Home / Lifestyle / AUTO / เจาะลึก ทำไม ‘Bentley Motors’ ถึงเติบโต

เจาะลึก ทำไม ‘Bentley Motors’ ถึงเติบโต

รู้หรือไม่ว่าทำไม อัครยนตรกรรมหรู ‘Bentley Motors’ ที่อายุแบรนด์กว่า 101 ปี แต่ยังมีลูกค้าจองซื้อแต่ละปี เทียบเท่ากับยอดการผลิตต่อเดือน เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว
.
โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Bentley Motors คือ การปรับตัว ตัวอย่างรุ่นเบนเทก้า ไฮบริด (Bentayga Hybrid) ผลิตเพื่อลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
.
และก็ต้องยอมรับว่า ‘เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส’ มีเป้าหมายเพื่อก้าวนำการเปลี่ยนแปลง เพื่อตอบความต้องการใหม่ ๆ ไม่ว่าลูกค้าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็ตาม
.

สำหรับคนที่คลั่งใคล้แบรนด์ ‘เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส’ ก็ต้องรู้ว่า รถยนต์ทุกคันส่วนใหญ่ออกจากโรงงานด้วยช่างฝีมือ ณ เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ

บริษัท เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จำกัด ก่อตั้งขึ้นเดือนสิงหาคมปี 1919 โดยรูปลักษณ์ช่วงแรกไม่ได้เน้นที่ความหรูหรา แต่พุ่งไปที่ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ เพื่อจับกลุ่มรถแข่ง

รถแข่งหลายรุ่นของเบนท์ลีย์ได้รับการตอบที่ดีจากลูกค้า จนส่งต่อเป็น DNA ที่ผู้ผลิตเติมความหรูหราเข้าไป ก็ต้องชื่นชมในสายตาของผู้บริหารเครือโฟล์คสวาเกน กรุ๊ป ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ดูได้จากยอดขาย 11,206 คันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตขึ้นกว่า 2% เมื่อเทียบกับปี 2019 แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด COVID-19 การผลิตในโรงงานก็ต้องหยุดลงบางช่วง

ซึ่งตรงนี้ได้สะท้อนว่า กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงยังเหนียวแน่นกับแบรนด์เสมอมา

ล่าสุด หน้าประวัติศาสตร์การผลิตรถยนต์ของเบนท์ลีย์ ได้กลายเป็นที่น่าจดจำมากขึ้น เมื่ออัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์คันที่ 200,000 คือ รุ่นเบนเทก้า ไฮบริด (Bentayga Hybrid) ได้จอดเคียงข้างกับพนักงานของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส EXP 2 ที่มีอายุงานยาวนานที่สุดอย่างสตีฟ วาร์ด (Steve Ward) ผู้ที่ร่วมงานกับเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตั้งแต่ปี 1977 ตามรอยผู้เป็นบิดา ซึ่งเข้าเริ่มร่วมงานกับเบนท์ลีย์ มอเตอร์สเมื่อ 42 ปีที่แล้ว

ในฐานะวิศวกรวิเคราะห์ยานยนต์ สตีฟได้เป็นส่วนสำคัญในการผลิตรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่น ตั้งแต่ปี 1980 และได้ทดสอบรถยนต์เบนท์ลีย์เหล่านี้มาแล้วทั่วโลก โดยเขาคือผู้ซึ่งเป็นประจักษ์พยานในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เบนท์ลีย์ในยุคปัจจุบัน

ที่สำคัญ เบนท์ลีย์ เบนเทก้า ไฮบริด คือ 1 ใน 9 โมเดลที่ ‘เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส’ ผลิตขึ้นเพื่อลูกค้าชาวจีน และต้องการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องตามกลยุทธ์ Beyond100 ซึ่งคือการปูทางเข้าสู่การเป็นองค์กรผลิตยานยนต์รักษ์โลกเต็มรูปแบบ ภายในปี 2030

โดยที่เบนท์ลีย์ เบนเทก้า ไฮบริด (Bentayga Hybrid) ถูกคาดการณ์ว่า จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู่เบนท์ลีย์ จากเหตุผล 2 ประการได้แก่ เกิดจากการสร้างกลุ่มเป้าหมายใหม่ และการริเริ่มการสร้างภาพลักษณ์ที่ร่วมสมัย

วัดความสำเร็จที่ยอดขายเบนเทก้า มีสัดส่วนยอดขาย 37% เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที 24% และเบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที คอนเวอร์ทิเบิล 15% และรุ่นอื่นๆ อีก 24%

ถึงตรงนี้จะมองเห็นถึงกระแสตอบรับของลูกค้าชาวจีน ต่อยอดขายของเบนเทก้า (The Bentayga) ว่าจะมียอดขายแซงหน้ารุ่นคอนติเนนทัล จีที (The Continental GT) รถสปอร์ตของค่าย ภายใน 1 ทศวรรษได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ที่สำคัญยังเป็นการปูทางให้เบนท์ลีย์บรรลุเป้าหมาย Beyond100 เร็วขึ้นก็เป็นได้ นั่นเพราะผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจีนต่างมุ่งไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% มาระยะหนึ่งแล้ว

และจากเป้าหมายที่เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส จะมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตอัครยนตรกรรมไฟฟ้า (PHEV หรือ BEV) ภายในปี 2026 และเปลี่ยนผ่านรถยนต์ทุกรุ่นสู่เครื่องยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030

อย่างที่บอกว่า เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มีเป้าหมายเพื่อก้าวนำการเปลี่ยนแปลง และตอบความต้องการใหม่ๆ ไม่ว่าลูกค้าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็ตาม ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า เบนเทก้า ไฮบริด (Bentayga Hybrid) คือการปูทางไปสู่เป้าหมายนั้น