![]() |
![]() |
ผู้นำ ภาคธุรกิจ และชุมชน ร่วมสำรวจว่าการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ความยืดหยุ่น และการเติบโตทางเศรษฐกิจ จะสามารถก้าวไปข้างหน้าควบคู่กันได้อย่างไร
Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยรวบรวมผู้นำ ภาคธุรกิจ นักวิจัย ชุมชน และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาร่วมกันสำรวจว่า ภูมิภาคจะสามารถสร้างเศรษฐกิจที่ส่งเสริมทั้งการเติบโตและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างไร
ภายใต้ธีม “เราลิขิต: Economy We Shape, Climate We Share” งาน BKKCAW 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม ได้เปิดพื้นที่ให้เสียงจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันสำรวจว่า การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การสร้างความยืดหยุ่น และการพัฒนาเศรษฐกิจ จะสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างไร
การจัดงานในปีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ท่ามกลางผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อชุมชนและเศรษฐกิจทั่วเอเชียรุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่คลื่นความร้อนและอุทกภัย ไปจนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อระบบอาหาร พลังงาน และเมืองต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่นต่างกำลังพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่น ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการจ้างงาน การลงทุน และการเติบโตในระยะยาว
ดีปาลี คันนา รองประธานอาวุโส และหัวหน้าภูมิภาคเอเชีย ของ The Rockefeller Foundation กล่าวว่า “Bangkok Climate Action Week เป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับแนวทางแก้ไข ผู้คน และองค์กรต่าง ๆ ที่กำลังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เปราะบางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การสนับสนุน BKKCAW ของ The Rockefeller Foundation ช่วยให้ JUTI สามารถเชื่อมโยงภาครัฐ ชุมชน นักวิจัย องค์กรการกุศล และภาคธุรกิจ ให้มาร่วมกันขับเคลื่อนโอกาสและรับมือกับความท้าทายที่เรามีร่วมกัน BKKCAW เปิดพื้นที่ให้เสียงจากหลากหลายภาคส่วนได้มาพบกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค และเปลี่ยนแนวคิดจากท้องถิ่นให้เป็นการลงมือปฏิบัติที่เกิดผลจริง ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนโลกที่มีสุขภาวะดียิ่งขึ้น”

เลี่ยว ฮอร์น พัฒโนทัย ผู้ริเริ่มและประธานร่วมคณะกรรมการดำเนินงาน Bangkok Climate Action Week กล่าวว่า “สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครย้ำเตือนให้เราเห็นทั้งความรุนแรงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการสร้างความพร้อมรับมือและฟื้นตัว ความยืดหยุ่นไม่ได้หมายถึงเพียงการฝ่าฟันวิกฤต แต่ยังหมายถึงการที่เราจะก้าวต่อไปด้วยกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความหวัง ธีมของ Bangkok Climate Action Week ในปีนี้คือ ‘เราลิขิต: Economy We Shape, Climate We Share’ ซึ่งตั้งอยู่บนแนวคิดสำคัญที่ว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ในชีวิตของเราไม่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างตายตัวหรือลิขิตไว้ล่วงหน้า เศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เป็นผลจากทางเลือกที่เราร่วมกันสร้าง ผ่าน Bangkok Climate Action Week เราต้องการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ร่วมกันจินตนาการถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจ และร่วมกันกำหนดอนาคตที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เปิดกว้างสำหรับทุกคน และเกื้อหนุนการฟื้นฟูทั้งสังคมและธรรมชาติ”
กรุงเทพมหานครมีบทบาทสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืน ในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญด้านการประชุมและความร่วมมือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองแห่งนี้เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันวิจัย นักนวัตกรรม และองค์กรชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงแนวคิดที่มีศักยภาพเข้ากับพันธมิตร การลงทุน และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการขยายผลในวงกว้าง

พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญอยู่ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงและเร่งด่วนเพียงใด เมืองของเรากำลังเผชิญกับ 3 ความท้าทายสำคัญที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้แก่ น้ำท่วม มลพิษ PM2.5 และคลื่นความร้อน เราจำเป็นต้องลงมือดำเนินการตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้กรุงเทพมหานครยังคงเป็นเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และพร้อมรับมือกับอนาคตในอีก 10 ปี 20 ปี และ 100 ปีข้างหน้า กรุงเทพมหานครกำลังเดินหน้ามาตรการต่าง ๆ อาทิ การคัดแยกขยะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการผลักดันนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ Bangkok Climate Action Week จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ชุมชน และประชาชน จะได้มาร่วมกันสร้างความเข้าใจร่วม และเปลี่ยนคำมั่นสัญญาให้เป็นการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม”
ตลอดสัปดาห์ของการจัดงาน มีกิจกรรมมากกว่า 320 กิจกรรมจัดขึ้นทั่วกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยืดหยุ่นของเมือง ไปจนถึงการเงิน พลังงาน ระบบอาหาร และการขับเคลื่อนโดยชุมชน
หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของสัปดาห์คือ Asia’s Next Economies Forum ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม โดยรวบรวมผู้นำระดับภูมิภาค นักเศรษฐศาสตร์ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ และตัวแทนภาคประชาสังคม มาร่วมกันสำรวจว่าเศรษฐกิจจะสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้คนและโลกได้ดียิ่งขึ้นอย่างไร การหารือจะมุ่งเน้นไปที่นโยบาย เงินทุน เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นต่อการสร้างโมเดลเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น ๆ
ในช่วงเวลาที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังมองหาแนวทางรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น BKKCAW 2026 แสดงให้เห็นว่า การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าไปควบคู่กันได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงแนวคิด ความร่วมมือ และแนวทางแก้ไขที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาค
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการและกิจกรรมทั้งหมดที่จัดขึ้นทั่วกรุงเทพมหานครจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ กำหนดการกิจกรรมเวทีหลัก และกำหนดการกิจกรรมตลอดทั้งสัปดาห์ของงาน Bangkok Climate Action Week
The Business Plus บิสิเนสพลัส

