INSIGNIA ร่วมกับสยามพิวรรธน์ เปิดประสบการณ์ “A Taste of INSIGNIA” ยกระดับไลฟ์สไตล์ Ultra Premium พร้อมเปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ผ่าน 5 เสาหลักแห่งบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นางนาดา ที. รูเวียร์ (ซ้าย) President, Insignia Group พร้อมด้วยนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรของกลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ และนางสรัลธร อัศเวศน์ (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity and Engagement กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ในงาน A Taste of Insignia ปฐมบทแห่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ (Unlock the World of Insignia) เพื่อเปิดโอกาสได้สัมผัสโลกของ Insignia อย่างใกล้ชิด ผ่านการนำเสนอไฮไลต์ผลิตภัณฑ์และบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแบรนด์ ที่รวมถึง Billionaire Jewellery Card หนึ่งในโซลูชันบัตรชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียมของ Insignia ที่มาเผยโฉมในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ณ Blue by Alain Ducasse, ICONSIAM

อินซิกเนีย (Insignia) ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคลและโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียม ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “A Taste of INSIGNIA” ปฐมบทแห่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ (Unlock the World of Insignia) พร้อมประกาศความร่วมมือกับ กลุ่มสยามพิวรรธน์ เพื่อเปิดประตูสู่โลกแห่งบริการและประสบการณ์ระดับ Ultra Premium ให้แก่กลุ่มลูกค้าคนสำคัญในประเทศไทย ณ Blue by Alain Ducasse, ICONSIAM

การเปิดตัวครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Insignia ในการขยายเครือข่ายทั่วเอเชีย หลังสั่งสมประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์และโซลูชันทางการเงินมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี โดยมุ่งนำเสนอการบริการที่ออกแบบเฉพาะบุคคล การเข้าถึงเครือข่ายระดับโลก และโซลูชันการชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สอดรับกับความต้องการและความสนใจของลูกค้าแต่ละรายอย่างแท้จริง

ภายในงาน A Taste of INSIGNIA ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสโลกของ Insignia ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงการเผยโฉม Billionaire Jewellery Card หนึ่งในโซลูชันบัตรชำระเงินระดับอัลตร้าพรีเมียมของ Insignia ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมถ่ายทอดปรัชญาการทำงานของ Insignia ผ่าน 5 เสาหลัก (5 Pillars) ได้แก่ Freedom, Craftsmanship, Dedication, Access และ Possibility ซึ่งสะท้อนแนวทางการเปลี่ยนความต้องการของลูกค้าให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

5 เสาหลัก สู่ “The Art of INSIGNIA”

Freedom – อิสรภาพในการใช้ชีวิตและการเงิน
Insignia มุ่งมอบความคล่องตัวทางการเงินและอิสระในการใช้ชีวิต พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากบริการทั่วไป ตัวอย่างหนึ่งคือกรณีลูกค้าต้องการจัดซื้อเพชรมูลค่าสูงจาก Private Collection ของ Graff เพื่อมอบให้คู่หมั้นที่ดูไบ โดยธุรกรรมผ่านธนาคารเอกชนในสวิตเซอร์แลนด์อาจต้องใช้เวลา 5–10 วัน แต่ Insignia สามารถบริหารจัดการธุรกรรมและประสานการจัดส่งเพชรถึงมือลูกค้าได้ภายใน 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงความคล่องตัวและความสามารถในการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล

Craftsmanship – ความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด
ความประณีตคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Insignia โดยหนึ่งในผลงานที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวคือความร่วมมือกับ Jacob & Co. ในการรังสรรค์ Jewellery Card บัตรชำระเงินที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตและประดับด้วยเพชรและมุกแท้กว่า 2,400–2,500 เม็ด ผ่านงานฝีมือแบบแฮนด์เมด และผลิตในรูปแบบ Limited Edition เพื่อออกแบบให้เหมาะกับลูกค้าระดับสูงสุดโดยเฉพาะ

Dedication – ความทุ่มเทและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
Insignia เชื่อว่าความต้องการของลูกค้าแต่ละคนมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจลูกค้าในระดับลึก เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริง หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือการสร้างเซอร์ไพรส์วันเกิดครบรอบ 40 ปีให้ภรรยาของลูกค้าซึ่งเคยเป็นนางแบบ โดยทีมงานจัดแฟชั่นเซ็ตถ่ายภาพ ก่อนพาเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปยังกรุงปารีส เพื่อให้เธอได้พบภาพถ่ายของตัวเองปรากฏอยู่บนแคมเปญโฆษณาใจกลางเมือง กลายเป็นประสบการณ์ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับบุคคลนั้น

