Home / BUSINESS ANALYTIC / AI !! สมองกลปฏิวัติโลก Business
AI

AI !! สมองกลปฏิวัติโลก Business

ปัจจุบัน มีการใช้ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์  หรือ เอไอ (AI) ในโลกของธุรกิจ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนือง ทั้งหมดก็เพื่อสนองต่อความต้องการในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งลูกค้า และระบบการทำงานภายในองค์กรให้สามารถดำเนินการได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว…


highlight

  • เราสามารถใช้ เอไอ ในการสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่แปลกใหม่ให้ลูกค้า ได้ เช่น การพัฒนา “แชทบอท” (Chatbot) ในการรับมือกับลูกค้า และให้บริการได้จากข้อมูลที่มีการสอบถามมาเข้ามา ด้วยการถาม และตอบ หรือ นำเสนอข่าวสาร โปรโมชัน จากร้านค้าหรือสำนักข่าวต่าง ๆ ช่วยในการปิดการขายสินค้า คอยแนะนำลูกค้า
  • ใช้ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคาร ลดขั้นตอนต้องใช้เวลา และการประเมินหลักประกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในเกมการการแข่งขันในธุรกิจในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เอไอ (AI) เปลี่ยนธุรกิจได้อย่างไร?

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) นั้นไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งถูกพูดถึง แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว ซึ่งหากพูดเรื่องนี้เมื่อสัก 20 ปีก่อน ก็อาจถูกล้อว่าชมภาพยนตร์ไซไฟมากเกินไปหรือเปล่า

เพราะในความเป็นจริงแล้วทุกวันนี้เราได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์กันแล้วโดยที่ไม่รู้ตัวเลย หลายท่านที่อ่านถึงตรงนี้คงแอบสงสัยไม่ใช้น้อยว่าไปใช้ตอนไหน เมื่อไหร่ แต่ถ้าจะบอกว่าคือโปรแกรมที่โต้ตอบกับผู้ใช้ได้คงพอจะตงิด ๆ กันบ้าง

ใช่แล้วครับมันอยู่ในสมาร์ตโฟนของเรานี่แหละ แต่อยู่ในชื่อต่าง ๆ กันไป เช่น Siri ของ Apple, Google Now ของ Google, Cortana ของ Microsoft หรือฟ้าใส ของ fahsai.in.th 

AI

อาทิ กูเกิล (Google) ใช้ เอไอ มาช่วยคำนวนวิเคราะห์ความหนาแน่นของปริมาณรถบนท้องถนน ด้วยการใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยี GPS ที่อยู่ในรถ หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน มาประเใน และแนะนำเส้นทางในการเดินทาง ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน เป็นต้น

แต่ที่เราไม่เห็น เพราะส่วนใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์นั้น เป็นสิ่งที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แฟลตฟร์ม หรือบริการต่าง ๆ ไม่ได้ออกมาในรูปแบบของหุ่นยนต์ อย่างในภาพยนต์แนว ไซไฟ ที่เห็นกัน (อย่างน้อยก็ในวันนี้)  แต่ไม่ปฏิเสธว่าหากในวิทยาการหุ่นยนต์ก้าวหน้าที่เป็นอยู่

ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะเห็นหุ่นยนต์ ที่คิดเองเอง โต้ตอบกับมนุษย์ เสมือน กับเป็นสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งรูปแบบหนึ่ง แต่ที่กล่าวในข้างต้นนี้ยังเป็นเพียงระบบที่เข้าไปแตะเฉพาะผู้บริโภคเท่านั้น

แต่หากมองให้ลึกลงไปการปรับเทคโนโลยี เอไอ จะถูกนำมาปรับใช้กับธุรกิจหลายแขนง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มกระบวนการศึกษาข้อมูลที่แท้จริง และนำไปปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของการแข่งขันในปัจจุบัน

ในต่างประเทศมีการนำ เอไอไปใช้ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับคนยากจน การนำ เอไอ ไปใช้ในการสืบหารูปพรรณสัณฐานของคนร้ายผ่านระบบกล้อง CCTV  หรือการใช้ เอไอ ในการตอบถามซ้ำซาก

ซึ่งในมหาวิทยาลัย Cambridge ได้มีการนำเอา เอไอ มาใช้ในการช่วยตอบคำถามให้แก่นักศึกษาในประเด็นที่สงสัย ทำให้ผู้สอนมีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมที่นำเอา เอไอ ไปใช้งานได้อย่างเด่นชัดมากที่สุด

AI

คือธุรกิจ การค้าออนไลน์ หรือ อี คอมเมิร์ช (e-Commerce) โดยการนำ เอไอ มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าว่ามีความสนใจในสินค้า หรือบริการใด เป็นพิเศษ และนำเสนอผ่านช่องทางออลไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย ต่าง ๆ อาทิ Google, Facebook, Twitter หรือ LINE

เพราะระบบ เอไอ สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด เพื่อให้สามารถได้ข้อมูลที่ต้องการค้นหา จากนั้นจึงนำส่งสิ่งที่พวกผู้บริโภค หรือลูกค้าสนใจ หรือสิ่งที่แบรนด์อยากสื่อถึงมือลูกค้าได้อย่างง่ายดาย

