
ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา LINE GIFT ได้ยกระดับประสบการณ์การส่งของขวัญดิจิทัลของคนไทยผ่านบทสนทนาบน LINE ให้การเลือก ส่ง และรับของขวัญเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และสะดวกยิ่งขึ้น โดยข้อมูลการใช้งานตลอดปีแรกสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยวันเกิดยังคงเป็นโอกาสอันดับหนึ่งในการส่งของขวัญผ่าน LINE GIFT คิดเป็น 55% ของการส่งของขวัญทั้งหมด รองลงมาคือเทศกาลสำคัญ เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ และวาเลนไทน์ คิดเป็น 25% ขณะที่แนวโน้มที่เติบโตอย่างชัดเจนคือ Everyday Gifting หรือการส่งของขวัญในวันธรรมดา เช่น การให้กำลังใจ ขอบคุณ หรือคิดถึง ซึ่งคิดเป็น 20% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มใช้ของขวัญดิจิทัลเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการสื่อสารความรู้สึกในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษ
พฤติกรรมการเลือกของขวัญบน LINE GIFT ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยในปัจจุบัน โดยหมวดสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการส่งของขวัญให้กัน ได้แก่ เครื่องดื่ม, ไอศกรีม, ขนมเค้ก, เวาเชอร์แทนเงินสด, มื้ออาหาร, และ ความงาม ซึ่งล้วนเป็นของขวัญที่สามารถใช้งานได้ทันทีและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ขณะที่แบรนด์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์ม ได้แก่ Starbucks, Swensens, Sushiro, Mister Donut, Dairy Queen, Bearhouse, Nose Tea, Yolé, LINE MAN, Grab, Shopee และ Lazada สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับของขวัญที่สร้างประสบการณ์และสามารถนำไปใช้ได้จริง มากกว่าการเลือกของขวัญจากมูลค่าเพียงอย่างเดียว
ด้านการเติบโต LINE GIFT ณ ปัจจุบัน สามารถเข้าถึงลูกค้าบน LINE ได้มากกว่า 56 ล้านคน และมีตัวเลือกสินค้ากว่า 9,494 รายการให้เลือกส่งของขวัญ ซึ่งครอบคลุมกว่า 300 แบรนด์พันธมิตร และมีอัตราการกลับมาส่งของขวัญซ้ำ (Repeat Gifting Rate) สูงกว่า 30% ต่อเดือน สะท้อนว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้งานกลับมาส่งของขวัญผ่าน LINE GIFT ซ้ำทุกเดือน ด้านมูลค่าการสั่ง ซื้อเฉลี่ย (Average Order Value) อยู่ที่ 150–200 บาทต่อรายการ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เข้าถึงง่ายและสนับสนุนพฤติกรรม Everyday Gifting ได้เป็นอย่างดี
“1 ปีที่ผ่านมา LINE GIFT ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า e-Gifting กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างแท้จริง คนไทยพร้อมแล้วที่จะส่งความรู้สึกให้กันผ่านดิจิทัล และเราจะยังคงพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ทุกความรู้สึก ในทุกช่วงเวลาของชีวิต” จิรัฏฐ์ วรรธนกรินธ์ หัวหน้าธุรกิจ LINE GIFT กล่าว
พฤติกรรมการส่งของขวัญยังแตกต่างกันตามแต่ละเจเนอเรชัน กลุ่ม Gen Z (18-24 ปี) นิยมส่งเพื่อสื่อความรู้สึก ณ ขณะนั้น ด้วยความถี่สูงแต่มูลค่าต่อครั้งไม่มาก เน้นหมวดเครื่องดื่มและขนม ขณะที่กลุ่ม Millennial (25-34 ปี) ซึ่งเป็น Core Audience ของ LINE GIFT ส่งของขวัญเพื่อรักษาและสร้างความสัมพันธ์ครอบคลุมหลากหลายโอกาส พร้อมจ่ายมากขึ้นหากของขวัญสื่อความใส่ใจได้ตรงใจ ส่วนกลุ่ม Gen X (35 ปีขึ้นไป) ส่งด้วยความถี่น้อยกว่าแต่มูลค่าต่อครั้งสูงกว่า นิยมหมวดอาหารพรีเมียม สุขภาพ และไลฟ์สไตล์
ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการยืนยันจากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำอย่าง Starbucks ประเทศไทย ซึ่งพบว่า Gift Voucher ที่ส่งผ่าน LINE GIFT มีอัตราการใช้สิทธิ์ (Redemption Rate) สูงถึง 82% สะท้อนว่า ของขวัญที่ส่งออกไปถูกนำ ไปใช้จริง เกือบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงสิทธิประโยชน์ที่ถูกลืม โดยคำสั่งซื้อในธีม วันเกิดคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% ของยอดขายผ่าน แพลตฟอร์ม และ Voucher มูลค่า 200 บาท เป็นมูลค่าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทุกธีมของขวัญ
“เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงเวลาสำคัญของลูกค้าได้ง่ายและใกล้ชิดยิ่งขึ้น ผ่าน e-Gift ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึง ลูกค้าได้กว้างขึ้น และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจด้วยประสบการณ์การให้ ของขวัญที่สะดวก และตอบโจทย์ผู้บริโภค ยุคใหม่” คุณสุมลพิน โจติกะบุกกะนะ ผู้อำนวยการฝ่าย การตลาดและสื่อสารองค์กร Starbucks ประเทศไทย
ทิศทางการเติบโตของ LINE GIFT ยังสอดรับกับแนวโน้มตลาด e-Gifting ในระดับโลก โดยมูลค่าตลาด Digital Gifting ทั่วโลกในปี 2568 อยู่ที่ราว 48.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตสู่ 129.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคต (ที่มา: Mobility Foresights) สะท้อนว่าการเติบโตของ LINE GIFT ในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ผู้บริโภคที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางของตลาด e-Gifting ในประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนโดย 5 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของการส่งของขวัญดิจิทัล (Digital Gifting) การเลือกมอบประสบการณ์แทนสิ่งของ (Experience-based Gifts) การเลือกของขวัญที่เหมาะกับตัวตนของผู้รับแต่ละบุคคล (Personalized Gifts) ความนิยมในสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Gifts) และเทรนด์ Self-Gifting & Wellness พฤติกรรม “ส่งของขวัญให้ตัวเอง” กลายเป็นเทรนด์ที่ผลักดันการเติบโตของหมวดสกินแคร์ สุขภาพ และของหวาน สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับทั้งความสะดวก ความหมาย และประสบการณ์ที่ผู้รับจะได้รับมากกว่ามูลค่าของของขวัญเพียงอย่างเดียว
LINE GIFT ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของ e-Gifting ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนบทบาทในการช่วยให้การแบ่งปันความรู้สึกเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน ผ่านประสบการณ์การส่งของขวัญที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้ใช้งานทุกคน LINE GIFT มีโปรโมชันพิเศษตลอดเดือนกรกฎาคม 2569 ให้ส่งความรู้สึกดีๆ ให้กันได้ทุกวัน พร้อม LINE STICKERS เซ็ต CRYBUDDY & LINE FRIENDS ฟรีสำหรับทุกคน
The Business Plus บิสิเนสพลัส