Home / Leaderships Management / Leadership & Operations / จากฟาร์มสู่ชาม : Charna แบรนด์อาหารสุขภาพต่อยอดสู่ความยั่งยืน

จากฟาร์มสู่ชาม : Charna แบรนด์อาหารสุขภาพต่อยอดสู่ความยั่งยืน

จากข้อมูลจากมินเทล : www.mintel.com เปิดเผยว่า คนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้น นั่นหมายความว่า ธุรกิจอาหารโดยเฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพ มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งยังต้องตอบโจทย์ความต้องการของชาวมิลเลนเนียลที่กำลังจะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก ซึ่งมีความต้องการหลากหลายและลึกซึ้ง ทั้งรักสุขภาพ และต้องการความยั่งยืน

 

สิ่งเหล่านี้ตรงกับมุมมองธุรกิจของ Charna ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของบาร์บิคิวพลาซ่า จากความตั้งใจของ ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ที่ต้องการเปลี่ยน Mindset โดยการนำวัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพมาเสิร์ฟในมื้ออาหาร อีกทั้งยังเสิร์ฟเมนูเพื่อสุขภาพที่มีรสชาติอร่อย ไม่จำเจ กินได้ไม่มีเบื่อ คุณประโยชน์มากมายจากวัตถุดิบที่ส่งตรงจากฟาร์ม

 

ด้วยไอเดียทางธุรกิจนี้ Charna จึงได้สร้างทางเลือกใหม่ และกลายเป็นเรื่องราวแห่งความสุขจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เป็นวงจรของ ห่วงโซ่อาหารแห่งความสุข” (Happy Supply Chain) ชาตยา จึงได้ชักชวนเพื่อเกษตรกรเข้ามาร่วมในอีโคซิสเต็มนี้

 

ตัวอย่างกลุ่มเพื่อนเกษตรกร กำลังสำคัญของ Charna

 

ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำจืดและน้ำทะเล


จาก เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของชาวประมงพื้นบ้าน อนุรักษ์ทรัพยากรและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้สารเคมีทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มทำประมง การดูแลสัตว์น้ำหลังการจับ และการขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค ทำประมงด้วยวิธีที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติและสภาพแวดล้อม เป็นชาวประมงกลุ่มเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) เมนูแนะนำ : กุ้งแม่น้ำอินทรีย์ย่างเตาถ่าน

 

ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์


จาก สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด เป็นการรวมกลุ่มของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งถูกออกแบบการเลี้ยงแต่ละช่วงให้วัวได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรงถึงผู้บริโภคต่อไป เมนูแนะนำ : สามสหายโคขุนร่าเริง

 

กรีนพอร์ค หรือ หมูเลี้ยงธรรมชาติปลอดสารพิษจาก QMP Group ผ่านกระบวนการเลี้ยงและควบคุมโรคแบบพิเศษที่ประยุกต์จากมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ นำเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านการใช้เชื้อจุลินทรีย์และน้ำหมักสมุนไพร มาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะและสารเคมีต่าง ๆ ในการเลี้ยงและรักษาโรคสุกร ไม่มีการเร่งสารเนื้อแดง และมีกระบวนการผลิตกรีนพอร์ค แบบ Zero Waste หรือกระบวนการที่ไม่มีการปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อมด้วย เมนูแนะนำ : หมูม้วนอารมณ์ดีไส้แอปเปิ้ลผักโขม

 

ผลิตภัณฑ์ประเภท ไข่ขบถ เส้น แป้ง ข้าว


จาก บ้านรักษ์ดิน ที่เกิดจากความตั้งใจ “สานต่อที่พ่อ (ในหลวง) ทำ สร้างภูมิคุ้มกันให้คนในชุมชน” และ “คนที่จะเลี้ยงไก่ ต้องสามารถเลี้ยงให้กินเองให้ได้ก่อน” โดยไข่ขบถ คือ ไข่ที่ได้จากแม่ไก่ที่ฉีกกฎการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรมทั้งหมดทุกกระบวนการคือ การเลี้ยงไก่แบบปล่อยตามธรรมชาติ ไม่ให้หัวอาหารกับแม่ไก่ แต่ให้ทานโปรตีนและสารอาหารทางธรรมชาติ ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เลี้ยง ว่าจะมีวัตถุดิบอะไรที่มีคุณค่าสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับไก่ เวลาไก่ป่วยเป็นโรค ก็ใช้สมุนไพรในการรักษาแทนยาปฏิชีวนะ ปัจจุบันบ้านรักษ์ดินเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทยตามรอยพระราชา ภายใต้มูลนิธิ รักษ์ดิน รักษ์น้ำ EarthSafe Foundation

 

ผลิตภัณฑ์ประเภทผักและผลไม้


ผักปลอดสารพิษจาก ไร่บุญฉลวย การเกษตรแบบนวธรรมชาติขั้นสูงสุดของการทำการเกษตร คือการไม่ใช่สารเคมี ไม่ใช้มูลสัตว์ในการทำปุ๋ยและการเพาะปลูก ไร้สารเคมี 100% เมนูแนะนำ : สลัดลาบไก่ผักเคล


ผักปลอดสารพิษจาก จอนนอนไร่ การทำเกษตรอินทรีย์เจ้าของสโลแกน ไม่แปลกไม่ปลูก ฉีกกฎ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” จึงทำให้มีผักหลากหลายในสวนที่สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้


มะพร้าวน้ำหอมจาก Aromatic Farm สวนมะพร้าวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่อร่อยที่สุดในโลก และยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปัจจุบัน Aromatic Farm ทำการเกษตรตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย ตามรอยพระราชา ภายใต้มูลนิธิ รักษ์ดิน รักษ์น้ำ Earthsafe Foundation

 

Charna เป็นอีกแบรนด์ที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น และคาดหวังให้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ยั่งยืน เป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ เป็น New Normal สำหรับการรับประทานอาหารแบบ Healthy อีกทั้งแคมเปญ “Charna Change Set” ยังทำให้ลูกค้าสามารถปรับพฤติกรรมมารักษ์โลกกันมากขึ้น ด้วยการจัดทำชุดบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยลดการสร้างขยะหรือมลพิษเพิ่มเติม

 

ซึ่งสอดคล้องกับวิวัฒนาการของอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะคนกลุ่มมิลเลนเนียลให้คุณค่ากับอาหารที่ผลิตในท้องถิ่น เช่น ผักสลัดสดใหม่ที่เป็นผลผลิตในท้องถิ่นและบรรจุกันสด ๆ อีกทั้งยังปฎิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ความคาดหวังความรับผิดชอบจากภาคธุรกิจมากกว่าเดิม จนสามารถที่จะช่วยลดขยะที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น สังคมน่าอยู่มากขึ้น