FLE เปิดเทรดวันแรก 1.45 บาท เหนือจอง 17.89% สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน ชู Backlog แน่น เดินหน้าขยายธุรกิจให้เช่า-สัมปทานโรงผลิตน้ำประปา-บริหารโรงผลิตน้ำประปา พร้อมรับเทรนด์ Data Center – โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

FLE เปิดเทรดวันแรกอยู่ที่ 1.45 บาท เหนือจอง 17.89% จากราคาไอพีโอ 1.23 บาท/หุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโต ฟากซีอีโอ “ภาณุ โชคอภิรัตน์” เผย สิ้นเดือน ก.ค. 69 ตุนงานในมือรวม 352.55  ล้านบาท ลุยเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน คือ ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ, ธุรกิจสัมปทานโรงผลิตน้ำประปาและรับจ้างบริหารโรงผลิตน้ำประปางานวิศวกรรมระบบ พร้อมเร่งคว้าโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมรองรับงานโครงการขนาดใหญ่ และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก (1 กันยายน 2569) ท่ามกลางความสนใจของนักลงทุน โดยราคาหุ้นเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 1.45 บาท เพิ่มขึ้น 17.89% จากราคา IPO ที่ 1.23 บาท/หุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทฯ

นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ เพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าการซื้อขายอย่างคึกคัก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ และถือเป็นหุ้นตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้านระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ประกอบกับบริษัทฯ มีมูลค่างาน (Backlog) คงเหลือ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 352.55 ล้านบาท ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายธุรกิจในอนาคตอย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ

บริษัทฯ เปิดตัวธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ รองรับลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านงบประมาณและการใช้งาน ทั้งโครงการชั่วคราวและเฉพาะกิจ พร้อมช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มสัดส่วน Recurring Income เสริมความมั่นคงของกระแสเงินสด โดยได้รับสัญญาเช่าฉบับแรกในเดือนสิงหาคม 2568 และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ ธุรกิจดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก โดยแม้จะเป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในไตรมาส 3/2568 แต่ปัจจุบันได้รับสัญญาแล้วกว่า 7 ฉบับ สะท้อนถึงความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเจรจาและขยายฐานลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับสัญญาเช่าใหม่อย่างต่อเนื่อง

  1. ธุรกิจโครงการด้านน้ำ

บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจด้านน้ำ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวและเพิ่มสัดส่วน Recurring Income ครอบคลุม 2 รูปแบบ ได้แก่ 2.1 ธุรกิจสัมปทานโรงผลิตน้ำประปา คือ การลงทุนและพัฒนาโรงผลิตน้ำประปาภายใต้สัญญาสัมปทานกับหน่วยงานภาครัฐ ครอบคลุมการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และบริหารจัดการตลอดอายุสัมปทาน 2.2 ธุรกิจรับจ้างบริหารโรงผลิตน้ำประปา คือ ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาโรงผลิตน้ำประปาในรูปแบบ O&M ภายใต้สัญญาจ้างกับหน่วยงานภาครัฐ โดยบริษัทฯ ไม่ต้องลงทุนก่อสร้างโครงการ แต่รับผิดชอบการดำเนินงานและดูแลระบบตามขอบเขตและเงื่อนไขของสัญญา

ซึ่งจากแผนการขยายธุรกิจข้างต้น จะเป็นส่วนส่งเสริมในการขยายฐานรายได้ เพื่อสร้างการเติบโตและยั่งยืนในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตจากกระแสการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ Cloud Computing, AI และการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการระบบวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center มีแนวโน้มขยายตัวตามไปด้วย

“ผมขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้การตอบรับหุ้น FLE เป็นอย่างดี ผมในฐานะผู้นำขององค์กรได้ทำงานอยู่ในธุรกิจนี้มากว่า 30 ปี มีความเชื่อมั่นในธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบสาธารณูปโภคของประเทศ ผมเชื่อมั่นว่าเรามีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปข้างหน้า และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นต่อไปได้ในอนาคต”  นายภาณุ กล่าว

ด้านนายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเข้าเทรดในวันแรกของ FLE ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง โดยเม็ดเงินที่ได้จากการเสนอขายไอพีโอในครั้งนี้ FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับงานใหม่และรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว

ซึ่งการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ FLE จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุน และสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการเข้ารับงานโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ  บริษัทหลักทรัพย์  ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า FLE เป็นบริษัทฯ ที่มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการน้ำครบวงจร ประกอบกับมีโอกาสได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการขยายตัวของ Data Center ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการงานด้านวิศวกรรมและระบบโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

ทั้งนี้ FLE พร้อมใช้ศักยภาพ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เดินหน้ารับงานโครงการใหม่ ขยายฐานลูกค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว