เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คว้ารางวัล Product of the Year 2026 เดินหน้าสร้าง “Cinematic Experience” เปลี่ยนการดูหนังให้เป็นช่วงเวลาพิเศษ

ในวันที่ผู้บริโภคเข้าถึงความบันเทิงได้เพียงปลายนิ้ว โรงภาพยนตร์ไม่ได้แข่งขันกันเองอีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันกับทุกแพลตฟอร์มที่พร้อมดึงเวลาของผู้ชม ตั้งแต่บริการสตรีมมิง Youtube ไปจนถึงคลิปสั้นบน TikTok ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ที่เปลี่ยนไป

โจทย์สำคัญของธุรกิจโรงภาพยนตร์จึงไม่ใช่เพียงการทำให้คนอยากดูหนังเรื่องไหน แต่คือการทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า การออกจากบ้านมาดูหนังยังเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและแตกต่างจากการรับชมผ่านหน้าจออื่น ๆ นี่คือแนวคิดที่บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ใช้เป็นทิศทางในการพัฒนาแบรนด์ โดยมองการชมภาพยนตร์ให้เป็นมากกว่าความบันเทิง แต่เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ผู้ชมได้สัมผัสทั้งภาพ เสียง อารมณ์ และความรู้สึกร่วมกับผู้คนในโรงภาพยนตร์

แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านการที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้รับรางวัล Business+ Product of the Year 2026 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ โดย วุธรวี จารุวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มองว่า รางวัลนี้สะท้อนถึงการตอบรับของผู้บริโภคต่อความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง

จาก Movie Theater สู่ Experience Destination

หัวใจของการพัฒนาแบรนด์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในวันนี้ คือการไม่มองโรงภาพยนตร์เป็นเพียงสถานที่สำหรับฉายหนัง แต่เป็น Experience Destination ที่ออกแบบประสบการณ์ให้ครอบคลุมตลอด Customer Journey ตั้งแต่การเลือกภาพยนตร์ ซื้อตั๋ว เข้าชม ไปจนถึงการใช้เวลาร่วมกันหลังจบเรื่อง

ในมิติของประสบการณ์ภายในโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป นำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบและความคาดหวังของผู้ชมที่แตกต่างกัน ทั้ง IMAX with Laser ที่ยกระดับภาพและเสียงให้เต็มอรรถรส 4DX ที่เพิ่มมิติการรับชมด้วยเอฟเฟกต์พิเศษต่าง ๆ และ ScreenX ที่ขยายภาพสู่ผนังด้านข้างแบบ 270 องศา เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนผู้ชมอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์บนจอ

ขณะเดียวกัน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังเดินหน้าพัฒนาระบบฉายภาพด้วยเลเซอร์ เพื่อเพิ่มความสว่าง ความคมชัด และความสมจริง พร้อมทางเลือกด้านภาพและเสียงอย่าง Dolby Atmos ที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสในการรับชมให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมแต่ละกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ดีไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคด้วย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จึงพัฒนาโรงภาพยนตร์รูปแบบเฉพาะ เช่น Kids Cinema ที่ช่วยให้การดูหนังเป็นกิจกรรมของทั้งครอบครัว และ VIP Cinema ที่ตอบโจทย์ผู้ชมซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและบริการระดับพรีเมียม

การมีทางเลือกหลากหลายจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มรูปแบบบริการ แต่เป็นการขยายความหมายของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกและความรวดเร็ว ครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน ไปจนถึง Movie Lovers ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ภาพยนตร์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

Digital Experience ที่เชื่อมโลกออนไลน์เข้ากับโรงภาพยนตร์

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ ผ่าน Major App ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปได้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่ค้นหาภาพยนตร์ ตรวจสอบรอบฉาย เลือกที่นั่ง ชำระเงิน รับ E-Ticket ไปจนถึงสั่งซื้อป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มล่วงหน้า

ในมุมของแบรนด์ การพัฒนาแอปพลิเคชันจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดขั้นตอนการซื้อบัตรชมภาพยนตร์ แต่เป็นการทำให้การเข้าถึงบริการเป็นเรื่องง่าย และลดอุปสรรคในทุกจุดที่ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์

ก้าวต่อไป เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ต้องการพัฒนา Major App ให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชันสำหรับซื้อตั๋ว โดยมุ่งสู่การเป็น Digital Gateway ของการชมภาพยนตร์ ที่สามารถเชื่อมโยงบริการ สิทธิประโยชน์ และข้อเสนอที่เหมาะสมกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคนได้มากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ Personalized และ Seamless ตั้งแต่บนหน้าจอมือถือไปจนถึงการเข้ามาใช้บริการจริง

แนวทางนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการให้บริการตามความต้องการเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย ความสะดวกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจความต้องการของตนเอง คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างความผูกพันระยะยาว

 

3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนแบรนด์ สร้างคุณค่าให้ธุรกิจในระยะยาว

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต วุธรวี ระบุว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะมุ่งพัฒนา 3 ด้านหลัก เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจ

  1. ยกระดับ Cinematic Experience ให้แตกต่างและคุ้มค่ากับการออกจากบ้าน

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เชื่อว่าความโดดเด่นของโรงภาพยนตร์อยู่ที่ประสบการณ์ซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ด้วยการรับชมผ่านหน้าจอขนาดเล็ก บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีการฉาย ระบบเสียง Laser Cinema และโรงภาพยนตร์รูปแบบพิเศษอย่าง IMAX, 4DX และ ScreenX ควบคู่กับการออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ผู้ชมที่หลากหลาย

เป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้โรงภาพยนตร์มีเทคโนโลยีทันสมัย แต่คือการสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือกกลับมา ใช้เวลาในโรงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง

  1. พัฒนา Major App สู่ Digital Gateway ของการชมภาพยนตร์

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มุ่งต่อยอด Major App จากแพลตฟอร์มสำหรับค้นหารอบฉายและซื้อตั๋ว ให้เป็นช่องทางที่เชื่อมโยงบริการ โพรโมชัน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว พร้อมเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอที่สอดคล้องกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น

การพัฒนาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกการติดต่อกับแบรนด์เป็นเรื่องง่าย ต่อเนื่อง และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดเฉพาะวันที่มีภาพยนตร์เรื่องใหม่เข้าฉาย

  1. ผลักดันภาพยนตร์ไทย สร้างการเติบโตให้คอนเทนต์และอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือการพัฒนาภาพยนตร์ไทย ซึ่ง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มองว่ายังมีศักยภาพในการเติบโต  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่าน M STUDIO ที่ทำงานร่วมกับผู้สร้างภาพยนตร์ สตูดิโอ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและหลากหลาย ตลอดจนสนับสนุนด้านการตลาดและการเข้าถึงผู้ชม

การผลักดันภาพยนตร์ไทยไม่เพียงเพิ่มทางเลือกให้ผู้ชม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้คอนเทนต์ไทยเติบโต ขยายฐานผู้ชม และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง

ทั้ง 3 ด้านจึงเป็นกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การสร้างประสบการณ์ภายในโรง การพัฒนาช่องทางดิจิทัล ไปจนถึงการต่อยอดคอนเทนต์ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้บริโภค แบรนด์ และธุรกิจในระยะยาว

 

รักษาคุณค่าของแบรนด์ ด้วยช่วงเวลาที่มีความหมาย

สำหรับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ความท้าทายในยุคที่ความบันเทิงอยู่ใกล้เพียงปลายนิ้ว ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงภาพยนตร์ได้เท่านั้น แต่อยู่ที่การรักษาคุณค่าของการชมภาพยนตร์ในโรงให้ยังคงมีความหมาย

เพราะเสน่ห์ของการดูหนังบนจอใหญ่ไม่ได้มีเพียงภาพที่คมชัดหรือเสียงที่ทรงพลัง แต่ยังรวมถึงความรู้สึกตื่นเต้นไปพร้อมกัน การหัวเราะกับฉากเดียวกัน หรือการได้แบ่งปันอารมณ์กับผู้ชมคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ร่วมที่แตกต่างจากการรับชมตามลำพัง

การได้รับรางวัล Business+ Product of the Year 2026 จึงเป็นมากกว่าการยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เดินหน้าพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานเทคโนโลยี บริการ ดิจิทัล และคอนเทนต์เข้าด้วยกัน โดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

ท้ายที่สุด สิ่งที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ต้องการส่งมอบจึงไม่ใช่เพียงการชมภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง แต่คือประสบการณ์ที่ทำให้ผู้คนอยากออกจากบ้าน กลับมาที่โรงภาพยนตร์ และใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง เพราะเมื่อความบันเทิงมีให้เลือกมากมาย แบรนด์ที่ยังคงอยู่ในใจผู้บริโภค อาจไม่ใช่เพียงแบรนด์ที่มอบความสะดวกที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสซ้ำ