ขณะที่โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ ก่อนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ที่กำหนดไว้ในปี 2030 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปี แต่ภาพรวมความคืบหน้าของโลกยังคงน่ากังวล โดยรายงานจาก The Sustainable Development Goals Report 2026 ขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า จากเป้าหมายย่อยที่ประเมินได้ 139 เป้าหมาย มีเพียง 36% เท่านั้นที่อยู่ในแนวทางที่จะสำเร็จหรือมีความคืบหน้าในระดับปานกลาง ขณะที่ 49% ยังเดินหน้าอย่างล่าช้าเกินไป และอีก 15% กลับถอยหลังลงเมื่อเทียบกับปี 2015
ความล่าช้าดังกล่าว เกิดจากปัจจัยหลายประการที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาที่ลดลง ขณะที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศยังคงทวีความรุนแรงและมีความไม่แน่นอน
และสิ่งที่น่ากังวล คือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความถี่และรุนแรงขึ้น ทั้งฝนตกหนักฉับพลัน (Rain Bomb) และน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งกำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” (New Normal) ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เราจะลดผลกระทบได้อย่างไร” แต่คือการเตรียมพร้อมและปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
Business+ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาคำตอบนี้ ที่งาน Sustainability Expo 2026 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ปีนี้มุ่งเน้นเรื่อง “ปรับ รับ เปลี่ยน” (RESILIENCE IN ACTION) มาเป็นสาระสำคัญในการจัดงาน

จาก Adaptation สู่ Resilience เพราะโลกวันนี้ไม่เพียงแค่ให้เราปรับตัว แต่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม Sustainability Expo 2026 (SX2026) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกและการรับรู้แก่ประชาชนทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ รวมแล้วกว่า 1.7 ล้านคน สำหรับปีนี้ได้ยกระดับแนวคิดหลักจากปีที่ผ่านมา จากเดิมเน้นเรื่องการปรับตัว (Adaptation) สู่แนวคิด “Resilience in Action (ปรับ รับ เปลี่ยน)” สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านจากการตระหนักรู้ไปสู่การลงมือทำ พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
แม้ “Resilience” จะเป็นแนวคิดที่ได้รับความสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับสังคมไทย แนวคิดเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันและเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่มีรากฐานอยู่ใน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระราชทานไว้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาประเทศ หัวใจสำคัญของปรัชญาดังกล่าว คือ หลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นเงื่อนไขกำกับ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างสมดุลและการเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอน ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม
หลักคิดนี้จึงเชื่อมโยงกับแนวคิด Resilience ในบริบทปัจจุบัน และเป็นรากฐานสำคัญที่ Sustainability Expo 2026 (SX2026) นำมาต่อยอดผ่านแนวคิด “Resilience in Action (ปรับ รับ เปลี่ยน)” เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านจากการตระหนักรู้สู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สู่วาระมหามงคล 100 ปี
Sustainability Expo 2026 (SX2026) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการจัดงาน และความพิเศษคือ การเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมสู่ปีมหามงคล เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในปี 2569–2570 ผู้ทรงเป็นที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันทรงคุณค่านี้
นอกจากนี้ ภายในงานพบกับไฮไลต์ คือ การจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ที่นำเสนอภาพอันทรงคุณค่าที่สะท้อนเรื่องราวการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ และความก้าวหน้าของการพัฒนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ภาพถ่ายแต่ละภาพมิได้เป็นเพียงบันทึกความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จากอดีตสู่ปัจจุบัน หากยังถ่ายทอดคุณค่าและความหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหยั่งรากจากความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน นับเป็นการร้อยเรียงเรื่องราวแห่งการพัฒนาให้สอดประสานกับวาระอันเป็นมงคลได้อย่างสง่างาม ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความหมาย

ยกระดับสู่เวทีสากล SX GLOBAL FORUM และความร่วมมือระดับโลก
ยกระดับการจัดงานจากระดับภูมิภาค สู่เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว ผ่านการเปิดตัว SX GLOBAL FORUM เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเวทีที่รวมหน่วยงานระหว่างประเทศ สถานทูต หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรต่างประเทศ มาพูดคุยเรื่องความยั่งยืนและความร่วมมือระดับสากลไว้ในพื้นที่เดียวตลอด 10 วัน สอดรับกับบทบาทของประเทศไทย ในฐานะประธานอาเซียน (Thailand as ASEAN Chairmanship) ที่จะทำให้ SX2026 เป็นหมุดหมายสำคัญของภูมิภาคในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน
ความเป็นสากลของงานยังสะท้อนให้เห็นชัดเจนผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ National Geographic ซึ่งต่อยอดจากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Immersive Experience ไปสู่ความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งสร้างเครือข่าย Impact Storytellers จากประเทศในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเชื่อมโยงกับการประชุม World Bank และ IMF Annual Meetings ที่จัดขึ้นในประเทศไทย รวมถึงการจัดโครงการประกวดผลงานศิลปะเยาวชนประเภทภาพวาดและภาพถ่าย “ศิลป์ : ทรัพย์” รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด (Art for Resilient Future) นอกเหนือจากนิทรรศการและเวทีเสวนา คือ Idea Lab พื้นที่จัดเวิร์กชอป (Workshop) และการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Talk Stage เวทีที่รวบรวมกิจกรรมสร้างสรรค์จากเยาวชน การเสวนา และ Global Innovation Snapshot เพื่อนำเสนอแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน ครอบคลุมประเด็นร่วมสมัยทั้ง Longevity, AI, Food Security ไปจนถึงการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ พร้อมด้วย SX Station สตูดิโอสัมภาษณ์เชิงลึกที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ เพื่อให้องค์ความรู้ด้านความยั่งยืนได้สื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง
Sustainability Expo 2026 (SX2026) ไม่ใช่มหกรรมแห่งความรู้ แต่คือพื้นที่ที่เปลี่ยน “การรับรู้” สู่ “การลงมือทำ” เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันให้กับชีวิตในระยะยาว ในโลกที่วิกฤตกลายเป็นความปกติใหม่ ดังนั้น การปรับ รับ เปลี่ยน จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือหัวใจของการอยู่รอด และก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน พบกันที่งาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ทาง Facebook Page: Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และ LINE @sxofficial เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างทางรอดให้โลกใบนี้ไปด้วยกัน…

9 โซนไฮไลต์ในงาน Sustainability Expo 2026
นอกจากเวทีสัมมนาและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 800 ท่านจากทั่วโลกแล้ว Sustainability Expo 2026 (SX2026) ยังรวบรวมเครือข่ายธุรกิจยั่งยืนจากองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมเรียนรู้ร่วมกันตลอดการจัดงาน 10 วัน ภายใต้แนวคิด “Resilience in Action (ปรับ รับ เปลี่ยน)” มุ่งสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทรัพยากร สุขภาพ และวิถีชีวิต
Sustainability Expo 2026 (SX2026) มีการออกแบบพื้นที่นิทรรศการและกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ตั้งแต่การทำความเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การสัมผัสนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ การเรียนรู้เรื่องความมั่นคงทางทรัพยากร ไปจนถึงการบริโภคอย่างรู้คุณค่าและการนำสิ่งของกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง เพื่อให้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ตลอด 10 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สำรวจนิทรรศการหลักทั้ง 5 โซน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
Business+ ขอพาไปเจาะลึก 9 โซนไฮไลต์ในงาน Sustainability Expo 2026 (SX2026) ตั้งแต่แนวคิดและนวัตกรรมที่น่าจับตามอง ไปจนถึงกิจกรรมที่เชื่อมโยงเรื่องความยั่งยืนเข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถวางแผนการเยี่ยมชม พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้และสัมผัสแนวทางสู่ความยั่งยืนได้ด้วยตนเอง ประกอบด้วย

