“gamescom asia x Thailand Game Show 2026” มหกรรมเกมระดับโลกเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการผนึกกำลังของ 4 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ โดยทางฝั่งผู้จัดงานได้แก่ โคโลญเมสเซ่ หนึ่งในผู้จัดงานแสดงสินค้าชั้นนำของโลก, บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ผู้ก่อตั้งงานมหกรรมเกมที่ใหญ่ที่สุดในไทย, ออนไลน์สเตชั่น ผู้นำสื่อและเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ ภายใต้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมประกาศ 4 ยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Regional Gaming Hub” มุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ที่บูรณาการเม็ดเงินลงทุน สิทธิประโยชน์ภาครัฐ นวัตกรรม และพลังแฟนคลับเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมเกมสู่การเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจรับตลาดอุตสาหกรรมเกมโลก ซึ่ง คาดว่าในปี 2026 จะสร้างรายได้สูงถึง 7.21 ล้านล้านบาท (213.9 พันล้านดอลลาร์) และเติบโตกว่า 6.1% (อ้างอิงข้อมูลจาก Newzoo บริษัทวิเคราะห์ตลาดอุตสาหกรรมเกมระดับโลก) ในขณะที่ตลาดเกมไทยปี 2025 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 37,000 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก depa)

นอกจากความยิ่งใหญ่ในมิติมหกรรมความบันเทิงที่จัดเต็มพื้นที่ 4 ฮอลล์ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อรองรับแฟนเกม ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะ หลั่งไหลเข้าร่วมงานมากกว่า 200,000 คนแล้ว สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในมิติเศรษฐกิจของ “gamescom asia x Thailand Game Show 2026” ในปีนี้ คือการยกระดับสู่การเป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจอุตสาหกรรมเกมระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อนหน้า นำมาสู่สถิติใหม่ ด้วยการรวมตัวของกลุ่มธุรกิจ ผู้จัดจำหน่าย และนักลงทุนกว่า 6,000 คน พร้อมด้วยไลน์อัปผู้จัดแสดงจาก 29 ประเทศและเขตการปกครอง ครอบคลุม 4 ทวีป และ 20 พาวิลเลียนระดับชาติ จาก 12 ตลาดสำคัญทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่าน 4 กลยุทธ์หลักจาก 4 พันธมิตร ได้แก่

1. กลยุทธ์ “Local to Global by Partnership”
คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดงานและร่วมขับเคลื่อน Thailand Game Show มาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เรามองเห็นปัญหาคอขวดที่ทำให้อุตสาหกรรมเกมไทยติดหล่ม คือการขาดจุดเชื่อมโยงสู่ระดับสากล การเติบโตอยู่แค่ภายในประเทศไม่เพียงพออีกต่อไป และทำให้นักพัฒนาไทยมีข้อจำกัดในการเติบโต ดังนั้น เราจึงใช้จุดแข็งที่เรามีคือความเข้าใจในบริบทและคอมมูนิตี้เกมไทยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทการเป็น Global Connector ผ่าน Thailand Game Show และสื่อ bt beartai โดย เราได้ต่อยอดสู่กลยุทธ์ ‘Local to Global by Partnership’ ด้วยการผนึกกำลังกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่าง gamescom asia และโคโลญเมสเซ่ พร้อมด้วย Online Station และ depa เพื่อยกระดับมาตรฐาน สตูดิโอไทย จากตลาดผู้บริโภคคอนเทนต์นำเข้า สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์และ ส่งออกผลงานเกม สัญชาติไทยสู่เวทีการค้าระดับโลกอย่างแท้จริง ต่อยอดความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการต่อยอด ความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 206,159 คน จาก 95 ประเทศ โดยเป็นผู้ประกอบการในโซนธุรกิจถึง 5,590 คน จาก 81 ประเทศ ทำให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) 2,389 คู่ และสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจได้กว่า 1,200 ล้านบาท ”

2. กลยุทธ์ “Decentralization & Opportunity”คุณแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ และประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ โคโลญเมสเซ่ กล่าวว่า “ที่ผ่านมานักพัฒนาเกมอิสระและสตูดิโอรายย่อยในภูมิภาคมักขาดโอกาสในการเข้าถึงงานมหกรรมเกมระดับโลก อีกทั้งเวทีเจรจาธุรกิจเกมทั่วไปมักไม่สามารถ ตอบโจทย์ให้เกิดการปิดดีลหรือสัญญาทางการค้าได้จริง รวมถึงยังขาดพื้นที่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระดับสากลในฐานะที่โคโลญเมสเซ่เป็นผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่าง gamescom เรามี ความเชี่ยวชาญด้าน B2B Networking พร้อมด้วยระบบแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจเฉพาะทางอย่าง ‘gamescom biz’ และมาตรฐานการคัดกรองคู่ค้าระดับสากล เราจึงนำจุดแข็งนี้มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Decentralization & Opportunity’ ด้วยการกระจายศูนย์กลางธุรกิจเกมจากตลาดดั้งเดิมอย่างยุโรป สู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความพร้อมของฐานผู้เล่นขนาดใหญ่และเครือข่ายที่เชื่อมต่อไปยังอาเซียน พร้อมเปิดพื้นที่จัดแสดงพิเศษให้สตูดิโอ
อิสระและผู้พัฒนารายย่อย (Indie Games) ได้นำเสนอผลงานสู่สายตานักลงทุนระดับโลก ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรแถวหน้าอย่าง John Romero เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเกมในภูมิภาคนี้ก้าวสู่เวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

