ในปี 2568 ไทยมีเที่ยวบินรวม 935,262 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 5.51% แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 480,159 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 8.70% และระหว่างประเทศ 455,103 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 2.34% ขณะที่อัตราการฟื้นตัวของเที่ยวบินอยู่ที่ 87.59% ภาพดังกล่าวสะท้อนการกลับมาของตลาดการเดินทางทางอากาศ แต่เมื่อมองลึกไปถึงผู้เล่นแต่ละราย กลับพบว่า “เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น” ไม่ได้เปลี่ยนเป็น “รายได้และกำไรที่เติบโต” ในทิศทางเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันยังมีอีกมิติอย่างคุณภาพการบริการและประสบการณ์การเดินทาง
วันนี้ Business+ จะพาไปส่องงบปี 2568 “สายการบินในไทย” กันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจาก Thai Airways หรือ บมจ. การบินไทย โดยมี คุณสัมฤทธิ์ สำเนียง รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปี 2568 มีรายได้รวม 194,210.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.72% และกำไรสุทธิ 30,910.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 214.76% ขณะที่ Market Share อยู่ที่ 9.90% ในประเทศ และ 16.90% ระหว่างประเทศ ด้านคุณภาพบริการ อันดับ Skytrax ขยับจากอันดับ 29 ในปี 2025 มาอยู่ที่อันดับ 20 ในปี 2026
ด้าน Thai AirAsia หรือ บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น โดยมี คุณไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มี Market Share ภายในประเทศ 40.93% สำหรับ Thai AirAsia และ 0.005% สำหรับ Thai AirAsia X ขณะที่ตลาดระหว่างประเทศอยู่ที่ 7.70% แต่ผลประกอบการกลับลดลง โดยมีรายได้รวม 49,402.03 ล้านบาท ลดลง 2.89% และกำไรสุทธิ 2,336.22 ล้านบาท ลดลง 32.83% แม้เที่ยวบินภายในประเทศโดยรวมเพิ่มขึ้น 8.70% ส่วนอันดับ Skytrax ขยับจาก 28 มาอยู่ที่ 26
ถัดมา Bangkok Airways หรือ บมจ. การบินกรุงเทพ โดยมี คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ มี Market Share ภายในประเทศ 11.11% รายได้รวม 26,358.94 ล้านบาท ลดลง 0.37% และกำไรสุทธิ 3,549.21 ล้านบาท ลดลง 6.30% ส่วนอันดับ Skytrax ขยับจาก 31 มาอยู่ที่ 29
สำหรับ Thai Lion Air หรือ บจก. ไทย ไลอ้อน เมนทารี โดยมี คุณอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มี Market Share ภายในประเทศ 17.43% และระหว่างประเทศ 2.80% โดยรายได้ปี 2568 อยู่ที่ 20,014.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.21% สูงที่สุดในกลุ่มสายการบินที่มีข้อมูลชุดนี้
ขณะที่ Thai Vietjet Air หรือ บจก. ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค โดยมี คุณวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มี Market Share ภายในประเทศ 10.89% โดยรายได้รวมอยู่ที่ 17,691.17 ล้านบาท ลดลง 7.19% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 356.10% มาอยู่ที่ 291.79 ล้านบาท
ส่วน Nok Air หรือ บมจ. สายการบินนกแอร์ โดยมี คุณพิชิต สถาปัตยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มี Market Share ภายในประเทศ 9.72% และไม่มีข้อมูล Market Share ระหว่างประเทศ แต่ไม่สามารถนำตัวเลขผลประกอบการมาเปรียบเทียบได้ เนื่องจากสถานะนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าอยู่ในสถานะ “ฟื้นฟูกิจการ”
เมื่อมองภาพรวมตลาดการบินไทยในปี 2568 การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนเที่ยวบินหรือผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละสายการบินสามารถ บริหารต้นทุน สร้างรายได้ และรักษาคุณภาพการบริการ ได้ดีแค่ไหน เพราะเมื่อผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น ความคุ้มค่าและประสบการณ์ตลอดการเดินทางก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
ดังนั้น โจทย์ของสายการบินจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง ราคาที่ผู้โดยสารเข้าถึงได้ คุณภาพบริการ และความสามารถในการทำกำไร ใครบริหารต้นทุนได้ดี สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ และเปลี่ยนความต้องการเดินทางให้เป็นรายได้ได้ ก็มีโอกาสสร้างความได้เปรียบในตลาด
และจากภาพการแข่งขันในปีที่ผ่านมา เมื่อแต่ละสายการบินกำลังเดินเกมด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน เรามาติดตามดูกันต่อว่าในปี 2569 นี้ ใครจะบินสูง และใครจะปีกหัก
โดยสำหรับใครที่ต้องการย้อนดูข้อมูลปี 2567 ได้ที่: ศึกสายการบินในไทย: ใครรุ่ง ใครร่วง ในสมรภูมิท้องฟ้าเดือด
ที่มา: เว็บไซต์ของบริษัท, DBD ,SET ,CAAT ,Skytrax
The Business Plus บิสิเนสพลัส
