บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กร (Digital Enterprise Transformation) เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 162 ล้านบาท ขยายตัว 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% (YoY) เป็นผลจากความต้องการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเฉพาะโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) การย้ายโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีสู่ระบบคลาวด์ (Cloud Migration) และการยกระดับระบบการดำเนินงานหลักขององค์กร (Core System) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานพร้อมรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจไทยและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% (YoY) ขณะที่รายได้อยู่ที่ 368 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของมูลค่างานคงเหลือ (Backlog) ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมทุน) สูงถึง 1,341 ล้านบาท โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้มากกว่า 899 ล้านบาทภายในปีนี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 – 2573 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานรายได้และ ผลการดำเนินงานในระยะยาว ส่งผลให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโต 20% ในปีนี้ตามที่ตั้งเป้าไว้
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ถือว่าน่าพอใจท่ามกลางสภาวะธุรกิจที่ท้าทาย ซึ่งเป็นผลจาก ความต้องการด้าน AI Transformation ที่ขยายตัวทั้งในและต่างประเทศ โดยองค์กรธุรกิจกำลังยกระดับจากการศึกษาทดลอง ไปสู่การนำระบบไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานจริง ประกอบกับความสำเร็จจากการบริหารจัดการต้นทุนและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 54%
“กระแสเมกะเทรนด์ AI จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนด้านดิจิทัลนับจากนี้ ทว่าการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริงนั้นมีความซับซ้อนสูง ต้องเตรียมความพร้อมรอบด้านตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไอที ระบบข้อมูล โมเดลการประมวลผล ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างบริการหลักของบลูบิคที่มีความพร้อมรองรับอย่างครบวงจร บริษัทฯ จึงมั่นใจว่าสัดส่วนรายได้จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI-Driven projects) จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ส่งผลบวกต่อการขยายตัวของบริษัทฯ” นายพชร กล่าว
บริษัทฯ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H/2569) ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
1) การยกระดับศักยภาพบุคลากร (Reskill & Upskill) เร่งพัฒนาทักษะพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่มีกว่า 1,000 คน หลังบูรณาการทีมงานภายใต้ ‘บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด’ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานด้าน AI Transformation
2) การรุกตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง ตั้งเป้าขยายรายได้จากต่างประเทศ หลังปรับโครงสร้างบริษัทฯ ทำให้ขีดความสามารถในการรับงานเพิ่มขึ้น รับกับความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเงินของประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
3) การพัฒนา Vertical AI มุ่งเน้นพัฒนา Industry Solution เฉพาะอุตสาหกรรม อาทิ Agentic AI โมเดลการประมวลผลสำหรับอุตสาหกรรมการเงิน, โมเดลบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management Model), ระบบ AI เพื่อการบริหารจัดการและลดต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Optimization), โมเดล AI ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), AI สำหรับการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และ Conversational Chatbot เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ
“ยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้บลูบิคในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงทุกการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีจึงส่งผลบวกต่อบริษัทฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม สะท้อนผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอด 12 ปีที่ผ่านมา และเรายังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพสูงสุดและการขยายธุรกิจผ่านการทำ M&A เพื่อบรรลุเป้าหมายการก้าวเข้าสู่การเป็นหุ้นในกลุ่ม SET 100 ภายในปี 2572” นายพชร กล่าวสรุป
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Website : www.bluebik.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook Page : Bluebik Group และ LinkedIn : Bluebik Group
The Business Plus บิสิเนสพลัส
