Home / HAPPENING / “Healthy Life Plus”EcoHealth System ใหม่จากสมิติเวช&ไทยประกันชีวิต

“Healthy Life Plus”EcoHealth System ใหม่จากสมิติเวช&ไทยประกันชีวิต

นับว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกันไม่ให้เกิดป่วยและการเข้ารับการรักษาทันทีเมื่อมีอาการ ประกอบกับการเกิดขึ้นของโรคใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวกันมากยิ่งขึ้นไปอีก ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการทางด้านสุขภาพเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ

ล่าสุด 2พี่ใหญ่แห่งวงการการแพทย์และประกันชีวิต อย่างสมิติเวชและไทยประกันชีวิต ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการสุขภาพ ด้วยการเปิดมิติใหม่ “Healthy Life Plus” สร้าง EcoHealth System เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างครบวงจร โดยผสานเข้ากับบริการ Samitivej Virtual Hospital เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ทุกที่ ทุกเวลา

ทั้งนี้ไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ประกาศปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ หรือ Reinvent Business Model เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruptive ซึ่งผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าและบริการ ไทยประกันชีวิตจึงมุ่งสู่การเป็น Life Solutions หรือทุกคำตอบของการประกันชีวิต ผ่านการสร้าง Life Innovation เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว และมีความสุขกับเงินออมในยามเกษียณ โดยมุ่งปรับ Mindset ของคนในองค์กร เพื่อให้ทุกคนก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การเป็น Life Solutions เป็นเพื่อนคู่คิดที่เคียงข้าง วางแผนดูแลลูกค้าในทุกช่วงชีวิต

 

ทั้งนี้ แนวทางการส่งเสริมให้ลูกค้ามีสุขภาพที่ดี ส่วนหนึ่งต้องมาจากการใส่ใจ ดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน หรือ Preventive Healthcare ไทยประกันชีวิตจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ดี ซึ่งมี Business Goal เดียวกันในด้าน Wellness Strategy คือ สมิติเวช เพื่อสร้าง EcoHealth System คือ การเชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพมอบสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าให้กับลูกค้า
ความร่วมมือโครงการ Healthy Life Plus กับสมิติเวชในครั้งนี้ จะเอื้อให้ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน “Samitivej Plus” ซึ่งป็นแอปพลิเคชันที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาล และกลับจากโรงพยาบาล โดยเฉพาะการให้บริการที่ปรึกษาทางการแพทย์ Samitivej Virtual Hospital หรือโรงพยาบาลเสมือนจริง ซึ่งลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ ง่าย สะดวกสบาย ด้วยค่าบริการที่เหมาะสม เหมือนกับการมารับบริการที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง

ซึ่งลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Samitivej Plus ได้ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android รวมถึงใช้บริการต่างๆ ในแอปพลิเคชันได้ฟรี อาทิ การนัดหมายแพทย์ การแจ้งเตือนการนัดหมาย ยกเว้นการใช้บริการ Samitivej Virtual Hospital ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้บริการ Samitivej Virtual Hospital ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถใช้บริการ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ แอปพลิเคชัน “Samitivej Plus”, แอปพลิเคลชัน “Thailife Card” และเว็บไซต์ www.thailife.com ผ่านบริการ iService

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถนำความต้องการของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการบริการในลักษณะ Personalized เฉพาะรายบุคคลได้ในอนาคต รวมถึงการร่วมกับสมิติเวชจัดกิจกรรมพิเศษด้านสุขภาพสำหรับลูกค้า หรือการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ด้านสุขภาพ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้กับลูกค้าอีกด้วย

 

“ในเบื้องต้นไทยประกันชีวิตร่วมกับสมิติเวช มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า สำหรับลูกค้าที่รับบริการตรวจสุขภาพ 5 โปรแกรม ได้แก่ การตรวจยีน 50 ยีน เพื่อดูความเสี่ยงโรคมะเร็ง, การตรวจยีน 139 ยีน เพื่อดูภาวะสุขภาพ, การตรวจดูความยาวของปลายสาย DNA คือตรวจดูอายุชีวภาพ (Telomere Program), การตรวจยีนเพื่อดูความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ Precision Alzheimer’s disease 1 และการตรวจยีนเพื่อดูความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ Precision Alzheimer’s disease 2 จะได้รับสิทธิ์ตรวจ Fibroscan หรือการตรวจไขมันพอกตับฟรี เฉพาะการเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท” ไชยกล่าว

ทางด้านนายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว คนรุ่นใหม่ต้องการความรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และความคุ้มค่าของเวลา ซึ่งเป็นโจทย์และความท้าทายของธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare) ดังนั้น การก้าวข้ามผ่าน Digital Disruptive หรือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต่อจากนี้ โดยผู้ให้บริการจะต้องคิดค้น พัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง

 

ความร่วมมือกับไทยประกันชีวิตในครั้งนี้ เนื่องจากทั้งสององค์กรมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ #เราไม่อยากให้ใครป่วย อยากให้คนไทยมีสุขภาพดี รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ภายใต้เป้าหมายการสร้าง EcoHealth System เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสุขภาพในเชิงป้องกัน หรือ Preventive Medicine จึงเกิดการสร้าง Brand Collaboration ขึ้น และขยายฐานการดูแลสุขภาพสู่วงกว้างมากขึ้น โดยสมิติเวชจะอำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าไทยประกันชีวิตสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Samitivej Virtual Hospital และแอปพลิเคชัน Samitivej Plus รวมถึงจัดโปรแกรมการดูแลสุขภาพ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การบริการข้อมูลทางด้านสุขภาพ การจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพ เป็นต้น

 

Samitivej Virtual Hospital เป็นการนำเทคโนโลยี Telehealth เชื่อมโยงกับบริการทางการแพทย์ที่มีอยู่เดิม ก่อให้เกิดบริการทางการแพทย์แบบรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด #คลิกเดียวถึง ถือเป็นการเปลี่ยนมิติของการดูแลสุขภาพด้าน Healthcare ของสมิติเวช โดยให้บริการด้านต่างๆ ประกอบด้วย Teleconsultation บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่าน Video Call ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลของสมิติเวชโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง บริการเจาะเลือดถึงบ้าน Test @Home แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันที บริการจัดส่งยา Medicine Delivery บริการ Vaccine @Home การฉีดวัคซีนถึงบ้านโดยพยาบาลวิชาชีพ และ Virtual Weight Management Program ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการลดน้ำหนักเฉพาะบุคคล

“ผู้ใช้บริการสามารถวางใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล เพราะสมิติเวชใช้ระบบรักษาข้อมูลตามมาตรฐานสากล HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act) ส่วนแอปพลิเคชัน Samitivej Plus จะเป็นเสมือนผู้ช่วยด้านสุขภาพที่ให้ข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าใช้บริการ (Pre Hospital) ระหว่างใช้บริการที่โรงพยาบาล (Hospital) จนถึงหลังจากกลับบ้านเพื่อพักฟื้นหรือดูแลตัวเอง (Post Hospital) เรียกว่า ให้บริการนัดหมายแพทย์ พบแพทย์ ชำระค่ารักษา ดูประวัติการรักษา ทั้งหมดจบในแอปฯ เดียว” นายแพทย์ชัยรัตน์กล่าวปิดท้ายอย่างน่าสนใจ