- โซน SEP INSPIRATION
การสร้างความยั่งยืนอย่างมีภูมิคุ้มกันเริ่มต้นจากรากฐานทางความคิดที่เหมาะสม โซน SEP INSPIRATION จึงเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องราวความสำเร็จขององค์กรต้นแบบทั้งในและต่างประเทศ ที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานและพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ไฮไลต์สำคัญของโซนนี้ คือ การถ่ายทอดแนวคิดด้านความยั่งยืนผ่านประสบการณ์และผลการดำเนินงานจริงขององค์กรจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิ ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้คนและบริบทของแต่ละพื้นที่ กรณีศึกษาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายระดับ ตั้งแต่การดำเนินชีวิตของบุคคลและครัวเรือน ไปจนถึงการบริหารจัดการองค์กรและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
หนึ่งในองค์กรที่ร่วมถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าว คือ มูลนิธิชัยพัฒนา ที่นำเสนอภารกิจในการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตและพัฒนาประเทศอย่างมีเหตุผล รอบคอบ และมุ่งสู่ความยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการพัฒนาแนวทางนี้ คือการทำความเข้าใจข้อจำกัดและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการที่แท้จริง แทนการใช้รูปแบบการพัฒนาเดียวกันกับทุกชุมชนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่าง เมื่อชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจปัญหา และวางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม ย่อมเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคง ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับแนวคิด Resilience เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้เกิดจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทุกประเภท แต่เกิดจากการเตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และฟื้นตัวได้เมื่อเผชิญกับปัญหา

- โซน BETTER ME
ชีวิตดีมีคุณภาพเริ่มได้ที่ตัวเรา พบกับการ “ปรับ รับ เปลี่ยน” (Resilience in Action) ภายใต้แนวคิด Human Living in Harmony with Technology หรือการใช้เทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตอย่างลงตัว ทั้งมิติสุขภาพ การพัฒนาชีวิต และการเรียนรู้ ชวนทุกคนหาคำตอบว่า “อยู่กับ Tech อย่างไร…ให้ชีวิตลงตัว?” ผ่านโซนสุขภาพ (Health) ที่ว่าด้วย Longevity การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และโซนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตั้งแต่ AI กับการเรียนรู้ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบ พร้อมอัปเดตนวัตกรรมไฮไลต์ที่ต้องมาลองด้วยตัวเอง ได้แก่ Mirror Pad กระจกประเมินสุขภาพจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยหนานจิง เพียงสแกนใบหน้า 30 วินาที AI จะประเมินข้อมูลสุขภาพ 26 รายการ เช่น ชีพจร อัตราการหายใจ ความดันโลหิต และระดับความเครียด ด้วยความแม่นยำประมาณ 85% สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค Retinal Screening การคัดกรองสุขภาพจากภาพจอประสาทตาด้วย AI โดย Access Company Limited ถ่ายภาพเพียงครั้งเดียว คัดกรองความเสี่ยงได้ 17 ภาวะ ตั้งแต่โรคตาจากเบาหวานไปจนถึงตัวบ่งชี้สุขภาพหัวใจและไต Red Light Sleeping Bag ถุงนอนที่นำเทคโนโลยี Photobiomodulation มาใช้ ด้วยแสงสีแดง 660 นาโนเมตร และแสงอินฟราเรดใกล้ 850 นาโนเมตร จาก LED กว่า 2,480 ดวง ซึ่งมีการศึกษาด้านการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และแนวโน้มด้านคุณภาพการนอน และ Sonar AI ที่ชวนเรียนรู้และเท่าทันภัยคอลเซ็นเตอร์ ผ่าน AI ที่ฟัง ประมวลผล และโต้ตอบบทสนทนาภาษาไทยด้วยเสียงแบบเรียลไทม์

- โซน BETTER LIVING
ภายใต้แนวคิด RE-Create The City : Beyond the Resilient ชวนทุกคนมาร่วมถอดรหัสวิกฤตความมั่นคงทางทรัพยากร (Resource Security) ที่ซ่อนอยู่หลังภาพความเจริญของมหานคร จากการเป็นเพียง “ผู้บริโภค” สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้างเมือง” สำรวจความเชื่อมโยงของน้ำ อาหาร และพลังงาน ผ่านจุดสัมผัสในชีวิตประจำวัน เพื่อค้นหาวิธีหมุนเวียน ปกป้อง และสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะทำให้เมืองเติบโตต่อไปได้ พร้อม RECREATE CITY โรงภาพยนตร์ 4 มิติ ที่พาผู้ชมสัมผัสวิกฤตสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมจริงผ่านแสง สี เสียง กลิ่น ลม และการเคลื่อนไหว

- โซน BETTER COMMUNITY
จัดภายใต้แนวคิด “COLLABORATION ACROSS GENERATIONS” สร้างเสริมชุมชนเข้มแข็งร่วมกัน เมื่อคนรุ่นเก่ามีประสบการณ์แต่ต้องรับมือกับทักษะที่ล้าสมัย ขณะที่คนรุ่นใหม่มีศักยภาพ แต่ส่วนหนึ่งยังเข้าไม่ถึงตลาดงานและการศึกษา ชุมชนจึงขาดการเชื่อมต่อทักษะ ความรู้ และความสร้างสรรค์ โซนนี้จึงรวบรวมตัวอย่างโครงการพัฒนาชุมชนที่เกิดจากความร่วมมือของคนต่างรุ่นในทุกภาคส่วน

- โซน BETTER WORLD
ศิลปะ เปลี่ยนโลก ศิลปะไม่เพียงสร้างความงดงาม แต่ยังเป็นพื้นที่ของ “แรงบันดาลใจ” ที่จะทำให้ผู้คนกลับมามองโลกด้วยความเข้าใจ เห็นคุณค่าของธรรมชาติ และเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้ พบกับการถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติผ่านภาพถ่ายที่ทรงพลัง เวทีสืบสาน รักษา และต่อยอดวงการศิลปะไทย การเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม กับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพ และสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่าง ๆ อีกด้วย และนิทรรศการ “ศิลป์ : ทรัพย์” ที่จัดแสดงผลงานจากโครงการประกวดผลงานศิลปะเยาวชนประเภทภาพวาดและภาพถ่าย ภายใต้แนวคิด “รู้ใช้ รู้ค่า พัฒนา ต่อยอด”

- โซน SX FOOD FESTIVAL
เทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กลับมาอีกครั้งในธีม “MELTING WORLD” ที่ชวนทุกคนอิ่มอร่อยไปพร้อมกับ Climate Action กับร้านอาหาร 165 ร้านค้า บนผังวงกลมที่ล้อมรอบประติมากรรมภูเขาน้ำแข็งใจกลางลาน พร้อมเมนูอร่อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไฮไลต์พิเศษจากเชฟชื่อดังระดับโลกที่จะมารังสรรค์เมนูสุดสร้างสรรค์ เพื่อบอกเล่าว่าทุกมื้อที่เราเลือก ล้วนมีผลต่อโลกใบนี้

- โซน SX KIDS ZONE
พื้นที่แห่งการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ที่ Hall 8 ชั้น LG ภายใต้แนวคิด “Resilience in Action เล่นรู้ทักษะ ปรับรับอนาคต เติบโตยั่งยืน” เปิดโลกการเรียนรู้ผ่านการสำรวจ From Land to Sea ออกแบบเป็นการผจญภัย ไฮไลต์อยู่ที่นิทรรศการ “Ant’s World” โลกอัศจรรย์ของมด แมลงสังคมที่มีทักษะเอาตัวรอดและยืดหยุ่นรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ดี พบกับนิทรรศการ “WONDERS OF OUR BLUE HOME” ที่ชวนรู้จักหน้าที่ของเพื่อนร่วมบ้านใต้ทะเล ตั้งแต่แพลงก์ตอนพืชเชฟตัวจิ๋ว ปลานกแก้วแม่บ้านปะการัง ไปจนถึงเต่ากระนักจัดสวน นอกจากนี้ ไปต่อด้วยลานเล่นเรียนรู้ ที่เสริมจินตนาการและพัฒนากล้ามเนื้อด้วยเวิร์กช็อปจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และ Little Gaia x Oneness Bilingual School และ “เวทีหนูทดลอง” ที่ชวนเด็ก ๆ ลงมือทำกับเจ้าของอาชีพตัวจริง อาทิ นักชีววิทยารุ่นจิ๋วกับอาหารแห่งอนาคตที่ทำจากมด ปิดท้ายด้วยสนามประลองคิดส์ ที่เปิดสอนหมากรุกฟรี โดยสโมสรขุนทองคำ สมาคมกีฬาหมากรุกเซี่ยงฉีแห่งประเทศไทย สมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย และชมรมลูกบาศก์ไทย (รูบิค) พร้อมช้อปปิ้งกับผู้ประกอบการรุ่นจิ๋วใน “หนูทดลอง Kids Market” กว่า 18 ร้านค้า ทุกวันเสาร์–อาทิตย์

