Home / BUSINESS ANALYTIC / InsurTech เรียนรู้จากเทคโนโลยีสู่อนาคตใหม่

InsurTech เรียนรู้จากเทคโนโลยีสู่อนาคตใหม่

 InsurTech เรียนรู้จากเทคโนโลยีสู่อนาคตใหม่

เมื่อโลกเปลี่ยน คนเปลี่ยนธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนตาม ผู้บริโภค ในยุคที่ดิจทัลเข้ามาแทรกซึมในทุกส่วนของชีวิตประจำเราได้เห็นการทรานฟร์อมของภาคธุรกิจที่พยายามนำเอาดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนเชื่อมกับผู้บริโภค ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจประกันภัย ที่วันนี้ทรานฟร์อมสู่  InsurTech

เสน่ห์ของธุรกิจประกัน ทั้งประกันภัยและประกันชีวิตขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น เพราะบนพื้นฐานของการซื้อ-ขายสินค้าที่จับต้องไม่ได้ บางทีต้องใช้ความมั่นใจในการตัดสินใจ ข้อมูลหนึ่งที่บ่งบอกได้ดีว่า ทำไมธุรกิจประกันในเมืองไทยยังเติบใหญ่ไม่ได้เต็มที่ เพราะกำแพงที่ขวางกั้น คือผู้บริโภคยังไม่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าผู้ขาย (บริษัทประกันจะหลอกขายสินค้า)

ขณะที่ผู้ซื้อต่างกลัวข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในเอกสารว่าจะรับรองสิทธิ์นั้นได้เต็มที่ เห็นได้จากกรณีฟ้องร้องว่า บริษัทประกันไม่ดูแลลูกค้า จึงทำให้ตัวเลขการเติบโตเป็นไปอย่างช้า ๆ

กระทั่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมคนไทยเริ่มเข้าใจและเห็นความสำคัญ เตรียมพร้อมรับความเสี่ยงในธุรกิจมากขึ้น ทำให้ได้เห็นตัวเลขการเติบโตดีขึ้น แต่ถ้าเทียบกับการถือครองกรมธรรม์ในต่างประเทศ ยังถือว่าประเทศไทยมีสัดส่วนการถือครองกรมธรรม์เพียงร้อยละ 38 ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศญี่ปุ่น คนที่นั่นเขาทำประกันเกิน 200% ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของธุรกิจประกันในการหาลูกค้าใหม่

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้และจากนี้มีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมประกันภัยก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคจะเป็นตัวแปรสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต จากเดิมผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการต่าง ๆ ถูกกำหนดโดยผู้ประกอบการ แล้วให้ผู้บริโภคเป็นคนเลือก แต่ในยุคปัจจุบัน ความต้องการของผู้บริโภคคือตัวกำหนดผลิตภัณฑ์และบริการที่ภาคธุรกิจต้องหันมาให้ความสำคัญ

ในอนาคตผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y และ Gen Z จะเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ ในฐานะผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด นี่คือจุดเริ่มของปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มของธุรกิจประกันชีวิตในอนาคต และการมาของความสามารถของเทคโนโลยีหลายอย่างจะเริ่มมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางธุรกิจมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ทุก Generations

แน่นอนว่า หากภาคธุรกิจประกันภัยต้องการเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค และอยู่รอดในภาวะธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง จำเป็นต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น บริการทางการเงิน ที่ถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech ทำให้ธนาคารต่าง ๆ ต้องตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ขึ้นมา พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินโดยเฉพาะ เพราะคนเริ่มทำธุรกรรมผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารน้อยลง

อุตสากรรมประกันก็เช่นเดียวกัน ผู้บริโภคยุคใหม่มีความเข้าใจผลิตภัณฑ์ประกันภัยดีขึ้น และต้องการเลือกรูปแบบประกันด้วยตัวเอง ในต่างประเทศเริ่มเห็นบริการที่เรียกว่า Peer to Peer Insurance คือการรวมตัวกันของผู้บริโภคเพื่อซื้อประกันภัยที่ตนเองอยากได้ หรือแม้กระทั่งการดีไซน์แบบประกันเฉพาะตัว

ในอนาคตเราจะเห็นอุตสาหกรรมประกันภัย นำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นำมาปรับใช้ในธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยประมวลผลความต้องการของผู้บริโภคได้ทันที และมีความแม่นยำสูงกว่าคนทั่วไป

เมื่อ Landscape ของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป การปรับตัวเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น การเรียนรู้จากเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่อนาคตใหม่ที่ดีกว่าได้เริ่มขึ้นแล้ว