จุดเริ่มต้นจาก “อเมริกาโนสัญชาติไทย” ที่พันธุ์ไทยตั้งใจปั้นให้เป็น “กาแฟแห่งชาติ” และวันนี้ เมนูไทยริกาโน ไม่เพียงพากาแฟสัญชาติไทยที่มีคุณภาพทัดเทียมระดับโลก แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนให้แบรนด์เติบโต 400% ใน 3 ปี สามารถคว้ารางวัลสินค้าแห่งปี 2 ปีติดต่อกัน และกำลังวางหมุดหมายใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม นั่นคือ การทำให้ร้านกาแฟพันธุ์ไทยเป็น Café Destination ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องแวะมาลิ้มลองเมื่อมาเยือนประเทศไทย
ในตลาดกาแฟไทยที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งแบรนด์ระดับโลกและเชนยักษ์ใหญ่ต่างช่วงชิงทุกทำเล มีแบรนด์สัญชาติไทยแบรนด์หนึ่งที่ไม่เพียงยืนหยัดได้ แต่กำลังเติบโตด้วยความเร็วที่แทบไม่มีใครในอุตสาหกรรมทำได้ นั่นคือ “กาแฟพันธุ์ไทย”

ตัวเลขที่เล่าเรื่องได้ดีที่สุดคือ ภายในเวลาเพียง 3 ปี กาแฟพันธุ์ไทย ทำรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า หรือเติบโตกว่า 400% จากรายได้ 1,412 ล้านบาทในปี 2566 พุ่งสู่ 7,074 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่จำนวนสาขาขยายตัวจาก 882 สาขา สู่ 2,467 สาขา หรือเติบโตขึ้น 144% ในช่วงเวลาเดียวกัน (ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569)
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่การเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นการทะยานขึ้นแบบก้าวกระโดดที่สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันอันหนักหน่วง และเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้มีพระเอกตัวจริง (Hero Product) นั่นคือ “ไทยริกาโน” (Thairicano) โดยเปิดตัวเมื่อปลายปี 2567 ในฐานะ “อเมริกาโนสัญชาติไทย” และตั้งใจบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการกาแฟไทย ด้วยการปั้นให้เป็น “กาแฟแห่งชาติ” ที่มีคุณภาพและรสชาติทัดเทียมกาแฟระดับโลก
ความตั้งใจนี้ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่มีคุณภาพรองรับจริง “ไทยริกาโน” คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุด เริ่มจากเฟสแรกที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แหล่งปลูกกาแฟชั้นดีของภาคเหนือที่ระดับความสูง 1,200–2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ก่อนต่อยอดสู่เฟส 2 กับซีรีส์ “Taste of Nan” จากดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน พื้นที่ที่เปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาสู่เกษตรกรรมยั่งยืน บนความสูง 1,300–1,600 เมตร ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นตลอดปี ทำให้ผลกาแฟสุกช้าและมีความหวานตามธรรมชาติสูง นอกจากนี้ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดน่าน และลำดับที่ 250 ของประเทศไทย
สิ่งที่ตอกย้ำว่านี่คือกาแฟคุณภาพระดับประเทศ คือ การที่ “ไทยริกาโน” เป็น Specialty Coffee ที่ผ่านการประเมินและคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเมล็ด การเบลนด์ 2 Process การ Fermentation นานกว่า 72 ชั่วโมง ไปจนถึงการคั่วแยกทีละ Profile ด้วย Develop Time ที่แตกต่างกัน เพื่อดึง Top Note ที่ชัดเจน ก่อนเบลนด์รวมกันให้ได้รสชาติที่สมดุลมีเอกลักษณ์ ด้วยเทสโน้ตโทนช็อกโกแลต อัลมอนด์ สว่างสดชื่นของ Stone Fruits อย่างลูกพลัม และลูกเชอร์รี่ หวานฉ่ำจากน้ำตาลอ้อย บอดี้นุ่มลึก กลมกล่อม หอมละมุน ในราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท ที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้
เบื้องหลังที่งดงามและแหลมคมในเชิงธุรกิจ
ความชาญฉลาดของ “ไทยริกาโน” ไม่ได้อยู่ที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “เรื่องราวเบื้องหลัง” ที่ทรงพลัง เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ การส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกกาแฟแทนการทำไร่เลื่อนลอย จึงช่วยรักษาป่าเดิม เพิ่มป่าใหม่ ลดการเผาป่าและมลพิษ ขณะเดียวกันก็สร้างอาชีพและรายได้มั่นคงให้เกษตรกรกว่า 400 ครอบครัวบนพื้นที่ปลูกกว่า 800 ไร่ เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งขายกาแฟได้มาก ป่าก็ยิ่งเพิ่ม เกษตรกรก็ยิ่งมีรายได้ ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงทางแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย ยังผลักดันเรื่องราวนี้ให้ไปไกลกว่าเดิม ด้วยการร่วมงานกับศิลปินไทยระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ คุณสุรชัย พุฒิกุลางกูร นักวาดภาพประกอบมือรางวัลระดับโลกในปี 2568 ต่อยอดสู่ คุณปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง (Pomme Chan) ในปี 2569 ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ “Thai Craft” ลงบนแก้วไทยริกาโนซีรีส์ Taste of Nan เปลี่ยนแก้วกาแฟใบเล็กให้เป็นสื่อกลางที่พาความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก

บทพิสูจน์จากเวที แชมป์สินค้าแห่งปี 2 ปีซ้อน
ที่น่าชื่นชมกว่านั้น คือ การที่ “ไทยริกาโน” ได้รับการยืนยันจากภายนอก เมื่อกาแฟพันธุ์ไทยคว้ารางวัลชนะเลิศประเภทธุรกิจร้านกาแฟ จากเวที BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมี “ไทยริกาโน” เป็น Hero Product ที่ครองใจผู้บริโภคด้วยคุณภาพ ความคุ้มค่า และความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น
คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา พันธุ์ไทยตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า จะทำอย่างไรให้กาแฟทุกแก้วไม่ใช่แค่อร่อย แต่ยังส่งต่อคุณค่ากลับไปถึงต้นน้ำได้ และวันนี้ “ไทยริกาโน” ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่เพียงมอบรสชาติที่ทัดเทียมกาแฟระดับโลก แต่ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดีมีสุข” ให้เกษตรกรไทย สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ชุมชน พร้อมดูแลผืนป่าไปพร้อมกัน เธอย้ำว่ารางวัลนี้จึงไม่ใช่รางวัลของพันธุ์ไทยเท่านั้น แต่เป็นรางวัลของคนไทยทั้งประเทศ
คุณสุขวสา ยังเปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันพันธุ์ไทยรับซื้อและสนับสนุนวัตถุดิบชุมชนไปแล้วกว่า 15 จังหวัด เพราะมองว่าร้านพันธุ์ไทยที่มีสาขาทั่วประเทศ คือ สะพานเชื่อมที่นำความตั้งใจของเกษตรกรในชุมชนเล็ก ๆ ไปส่งต่อให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รู้จัก
Next Step ปั้นพันธุ์ไทยเป็น “Café Destination” ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จากความสำเร็จในประเทศ แบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย กำลังวางเป้าหมายที่ใหญ่และท้าทายกว่าเดิม นั่นคือ การยกระดับร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้เป็น “Café Destination” หรือหมุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องแวะมาชิม เมื่อมาถึงประเทศไทย เช่นเดียวกับที่นักท่องเที่ยวมองหาร้านกาแฟท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ในประเทศอื่น ๆ
วิสัยทัศน์นี้มีรากฐานที่สมเหตุสมผล เพราะ “ไทยริกาโน” และซีรีส์ Taste of Nan ไม่ได้เป็นเพียงกาแฟ แต่เป็น “ประสบการณ์ความเป็นไทย” ที่ครบถ้วน ทั้งรสชาติกาแฟสเปเชียลตี้จากดอยไทย เรื่องราวของเกษตรกรและชุมชน และงานศิลปะ Thai Craft บนแก้วที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตและกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมองหา นั่นคือของแท้ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ เมื่อกาแฟหนึ่งแก้วเล่าเรื่องเมืองไทยได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มันจึงมีศักยภาพที่จะเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่เป็นจุดหมายที่ผู้มาเยือนอยากสัมผัส

วิสัยทัศน์ที่ทำให้ “อะไรก็เป็นไปได้”
ความสำเร็จของกาแฟพันธุ์ไทยไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกิดจากการที่ทุกองค์ประกอบทำงานสอดรับกันทั้งระบบ เริ่มจากการเติบโตทางธุรกิจที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเลข ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของกาแฟไทยและการสนับสนุนเกษตรกรไทย ต่อยอดด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่นำหน้าตลาดอย่าง “ไทยริกาโน” และทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของผู้นำ คือ การสร้าง “กาแฟไทยที่ตั้งใจให้โลกรัก” วันนี้ “ไทยริกาโน” จึงพร้อมก้าวสู่การเป็น Café Destination ที่ชาวโลกต้องมาเยือน
The Business Plus บิสิเนสพลัส
