ฟินซิตี้.โตเกียว (FinCity.Tokyo) องค์กรส่งเสริมกรุงโตเกียวสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสเศรษฐกิจให้กับนักลงทุนและธุรกิจการเงินไทย ทั้งการกระจายการลงทุนสู่ตลาดญี่ปุ่น การสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และการต่อยอดธุรกิจร่วมกันสู่ตลาดอาเซียน ที่จะมุ่งสู่ความร่วมมือ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น ในการเชื่อมโยงเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมของทั้งสองประเทศ

จับตาการเงินดิจิทัลญี่ปุ่น เปิดประตูสู่โอกาสลงทุนและความร่วมมือด้านฟินเทค
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่การเงินดิจิทัลที่กำลังเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ ทั้งสินทรัพย์คริปโท สเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยน เงินฝากรูปแบบโทเคน และหลักทรัพย์รูปแบบโทเคน การผสานฐานเงินทุนขนาดใหญ่เข้ากับนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้โตเกียวเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับผู้จัดการสินทรัพย์ ธนาคาร และธุรกิจฟินเทคไทยที่ต้องการขยายโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ
ฟินซิตี้.โตเกียว มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ผ่านการหารือ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายการเงินของโตเกียว เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงพันธมิตรที่เหมาะสม สำรวจโอกาสการลงทุน และร่วมพัฒนาบริการทางการเงินสำหรับตลาดญี่ปุ่นและอาเซียน

ปัจจุบันภาคการเงินและเทคโนโลยีของญี่ปุ่นกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน สินทรัพย์ดิจิทัล บริการบนเทคโนโลยีบล็อกเชน และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ มาตรการสนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจที่ครอบคลุม และพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมภายใต้การกำกับดูแล หรือ Regulatory Sandbox ที่เปิดให้สตาร์ทอัพทดลองโซลูชันได้อย่างยืดหยุ่น
แนวโน้มการเติบโตนี้สะท้อนผ่านการคาดการณ์ของ IMARC Group ซึ่งระบุว่า ตลาดฟินเทคญี่ปุ่นจะเติบโตแตะ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 ขณะที่ A.T. Kearney ประเมินว่า เศรษฐกิจ Web3 ของญี่ปุ่นจะขยายตัวถึง 20 เท่า แตะ 2.4 ล้านล้านเยนในช่วงปี 2564–2570

อีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญคือ กลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นมีแผนออกสเตเบิลคอยน์อิงค่าเงินเยนภายในเดือนมีนาคม 2570 และอยู่ระหว่างการพิจารณานำบล็อกเชนมาใช้ในการชำระราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาล ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธนาคาร ธุรกิจฟินเทค นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีของไทย สร้างความร่วมมือกับบริษัทในโตเกียว ทั้งด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน เงินฝากรูปแบบโทเคน ผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัล ตลอดจนโครงการนำร่องภายใต้การกำกับดูแล

ต่อยอดศักยภาพธุรกิจไทย เชื่อมโอกาสสู่ญี่ปุ่นและตลาดอาเซียน
ประเทศไทยมีพื้นฐานภาคการเงินที่แข็งแกร่ง ทั้งระบบธนาคารที่มั่นคง เศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นฐานสำคัญสำหรับบริษัทญี่ปุ่นในการศึกษาความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค ทดสอบโซลูชันใหม่ และสร้างความร่วมมือที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต
นายโทคิโอะ โมริตะ ผู้อำนวยการบริหาร ฟินซิตี้.โตเกียว กล่าวว่า “ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นพื้นที่สำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ในอาเซียน การจับมือกับตลาดอย่างญี่ปุ่นจะช่วยให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น และทำให้โซลูชันใหม่ ๆ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภค”
ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล และเครือข่ายการลงทุน พร้อมเสริมขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสทางธุรกิจในตลาดการเงินที่มีรากฐานมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย

ฟินซิตี้.โตเกียว เชื่อมธุรกิจต่างชาติสู่เครือข่ายการเงินญี่ปุ่น
ฟินซิตี้.โตเกียว ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของญี่ปุ่น เพื่อผลักดันโตเกียวสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินชั้นนำของโลก ปัจจุบันมีองค์กรสมาชิกกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมทั้งสถาบันการเงินชั้นนำและนักลงทุนสถาบัน โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงบริษัทต่างชาติเข้าสู่ตลาดการเงินโตเกียว ตั้งแต่การให้ข้อมูลตลาดและคำแนะนำในการดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการประสานงานเพื่อเข้าถึงโครงการสนับสนุนจากองค์การปกครองกรุงโตเกียว
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ Attraction U Program ซึ่งสนับสนุนบริษัทจัดการกองทุนและธุรกิจฟินเทคต่างชาติ ทั้งด้านการจัดตั้งธุรกิจ การจับคู่พันธมิตร และเงินสนับสนุนสูงสุด 30 ล้านเยน ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมี Emerging Managers Program ที่เชื่อมโยงผู้จัดการกองทุนหน้าใหม่ของญี่ปุ่นกับเจ้าของสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านงานสัมมนาและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ
โอกาสเหล่านี้มีฐานเงินทุนขนาดใหญ่รองรับ โดยญี่ปุ่นมีสินทรัพย์ทางการเงินภาคครัวเรือนราว 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 7.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งโตเกียวยังเป็นศูนย์รวมของสถาบันการเงิน บริษัทระดับโลก และธุรกิจเทคโนโลยี จึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่อยอดธุรกิจได้ทั้งด้านการบริหารสินทรัพย์ ฟินเทค การเงินเพื่อความยั่งยืน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ฟินซิตี้.โตเกียว พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงิน นักลงทุน และธุรกิจฟินเทคไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเชื่อมศักยภาพของไทยเข้ากับเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมของญี่ปุ่น พร้อมเสริมความแข็งแกร่ง และต่อยอดโอกาสการเติบโตในตลาดสากล
The Business Plus บิสิเนสพลัส