FLE เดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด พบนักลงทุนทั่วประเทศ ตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร ก่อนเสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้น เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ผนึกกำลังบริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมเดินสายโรดโชว์พบนักลงทุนก่อนเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 100 ล้านหุ้น เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นในหัวเมืองใหญ่ 4 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันที่ 10 สิงหาคม ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและวิสัยทัศน์การเติบโต ด้าน “นายภาณุ โชคอภิรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุนำเงินจากการระดมทุนขยายธุรกิจ ผลักดันการเติบโตอย่างมีศักยภาพ พร้อมโชว์จุดแข็ง เป็นผู้ให้บริการด้านระบบสูบน้ำและระบายน้ำแบบครบวงจร (One Stop Solution Provider) ชูประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจกว่า 20 ปี

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด (“บริษัทฯ”) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนนำ FLE เดินสายนำเสนอข้อมูลรายละเอียดธุรกิจแก่นักลงทุน (โรดโชว์) จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม 2569 และปิดท้ายที่จังหวัดกรุงเทพฯ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569

FLE มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.33% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้และมีแผนเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ FLE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การโรดโชว์ครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอข้อมูลของ FLE ให้แก่นักลงทุนได้รับทราบอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของลักษณะการดำเนินธุรกิจ จุดแข็ง ศักยภาพการแข่งขัน แนวทางการขยายธุรกิจ และโอกาสการเติบโตในอนาคต ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดการน้ำ และศักยภาพในการเติบโตของ FLE ในระยะยาว

สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนของ FLE ประกอบด้วย เพื่อใช้เงินลงทุนในเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจบริการด้านน้ำ , ขยายกำลังการผลิตของโรงงาน ชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

โดย FLE มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบจัดการน้ำที่ดำเนินงานมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมความโดดเด่นในการเป็นผู้จัดหาและจัดจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงมีความสามารถในการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ การจัดหาและติดตั้ง ไปจนถึงงานทดสอบ ซ่อมบำรุง และบริการหลังการขาย ด้วยทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้าน สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์        และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย

นอกจากนี้ ธุรกิจของ FLE ยังเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและมีโอกาสเติบโตตามความต้องการใช้น้ำและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต ประกอบกับการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การให้บริการที่ครอบคลุม และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้ FLE มีศักยภาพในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่า FLE มีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

            นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวว่า       การเดินสายโรดโชว์ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะได้นำเสนอข้อมูลและศักยภาพของ FLE ให้แก่นักลงทุนในแต่ละภูมิภาคได้รู้จักบริษัทมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบน้ำ ตลอดจนแนวทางการดำเนินงาน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการที่ครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงรองรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต

“แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) นับเป็นก้าวสำคัญของ FLE ในการต่อยอดและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายภาณุ กล่าว