- โซน SX MARKETPLACE
“GEO-LOCAL MARKET ภู-มิ วิถีถิ่นไทย” ตลาดที่รวมสินค้าโดดเด่นจากต่างถิ่นที่มา ชวนทุกคนมาช้อปอย่างรู้ที่มา เพื่อเปลี่ยนการบริโภคให้กลายเป็นพลังเปลี่ยนโลก พร้อมสนับสนุนชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 230 ร้านค้า ครอบคลุม 4 พื้นที่หลัก ได้แก่
- โซนชุมชนเข้มแข็ง ร้านค้าเพื่อชุมชน และสินค้าจากโครงการชุมชนเข้มแข็งพอเพียงทั่วไทย
- โซนกรีนดี–อยู่ดี สินค้าเกษตรปลอดภัย ต้นไม้ และสินค้าเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
- โซนดีไซน์เปลี่ยนโลก สินค้า Sustainable Living และนวัตกรรมใหม่เพื่อโลกยั่งยืน
- Market Square พื้นที่กิจกรรม สาธิต ลองชิม และทดลองใช้สินค้าและบริการจริง
ไฮไลต์พิเศษปีนี้: Showcase พื้นที่จัดแสดงงานหัตถกรรมดีไซน์ร่วมสมัยจาก 4 วัสดุพื้นถิ่นไทย ได้แก่ หวาย กระจูด เตยปาหนัน และกล้วย ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

- โซน SX REPARTMENT STORE
“ชอปอย่างรู้คิด ต่อชีวิตของนอกสายตา” พื้นที่สำหรับเปลี่ยนของนอกสายตา หรือสิ่งของในบ้านที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังมีประโยชน์และใช้งานได้ ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง รับบริจาคของเก่าของเบื่อสภาพดี คัดแยกและตั้งราคาอย่างพิถีพิถัน และจัดจำหน่ายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมอบแก่มูลนิธิชัยพัฒนา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงานของพี่ ๆ กลุ่มผู้เปราะบางจากโครงการจ้างวานข้า มูลนิธิกระจกเงา และเป็นการเสริมสร้างทักษะทางธุรกิจให้เยาวชนรุ่นใหม่จากโครงการ Beta Young Entrepreneur มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอีกด้วย

กิจกรรมเด่นภายในงาน SX2026
นอกเหนือจาก 9 โซนไฮไลต์ที่เปิดพื้นที่การเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว SX2026 ยังมีเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนานาชาติ ภาคธุรกิจ และสังคมเข้าผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเจรจาความร่วมมือ และการเปิดมุมมองต่อโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
- งานสัมมนาและเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) ร่วมเจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืน พบกับงานสัมมนาจากเครือข่ายธุรกิจด้านความยั่งยืนชั้นนำในภูมิภาค อาทิ SX GLOBAL FORUM เวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก, TSCN Business Partner Conference 2026, Chief Sustainability Officer (CSO) Forum, Social Enterprise Forum และเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Matching) รับฟังมุมมองเรื่องของเมืองและการปรับตัวอยู่ร่วมกับน้ำจาก Andrea Rinaldo นักอุทกวิทยาชื่อดังชาวอิตาลีที่ได้รับรางวัล Stockholm Water Prize ประจำปี 2023 ซึ่งถือเป็นรางวัลโนเบลสาขาน้ำ (Nobel Prize for Water) งานแถลงข่าว Water of Life และเสวนา Water of Life powered by ThaiBev โดย National Geographic ถ่ายทอดเรื่องราวสร้างเรื่องราวเชิงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากลุ่มน้ำแอมะซอนสู่ลุ่มน้ำโขง
- SX SPOTLIGHT DAY ภายใต้หัวข้อ “ERA OF RESILIENCY: OPPORTUNITY IN A FRAGMENTED WORLD” ร่วมหาโอกาสจากความไม่แน่นอนในวันที่โลกกำลังแตกขั้ว กับ 4 วงเสวนา ตั้งแต่การวางกติกาที่ทำให้โลกกล้าฝากอนาคตไว้กับไทย การอยู่รอดในโลกแบ่งขั้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ไปจนถึงโอกาสของไทยในวันที่โลกย้ายฐานซัปพลายเชน โดยผู้กำหนดนโยบายและผู้นำภาคธุรกิจระดับประเทศ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ PLENARY HALL
- กิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พุทธศักราช 2470 – 2570) พร้อมด้วยคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา และคอนเสิร์ตการกุศลรอบพิเศษ พลังน้ำใจไทย

The Business Plus บิสิเนสพลัส
