เมื่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัยเผชิญแรงกดดัน ขณะที่ตลาดบ้านใหม่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ การมองหาโอกาสจากบ้านที่มีอยู่แล้วจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้าง ‘ตราเพชร’ เดินหน้าปรับกลยุทธ์จากผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง สู่ผู้ให้บริการติดตั้งและปรับปรุงบ้านครบวงจร พร้อมต่อยอดสินค้าในกลุ่ม Well-Being เพื่อรับเทรนด์การอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวกำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่พึ่งพาความต้องการจากโครงการบ้านจัดสรรและการก่อสร้างบ้านใหม่เป็นส่วนสำคัญ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ยังมีโอกาสจากตลาดปรับปรุงและซ่อมแซมบ้าน (Renovation) ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากบ้านที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และความต้องการยกระดับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น
บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่กำลังปรับทิศทางธุรกิจเพื่อรับโอกาสดังกล่าว โดยนำความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างและบริการติดตั้งที่สั่งสมมากว่า 41 ปี มาต่อยอดสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรง พร้อมขยายบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเรื่องบ้านแบบครบวงจร

ดร.พิชญานันท์ ล้อวรลักษณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT กล่าวว่า
ที่ผ่านมา ตราเพชรเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตกระเบื้องหลังคาลอนคู่และหลังคาคอนกรีต ก่อนขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ครอบคลุมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านหลากหลายประเภท ตั้งแต่โครงหลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง อิฐมวลเบา ไปจนถึงพื้นและบันได SPC รวมถึงไม้สังเคราะห์ WPC การขยายพอร์ตโฟลิโอดังกล่าวสะท้อนทิศทางของบริษัทที่ต้องการก้าวข้ามภาพจำของการเป็นผู้ผลิตกระเบื้องหลังคา ไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การก่อสร้างและตกแต่งบ้านได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่การมีผลิตภัณฑ์หลากหลายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงไป
จากข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้บริหาร ตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน ทั้งจากความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน ปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย และบางส่วนเลือกเช่ามากกว่าซื้อบ้านเป็นของตนเอง ขณะเดียวกัน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์บางรายปรับแผนการก่อสร้างให้สอดคล้องกับภาวะตลาด โดยทยอยพัฒนาโครงการแทนการเปิดก่อสร้างจำนวนมากในคราวเดียว ส่งผลให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างและบริการติดตั้งจากตลาดโครงการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
สำหรับตราเพชร ความท้าทายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การหาช่องทางจำหน่ายใหม่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ศักยภาพการผลิตและทีมช่างที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริษัทจึงเริ่มขยายโอกาสไปยังตลาดเจ้าของบ้านโดยตรง (B2C) โดยมองว่าบ้านที่สร้างเสร็จและมีผู้อยู่อาศัยแล้ว ยังคงมีความต้องการซ่อมแซม ต่อเติม และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาหลังคารั่วซึม การเปลี่ยนหลังคาที่เสื่อมสภาพ การปรับปรุงพื้นและบันได ตลอดจนการต่อเติมโรงจอดรถและครัวหลังบ้าน ล้วนเป็นความต้องการที่เปิดโอกาสให้บริษัทนำผลิตภัณฑ์และความเชี่ยวชาญด้านงานติดตั้งเข้าไปตอบโจทย์ได้โดยตรง


การเปิดตัว “DIAMOND Service Solutions” จึงเป็นก้าวสำคัญของตราเพชรในการขยายรูปแบบธุรกิจจากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ไปสู่การให้บริการติดตั้งและปรับปรุงบ้านแบบครบวงจร โดยนำประสบการณ์จากการให้บริการติดตั้งโครงหลังคาและพื้นแก่ลูกค้ากลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์มาต่อยอดสู่เจ้าของบ้านรายบุคคล บริการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ สำรวจพื้นที่ จัดส่งวัสดุ ไปจนถึงการติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพ ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการงานบ้านได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แทนที่จะต้องประสานงานกับผู้จำหน่ายวัสดุและผู้รับเหมาหลายราย