Access – การเปิดประตูสู่โอกาสและเครือข่ายระดับโลก
Insignia ทำหน้าที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับบุคคล แบรนด์ และโอกาสที่ผ่านการคัดสรรในระดับสากล ตัวอย่างเช่น การประสานงานกับ Cartier เพื่อปรับโฉมสร้อยคอวินเทจประดับพลอยอะความารีนซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากคุณยาย ให้กลายเป็นเครื่องประดับ 3 ชิ้นที่สามารถนำกลับมาใช้งานและสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน สะท้อนถึงการผสานคุณค่าของเรื่องราวในอดีตเข้ากับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน

Possibility – ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด
Possibility คือการหลอมรวมทั้ง 4 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่อิสรภาพ ความพิถีพิถัน ความทุ่มเท ไปจนถึงการเข้าถึง เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และเปลี่ยนความปรารถนาของลูกค้าให้กลายเป็นจริง ภายใต้ปรัชญา “The Art of INSIGNIA” หรือแนวคิด “The Art of the Impossible”

ผนึกกำลัง Insignia และสยามพิวรรธน์ ยกระดับประสบการณ์ Luxury ในไทย

ความร่วมมือระหว่าง Insignia และ กลุ่มสยามพิวรรธน์ ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารโครงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงเป็นหนึ่งในเจ้าของและผู้บริหารไอคอนสยามและสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต นับเป็นการผสานเครือข่ายและความเชี่ยวชาญระดับสากลของ Insignia เข้ากับความเข้าใจเชิงลึกของสยามพิวรรธน์ในตลาดลักชัวรีและกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูงของประเทศไทย

นางนาดา ที. รูเวียร์ (Mrs. Nada T. Rouviere) President, Insignia Group กล่าวว่า

“ตลอด 30 ปี ที่ Insignia ดำเนินธุรกิจด้วยความเชื่อที่ว่าความหรูหราที่แท้จริงเริ่มต้นมาจากความเข้าใจความต้องการเฉพาะบุคคล ความสัมพันธ์ส่วนตัว การใช้ดุลยพินิจ และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการให้บริการ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ องค์ประกอบสำคัญของ Insignia ทั้งห้าประการ คือ อิสรภาพ (Freedom) ความพิถีพิถัน (Craftsmanship) ความทุ่มเท (Dedication) การเข้าถึง (Access) และความเป็นไปได้ (Possibility) สะท้อนถึงแนวทางที่เราทำให้ปรัชญาเหล่านี้เกิดเป็นรูปธรรม ที่นำไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับ รวมถึงเปิดประตูสู่โอกาสที่มีความหมายสำหรับลูกค้าแต่ละคนของเรา

“ความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ครั้งนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำปรัชญาที่เรายึดถือมาสู่ตลาดประเทศไทย และยังเชื่อมโยงลูกค้าของที่นี่สู่เครือข่ายของเราทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าถึงการให้บริการที่ออกแบบโดยเฉพาะแก่ลูกค้าแต่ละท่าน รวมทั้งอิสรภาพในการกำหนดไลฟ์สไตล์ที่สอดรับกับความต้องการและความสนใจของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง”

ด้าน นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity and Engagement กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า

“เราเชื่อว่าประสบการณ์อันน่าประทับใจอย่างแท้จริงเกิดจากพลังของความร่วมมือที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการรังสรรค์จุดหมายปลายทางและประสบการณ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เรามุ่งสร้างโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลก ผ่านบริการและกิจกรรมที่พิถีพิถันและออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล”

สำหรับลูกค้าในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดประตูสู่เครือข่ายระดับสากลของ Insignia ที่พร้อมนำความเชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาปรับให้สอดรับกับบริบทของประเทศไทย ตั้งแต่การรังสรรค์ประสบการณ์ชั้นเลิศที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางในระดับพรีเมียม ไปจนถึงการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก โดยยึดแนวทางการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและความสนใจของแต่ละบุคคล

การผนึกกำลังระหว่างความเชี่ยวชาญของสยามพิวรรธน์ในการรังสรรค์ประสบการณ์และความเข้าใจในกลุ่มผู้บริโภคลักชัวรีของไทย เข้ากับเครือข่ายระดับโลกและบริการแบบเฉพาะบุคคลของ Insignia จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการร่วมกำหนดนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตในแบบลักชัวรี พร้อมเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นเลิศของประเทศไทยเข้ากับโอกาสและความเป็นไปได้จากทั่วโลกได้อย่างไร้รอยต่อ

#Insignia #ATasteOfInsignia #UnlockTheWorldOfInsignia #LuxuryLifestyle