“สร้างสรรค์” บริการ ต่อยอดสู่ Real Time Experience

วันนี้เราสามารถใช้ เอไอ ในการสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่แปลกใหม่ให้ลูกค้า ได้ เช่น การพัฒนา “แชทบอท” (Chatbot) ในการรับมือกับลูกค้า และให้บริการได้จากข้อมูลที่มีการสอบถามมาเข้ามา ด้วยการถาม และตอบ

หรือ นำเสนอข่าวสาร โปรโมชัน จากร้านค้าหรือสำนักข่าวต่าง ๆ ช่วยในการปิดการขายสินค้า คอยแนะนำลูกค้า อาทิ ร้านพิซซ่าชื่อดังอย่างโดมิโน่ พิซซ่า ยังก็ใช้ Chatbot รับออเดอร์จากทางลูกค้า

หรือในธุรกิจการบิน ก็ใช้ Chatbot ช่วยผู้ใช้บริการตรวจสอบไฟต์ที่จะบิน เช็คอิน ตรวจสอบเที่ยวเที่ยวบินอื่น ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยต่อยอดประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ ได้อย่างมาก

สำหรับในแง่มุมการตลาด เราสามารถใช้ เอไอ ได้ตั้งแต่ในการออกแบบสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม ครบด้วยการใช้งานที่เหมาะกับลูกค้าคาดหวัง หรือใช้ช่วยทำ SEO ให้ได้ผลดีตอบโจทย์การค้นหาของลูกค้าได้ดีขึ้น

AI

หรือจะนำไปจนถึงช่วยให้การโปรโมทสินค้า และทำโฆษณามีประสิทธิภาพโดนใจลูกค้ามากขึ้น หรือแม้แต่ใช้ในส่วนของการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยการสร้างระบบพิสูจน์ และยืนยันตัวตน ที่ผสานกับ ไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) 

ไม่ว่าจะเป็น การแสกนม่านตา ตรวจจับเสียง แสกนลายนิ้วมือ หรือแสกนใบหน้า หรือตรวจจับใบหน้า  (Facial Recognition) ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเข้าใช้บริการ ซึ่งหมายถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์นั่นเอง

ใช้ เอไอ เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคาร

หนึ่งในปัญหาที่องค์ดรธุรกิจมักจะต้องเจอคือ การปรับตัวเปลี่ยนแปลงรับยุคของเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะนำมาซึ่งงบประมาณในการลงทุนในเรื่องของโครงสร้างพื้นที่ฐานทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อระบบต่าง ๆ ที่ แบรนด์จะต้องใช้ สื่อสารกับลูกค้า 

นั่น หมายถึงว่า แบรนด์ และธุรกิจจำเป้นต้องใช้ เงินทุน จำนวนมหาศาล ในการขับเคลื่อน ต้องบอกว่าวันนี้คงไม่ธุรกิจไหน ที่จะบ้าพอที่จะเอาเงินทุนสำรองของตนเอง มาลงทุน เพราะมันคึือความเสี่ยงอย่างมาก หากธุรกิจไม่เป็นอย่างที่หวัง นั่นหมายถึงเงินทุนหมดก็จบ

แต่การกู้เงินธนาคารมาลงทุนทำธุรกิจ ข้อดีคือ มีสภาพคล่องกว่า โดยเมื่อธุรกิจทำกำไร ก็เพียงนำกำไรไปจ่ายผ่อนชำระเงินกู้ หรือหากถ้าขาดทุน ก็ยังมีเงินตัวเองคอยหมุนเวียน พอต่อลมหายใจธุรกิจได้อีก 

แต่อย่างทีทราบดีว่าการกู้เงินจากธนาคารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลา หากเอกสารไม่ครบไม่ถูกต้อง ประเมินหลักประกันไม่ผ่าน ต่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน ซึ่งบางครั้งอาจจะช้าเกินไปสำหรับการแข่งขันในธุรกิจ

AI

แต่หากธนาคาร ใช้ เอไอ ในการตรวจสอบสถานะทางเงิน และประวัติในการชำระนี้สินของบริษัทฯ ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ไปได้อย่างง่าย ๆ เลย  ซึ่งในประเทศไทยเองก็เริ่มีหลายธนาคารแล้วที่ใช้ เอไอ เข้ามาวิเคราะหืข้อมูลของผู้ขอกู้เงินในการทำธุรกิจแล้ว 

โดยสรุปแล้ว เอไอ เป็นเครื่องมือในการปฏิวัติรูปแบบดิจิทัลที่ช่วยสร้างการตลาดดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่นี้  ซึ่งได้รับการพิสูจน์ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย เช่น ในส่วนของการสร้างเนื้อหานั้น เอไอ จะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และสามารถใช้สำหรับการพัฒนาอัลกอริทึม

เพื่อเป็นนวัตกรรมในการสร้างเนื้อหาให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จากกระบวนการวิเคราะห์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ จะกลายเป็นสิ่งที่นักการตลาด ใช้สร้างโอกาสใหม่ ๆ จากความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ร่วมไปถึงใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าของตัวเองได้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com และpxhere.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่

ประกันภัยไทยวิวัฒน์