Home / Lifestyle / EXPLORER / ตามเทรนด์ท่องเที่ยว Microcations-Green Hotels

ตามเทรนด์ท่องเที่ยว Microcations-Green Hotels

อีกหนึ่งจุดหมายท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามันในเมืองไทย หลายคนนึกถึง จ.กระบี่ และการเดินทางครั้งนี้ เป็นทริปที่ทำงานและพักผ่อนในเวลาเดียวกัน

อาจมีคำถามว่า ทำไมลาพักร้อนจึงต้องทำงานไปด้วย เหตุผลก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพราะการพักร้อนในระยะเวลาสั้น ๆ (Microcations) เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่ไกลมาก สามารถนั่งเครื่องบินในเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ต้องคอยกังวลกับอาการเจ็ตแล็ก

อีกทั้งการเดินทางในประเทศ เหมาะกับตารางงานในยุคปัจจุบัน พร้อม ๆ กับการเลือกพักผ่อนในโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotels) นั้นเป็นเทรนด์ที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2021

ผมใช้เวลา 4 วันสำหรับทริปนี้ และเลือกเดินทางเที่ยวใน จ.กระบี่ โดยความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวในกระบี่นอกจากความงดงามและสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งบนบกและใต้น้ำที่สวยงาม ยังมีอาคารสถานที่หลายแห่งให้ไปเยือน

แต่ต้องบอกก่อนว่า การเที่ยวในช่วงช่วงคลายล็อกดาว์นหลัง COVID-19 นักท่องเที่ยวทำตามข้อปฏิบัติความปลอดภัยในยุค New Normal และอย่างที่บอกว่า การเลือกพักผ่อนในโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวที่จะมาแรง

ผมจึงเริ่มหาข้อมูลและพบว่า โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท คือสถานที่ที่ผมตามหา

ถ้าพูดถึง โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท โรงแรมที่กินอาณาเขตราว 99 ไร่ ก็ต้องบอกว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

แบรนด์ของดุสิตธานีเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติมานาน โรงแรม 5 ดาวระดับประเทศในปัจจุบันแห่งนี้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ก็ยังไม่ทิ้งความร่มรื่นของความเป็นธรรมชาติ

Dusit Thani Krabi Beach Resort Hero Shot

ท่ามกลางสวนเมืองร้อนที่สวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เพราะที่สุดของประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวและการพักผ่อนที่เหนือระดับ พร้อมกิจกรรมแต่ละจุดที่น่าสนใจกว่าในอดีต สะท้อนให้เห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทันตามยุคสมัย เริ่มจากการให้บริการของที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

BeWell Fitness & Wellness Retreats เป็นแพคเกจของโรงแรมที่ช่วยสร้างสมดุลของการพักผ่อนและสุขภาพที่ดี แพคเกจนี้ประกอบไปด้วย โปรแกรมมวยไทย, ฟิตเนส, สปาและความงาม, การควบคุมน้ำหนัก, การพักผ่อนและผ่อนคลาย และโยคะ

โดยการเข้าร่วมกิจกรรมในแพคเกจใช้เวลาตั้งแต่ 3 – 14 วัน (สูงสุด 21วันสำหรับแพคเกจควบคุมน้ำหนัก) สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของแต่ละคนเพื่อให้เกิดความสมดุลสูงสุดของการดูแลสุขภาพและพักผ่อน

ที่ ดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท มีการรับซื้อวัตถุดิบจากชุมชนในท้องถิ่น ขณะที่มีพื้นที่ปลูกฟาร์มออร์แกนิคและนำผลผลิตมาบริโภคภายในโรงแรม ก็ต้องบอกว่า สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชาวมิลเลนเนียลที่กำลังจะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักในอนาคตซึ่งมีความต้องการหลากหลายและลึกซึ้ง

ทั้งรักสุขภาพและต้องการความยั่งยืน แม้ความหรูหราที่ทันสมัยจากสิ่งอำนวยความสะดวกจะครบครัน แต่สิ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือ ดุสิต กระบี่ บีช รีสอร์ท นำกระแสความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ แต่เมื่อบวกกับ Service mind ของพนักงานที่มีแต่รอยยิ้ม คำทักทายที่คุณจะพบได้ตลอดเวลา นั่นทำให้อยากกลับไปอีก

ผมอยากให้ทุกท่านได้ไปเยือน แล้ววันหยุดของคุณจะท้าทายและสนุกยิ่งขึ้น

“โต๊ะกินข้าว” ประสบการณ์ใหม่แบบอินเตอร์แอคทีฟของการรับประทานอาหาร


ห้องอาหาร ‘โต๊ะกินข้าว’ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท นำเสนอประสบการณ์ใหม่แบบอินเตอร์แอคทีฟที่น่าตื่นเต้นในการรับประทานอาหาร รังสรรค์โดยเชฟมืออาชีพและนำเสนอการทำอาหารต่อหน้าแขกในครัวแบบเปิด สอดแทรกความรู้และพูดคุยเกี่ยวกับส่วนผสมและที่มาของอาหารแต่ละจาน

เมนูเด่นของห้องอาหาร ‘อันดามันซี’ เป็นเซ็ทอาหารตามฤดูกาลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมหาสมุทรและอาหารทะเลในท้องถิ่น อาทิเช่น กุ้งทะเล ปู ปลากะพง และหอยทะเลของกระบี่ เป็นต้น

‘เซ็ทอาหารไทยดั้งเดิม’ หรือ ‘Ancient Thailand’ บอกเล่าเรื่องราวของเมนูอาหารไทยแต่โบราณ ที่คนยุคปัจจุบันอาจหลงลืมไเซตอาหารมี 6 คอร์ส สั่งเป็นเซตหรือสั่งแยกจานก็สามารถ โดยมีเมนูเด่น เช่น ช่อม่วงถั่ว พล่าหอยเชลล์ และยำตะไคร้ เป็นต้น

เมนูอาหารของ ‘โต๊ะกินข้าว’ ล้วนรังสรรค์อย่างประณีตบรรจง ผนวกกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายของห้องอาหาร ทำให้ ‘โต๊ะกินข้าว’ เป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารรูปแบบใหม่ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

‘โต๊ะกินข้าว’ ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายตลอดทั้งวัน อาทิเช่น กาแฟที่รังสรรค์อย่างประณีต ชาเย็น น้ำผลไม้ ค็อกเทลสไตล์ไทย และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ

‘โต๊ะกินข้าว’ ยังเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับจัดงานเลี้ยงส่วนตัว, ปาร์ตี้ หรือสังสรรค์ในโอกาสพิเศษ

สำรองที่นั่งที่หมายเลขโทรศัพท์ + 66(0) 7562 8000 หรืออีเมล panida.sm@dusit.com