บริษัทแบ่งบริการออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. DIAMOND Installation บริการติดตั้งสำหรับบ้านใหม่ ครอบคลุมระบบหลังคา DIAMOND Roofing งานพื้นและบันได SPC ภายใต้ DIAMOND SPC Stair & Flooring รวมถึงงานตกแต่งภายนอกด้วยไม้สังเคราะห์ DIAMOND WPC XTruShield
2. DIAMOND Renovation 360° บริการปรับปรุงบ้านที่มีอยู่เดิม ประกอบด้วยบริการเปลี่ยนหลังคา (Re-Roof) เปลี่ยนสีหลังคา (Roof Repaint) เปลี่ยนบันได (Re-Stair) และเปลี่ยนพื้น (Re-Floor) เพื่อรองรับความต้องการปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
จุดขายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีสินค้าให้เลือกหลากหลายเท่านั้น แต่คือการสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของตลาดงานรีโนเวท เพราะแม้การปรับปรุงบ้านจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน งานล่าช้า คุณภาพไม่เป็นไปตามที่ตกลง และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นระหว่างดำเนินงาน ตราเพชรจึงนำความน่าเชื่อถือจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม และมาตรฐานการให้บริการมาเป็นจุดแข็งในการแข่งขัน โดยผู้บริหารระบุถึงแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการประเมินราคาที่ชัดเจน การทำสัญญา และการรับประกันงาน 1 ปี เพื่อช่วยลดความกังวลของลูกค้า
สำหรับระยะแรก บริษัทวางแผนให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ตั้งเป้าหมายงานติดตั้งและปรับปรุงหลังคาประมาณ 5–10 หลังต่อเดือน ขณะที่งานพื้น SPC และไม้สังเคราะห์ WPC มีความพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าเพิ่มเติม การเริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ระมัดระวังสะท้อนแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่มุ่งสร้างความพร้อมด้านการให้บริการและประสบการณ์ของลูกค้า ก่อนต่อยอดไปสู่การขยายตลาดในระยะถัดไป
DIAMOND Well-Being ขยายคุณค่าจากวัสดุก่อสร้างสู่คุณภาพชีวิต
นอกจากการขยายบริการแล้ว อีกหนึ่งทิศทางที่ตราเพชรให้ความสำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “DIAMOND Well-Being” ซึ่งมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้บ้านเย็น เงียบ สะอาด และอยู่สบายมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองจากการเลือกวัสดุก่อสร้างโดยพิจารณาเฉพาะความแข็งแรงหรือความสวยงาม ไปสู่การให้ความสำคัญกับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว ทั้งการลดความร้อน ลดเสียงรบกวน ดูแลรักษาง่าย และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

ในกลุ่มหลังคา บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน เช่น หลังคาเซรามิกเอเมอรัล ตราเพชร ซึ่งออกแบบให้ช่วยลดอุณหภูมิและลดการเกาะของสิ่งสกปรก หลังคายูพีวีซี AIR Roof ที่ช่วยป้องกันความร้อนและลดเสียงรบกวน รวมถึงกระเบื้องลอนคู่วินเทอร์ไวท์ที่มีค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ (TSR) 90% และสามารถใช้ร่วมกับฉนวนกันความร้อน AIR Cool ซึ่งมีค่าการสะท้อนความร้อนตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ 95%
ขณะที่หลังคาเหล็กเคลือบหินธรรมชาติ Diamond Stone Coated Metal Roof ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและความสบายในการอยู่อาศัย โดยบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์ช่วยลดเสียงฝนตกกระทบได้ 13 เดซิเบล และลดอุณหภูมิได้ 13 องศาเซลเซียส ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของผลิตภัณฑ์
ในกลุ่มผนัง อิฐมวลเบา MAX BLOCK มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความร้อนและเก็บความเย็นภายในอาคาร ส่วนผนัง SPC Fast Panel มีความยาว 2.8 เมตร ช่วยลดจำนวนรอยต่อในการติดตั้ง ด้านพื้นและบันได บริษัทต่อยอดผลิตภัณฑ์ SPC ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าพัฒนาใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ โดยชูคุณสมบัติทนน้ำ ดูแลรักษาง่าย และมีคุณสมบัติกันลื่นระดับ R10 พร้อมระบุว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรอง Zero Formaldehyde ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ไม้สังเคราะห์ DIAMOND XTruShield WPC รองรับงานตกแต่งภายนอก โดยออกแบบให้ทนต่อความชื้นและลดการยืดหดตัว