3. กลยุทธ์ “Talent & Ecosystem” คุณกรกานต์ แย้มสัตย์ธรรม กรรมการผู้จัดการ ออนไลน์สเตชั่น ภายใต้ บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้คอมมูนิตี้เกมไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด
และมีฐานแฟนคลับมหาศาล แต่ปัญหาที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญคือ เยาวชนและครีเอเตอร์ยังขาดการสนับสนุนเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน รวมถึงยังขาดความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและมาตรฐานลิขสิทธิ์ ทำให้พลังของคอมมูนิตี้และฐานแฟนคลับ ไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้แบรนด์สินค้านอกวงการเกมยังคงมองไม่เห็นโอกาสหรือลังเลที่จะเข้ามาลงทุน
ดังนั้น ออนไลน์สเตชั่น ในฐานะผู้นำสื่อเกมและเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งของไทย จึงนำระบบการบริหารจัดการครีเอเตอร์แบบครบวงจร พร้อมทรัพยากรและการจัดการสิทธิ์ภายใต้ CP & True Ecosystem มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Talent & Ecosystem’ เพื่อวางโครงสร้าง การพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับผู้เล่นสู่การเป็นครีเอเตอร์และนักกีฬาอีสปอร์ต มืออาชีพ พร้อมสร้างโซลูชันทางการตลาดที่เชื่อมโยงแบรนด์สินค้าจากอุตสาหกรรมอื่นเข้ากับคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ เพื่อแปลงพลังความชื่นชอบให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน”

4. กลยุทธ์ “Policy & Confidence Building”
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ความท้าทายเชิงโครงสร้างของตลาดเกมไทยในปัจจุบันคือ มูลค่าตลาดส่วนใหญ่ยังมาจากการนำเข้าเกมจากต่างประเทศ โดยจากผลสำรวจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ปี 2025 โดย depa พบว่า ตลาดเกมไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 37,000 ล้านบาท แต่เราสามารถผลิตเองได้เพียง 800 ล้านบาท ขณะที่พึ่งพาการนำเข้ากว่า 36,000 ล้านบาท ในขณะที่ผู้พัฒนาและสตูดิโอไทยยังขาดแคลนเงินทุนสนับสนุนและเวทีเข้าถึงกลุ่มทุน ขณะเดียวกัน นักลงทุนและค่ายเกมต่างชาติก็ต้องการ
เห็นความชัดเจนด้านนโยบายและมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐก่อนตัดสินใจเข้ามาลงทุน ซึ่ง depa ไม่ได้มองจุดนี้เป็นแค่ปัญหา แต่มองเป็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาลที่เปิดรออยู่ โดยเป้าหมายของเรา
คือการเปลี่ยนจากประเทศผู้บริโภค ให้เป็นประเทศที่สร้างเกมและเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองทาง depa จึงนำกลไกภาครัฐ ทั้งนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศ เช่น
การผลักดัน พ.ร.บ. ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมเพื่อสร้างเงื่อนไขและโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโต และการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางแสดงศักยภาพของคนไทยให้ทั่วโลกเห็น และมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี และกองทุนสนับสนุน รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Thailand Digital Valley และ Edutainment Complex ที่อำเภอศรีราชา มาขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘Policy & Confidence Building’ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ และเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการในประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจโดยในปีนี้ depa ร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) จัดตั้ง Thai Playvilion ทั้งในโซนธุรกิจและโซนความบันเทิง เพื่อจัดแสดงผลงานเกมไทยกว่า 90 เกม ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเกมกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) หรือ New Economic Engine ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศไทยอย่างแท้จริง”
การขับเคลื่อนผ่านทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ของ 4 พันธมิตรหลักในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนว่า ‘gamescom asia x Thailand Game Show 2026’ ได้ก้าวข้ามการเป็นมหกรรมความบันเทิง สู่การเป็นแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจเกมที่ตอบโจทย์รอบด้าน แต่ยังเป็นการวางรากฐาน Business Ecosystem ให้แก่อุตสาหกรรมเกมไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเปิดรับเม็ดเงินลงทุนจาก ต่างประเทศ การผลักดันผลงานเกมไทยสู่ตลาดสากล ไปจนถึงการต่อยอดพลังแฟนคลับให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับแบรนด์สินค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมปักหมุดประเทศไทยสู่การเป็น Global Gaming Hub แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ gamescom asia x Thailand Game Show 2026 โซนธุรกิจ และการประชุม (business area & conference) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ตุลาคม 2569 ณ ห้องเพลนารี ชั้น 1 โซนความบันเทิง (entertainment area) จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2569 ณ Exhibition Hall 1-4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandgameshow.com และ gamescom.asia/th
The Business Plus บิสิเนสพลัส
