ จะช่วยให้ทีมออกแบบสามารถรับมือกับความซับซ้อนของเทคโนโลยีการผลิตระดับโหนดขั้นสูง เพิ่มความสามารถในการคาดการณ์ผลลัพธ์ของงานออกแบบ ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทีมวิศวกรในวงกว้าง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของ Rapidus ในการลดระยะเวลาดำเนินงานด้านการออกแบบ หรือ Design Turnaround Time (TAT)

อนิรุธ เดฟกัน (Anirudh Devgan) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cadence กล่าวว่า “การออกแบบ SoC บนเทคโนโลยีการผลิตระดับโหนดขั้นสูงในปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องนำ AI Agent เข้ามาช่วยประสานและบริหารเวิร์กโฟลว์ที่มีความซับซ้อนตลอดวงจรการออกแบบมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของงานแต่ละส่วนเท่านั้น การผสาน InnoStack AI Super Agent ของ Cadence เข้ากับแพลตฟอร์ม Raads ของ Rapidus จึงถือเป็นการขยายศักยภาพของ Agentic AI ไปสู่ระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ระดับแนวหน้า ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เร่งกระบวนการออกแบบให้เสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และนำผลิตภัณฑ์ชิปขั้นสูงออกสู่ตลาดได้เร็วกว่าเดิม”

Rapidus และ Cadence เตรียมนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าวภายในงาน CadenceLIVE Japan 2026 โดย ดร. อัตสึโยชิ โคอิเคะ กรรมการผู้แทนและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rapidus จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote) เพื่อถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์ม Raads ด้วยการผสานเทคโนโลยี Agentic AI และ EDA ของ Cadence เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพในการพัฒนา SoC บนเทคโนโลยีการผลิตระดับโหนดขั้นสูง

ดร. อัตสึโยชิ โคอิเคะ กรรมการผู้แทนและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Rapidus กล่าวว่า “เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ โรงงาน Innovative Integration for Manufacturing (IIM) ของเราจะก้าวขึ้นเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Foundry) ที่มีความล้ำสมัยและขับเคลื่อนด้วย AI โดยนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในเกือบทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ การยกระดับ Raads และผสานการทำงานร่วมกับ InnoStack AI Super Agent ของ Cadence จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสภาพแวดล้อมการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent ของเรา เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของ SoC เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านวิศวกรรม และใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงของ Rapidus ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Cadence ทั้งในด้าน InnoStack และโซลูชัน Cadence AI Super Agent อื่น ๆ ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถลดระยะเวลาดำเนินงานด้านการออกแบบได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมช่วยเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนเทคโนโลยีการผลิตระดับโหนดขั้นสูงของ Rapidus ให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือ Rapidus Raads ได้ที่เว็บไซต์ของ Rapidus พร้อมดูข้อมูลเกี่ยวกับโซลูชันการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Cadence และ InnoStack AI Super Agent ได้ที่ cadence.com/ai-for-design รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือครั้งนี้และงาน CadenceLIVE Japan 2026 ได้ที่หน้าเว็บไซต์งาน CadenceLIVE Japan