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดรีโนเวทได้โดยตรง เพราะเจ้าของบ้านไม่ได้ต้องการเพียงเปลี่ยนวัสดุที่ชำรุด แต่ยังต้องการยกระดับความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยหลายช่วงวัย ซึ่งความปลอดภัย การลดความร้อน การลดเสียงรบกวน และการเลือกวัสดุที่ดูแลรักษาง่าย อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจปรับปรุงบ้าน
แม้ตราเพชรจะเดินหน้าขยายตลาดบริการและสินค้าใหม่ แต่โครงสร้างธุรกิจหลักยังคงมีฐานสำคัญจากกระเบื้องหลังคาและผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ทั้งบอร์ด ไม้ฝา และไม้พื้น โดยมีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ห้างค้าวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ ตลาดต่างประเทศ และกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์ จากข้อมูลการสัมภาษณ์ ช่องทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายในต่างจังหวัดยังมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของยอดขาย ผ่านเครือข่ายร้านค้ากว่า 630 แห่ง ขณะที่ช่องทาง Modern Trade มีสัดส่วนมากกว่า 15% และตลาดต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 15–20% ส่วนยอดขายจากกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันตามภาวะตลาด
ด้านผลการดำเนินงาน ผู้บริหารระบุว่า แม้รายได้รวมในปีนี้มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์และการส่งออกไปกัมพูชาที่ชะลอตัว แต่กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกยังเป็นไปตามแผน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (Product Mix) และการให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีอัตรากำไรดีขึ้น ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การรับมือกับตลาดที่ชะลอตัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องบริหารโครงสร้างรายได้และความสามารถในการทำกำไรควบคู่กันไป สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทเผชิญแรงกดดันจากการส่งออกไปกัมพูชาที่ชะลอตัว หลังมีปัญหาเกี่ยวกับด่านชายแดนและมาตรการใบอนุญาตนำเข้า ขณะที่ตลาดลาวยังเป็นโอกาสสำคัญ โดยผู้บริหารระบุว่ายอดขายเติบโตในระดับสองหลัก ได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ซึ่งกระตุ้นความต้องการวัสดุก่อสร้างสำหรับโรงแรม รีสอร์ต และที่พัก บริษัทจึงยังคงให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป พร้อมมองหาโอกาสขยายตลาดสินค้าไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค

จากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สู่พันธมิตรเรื่องบ้านของผู้บริโภค
การเปิดตัว DIAMOND Service Solutions และการผลักดัน DIAMOND Well-Being จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับบทบาททางธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางตลาดที่เปลี่ยนไป ในระยะสั้น ตลาดรีโนเวทอาจยังไม่สามารถชดเชยยอดขายจากธุรกิจเดิมได้ทั้งหมด แต่การพัฒนาช่องทาง B2C ช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงเจ้าของบ้านโดยตรง เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานจริง และต่อยอดการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างไปพร้อมกับบริการติดตั้ง ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับแนวคิด Well-Being ยังช่วยเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ในมิติที่มากกว่าราคาและคุณสมบัติทางเทคนิค โดยทำให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของวัสดุที่ส่งผลต่อความสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สำหรับตราเพชร โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงอยู่ที่การเปลี่ยนความเชี่ยวชาญกว่า 4 ทศวรรษให้กลายเป็นประสบการณ์บริการที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การควบคุมคุณภาพงานติดตั้ง ไปจนถึงการส่งมอบงานตามเวลาและงบประมาณที่ตกลงกัน เพราะในวันที่ตลาดบ้านใหม่ยังเผชิญแรงกดดัน การเติบโตของธุรกิจวัสดุก่อสร้างอาจไม่ได้มาจากการสร้างบ้านเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากการทำให้บ้านที่มีอยู่เดิมดีขึ้น และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า ทุกการปรับปรุงบ้านคือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
The Business Plus บิสิเนสพลัส
