TDH Dental เปิดยุทธศาสตร์ 3 ปี รุก Beauty & Wellness ปักธงผู้นำ Dental Longevity ชู 3 เสาหลัก “มาตรฐานสากล–บุคลากร–ดิจิทัล” ขยายตลาดไทย-ภูมิภาค

TDH Dental เปิดวิชั่นทศวรรษที่ 3 ปักธงผู้นำ Dental Longevity ชู 3 เสาหลัก “มาตรฐานการรักษาระดับสากล–บุคลากรมืออาชีพ–ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” ยกระดับสู่คลินิกทันตกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ รับเทรนด์ Longevity, Beauty & Wellness พร้อมขยายเครือข่ายผ่านกลยุทธ์ในทำเลศักยภาพ รุกตลาดพรีเมียมทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 450–500 ล้านบาท ก้าวสู่ผู้นำตลาดทันตกรรมระดับประเทศและภูมิภาค และเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี

ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด หรือ TDH Dental เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในวาระก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปี TDH Dental เติบโตจากความมุ่งมั่นในการส่งมอบการรักษาทาง ทันตกรรมที่มีคุณภาพ และจากนี้องค์กรจะก้าวสู่ยุค Dental Longevity อย่างเต็มรูปแบบ

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาสุขภาพช่องปาก แต่ครอบคลุมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านรอยยิ้ม ตลอดจนการออกแบบรอยยิ้มให้สอดรับกับบุคลิก โครงสร้างใบหน้า และภาวะสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านทันตกรรมของภูมิภาค หรือ Regional Dental Hub ด้วยจุดแข็งด้านบุคลากรทางการแพทย์ คุณภาพการรักษา เทคโนโลยี และการบริการแบบไทยที่โดดเด่น

ปัจจุบันตลาดทันตกรรมไทยมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13–15% เพิ่มขึ้นจากช่วง 5–6 ปีก่อนที่มีมูลค่าราว 5,000–6,000 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยมีคลินิกทันตกรรมเกือบ 10,000 แห่ง โดยประมาณ 70% กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

คุณวิภาวดี อ่อนสอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในทศวรรษที่ 3 ของ TDH Dental มุ่งยกระดับองค์กรสู่ “คลินิกทันตกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ” ภายใต้แนวคิด Dental Longevity ควบคู่กับเทรนด์ การเติบโตในตลาด Longevity, Beauty & Wellness ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค พร้อมวางโครงสร้างธุรกิจรองรับการเติบโตและเป้าหมายการเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี ผ่านความเป็นเลิศ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. Excellence: ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการรักษา

TDH Dental ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญและคุณภาพการดูแลสุขภาพช่องปาก ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่น
ในระยะยาว โดยมีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรมืออาชีพ พร้อมระบบการให้บริการตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001:2015 รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันใส Invisalign

  1. Digital & Innovation Transformation: ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาระบบ Fully Digital Dentistry เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการรักษาแบบดั้งเดิมสู่กระบวนการทันตกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผน ไปจนถึงการติดตามผลการรักษา

เทคโนโลยีสำคัญประกอบด้วยเครื่องสแกนช่องปาก iTero Element 5D และระบบ CBCT หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ สำหรับวิเคราะห์โครงสร้างฟัน กระดูกขากรรไกร และสัดส่วนใบหน้า รวมถึงการออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคนิค Aesthetic Normsเพื่อคำนวณความสมดุลของใบหน้าให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ยังนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาสนับสนุนการทำงานของทีมทันตแพทย์ พร้อมเชื่อมโยงระบบจัดเก็บข้อมูลผู้รับบริการ การวางแผนการรักษา ระบบบริหารจัดการหลังบ้าน และข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างแม่นยำและพัฒนาประสบการณ์ของผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. People Development: พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโต

พร้อมทั้ง TDH Dental ให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill ทีมทันตแพทย์ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับเทคโนโลยีทันตกรรมขั้นสูง ทั้งด้านการรักษา การให้คำปรึกษา และการบริการ ตั้งแต่ขั้นตอนนัดหมายจนถึงการดูแลหลังการรักษาโดยมีเป้าหมายสร้างแบรนด์ที่ผู้รับบริการไว้วางใจ รัก และพร้อมบอกต่อ ความเป็นเลิศทั้ง 3 ด้านจะช่วยยกระดับระบบการทำงานของ TDH Dental ให้แข็งแกร่ง พร้อมรองรับการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Dental Longevity เปลี่ยนจากการรักษา สู่การดูแลตลอดชีวิต

สำหรับ ภายใต้แนวคิด Dental Longevity บริษัทวางแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การป้องกันก่อนเกิดปัญหา (Prevent) การดูแลอย่างต่อเนื่อง (Maintain) และการคงสภาพสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว (Preserve) ควบคู่กับการออกแบบแผนการดูแลเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Care

โดยแนวทางดังกล่าวสอดรับกับเทรนด์ Longevity ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมใช้ชีวิตอย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย

“เราไม่ได้รอให้ผู้รับบริการมีอาการแล้วจึงเริ่มรักษา แต่จะเริ่มจากการทำความเข้าใจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด และติดตามผลทุก 6 เดือน ตั้งแต่การเอกซเรย์เพื่อสร้างข้อมูลพื้นฐานสุขภาพช่องปาก หรือ Baseline ไปจนถึงการทำ Oral Scan ซึ่งช่วยให้เห็นรายละเอียดทั้งสีฟัน สภาพฟัน การบดเคี้ยว และรอยผุในบริเวณที่ตรวจพบได้ยาก ทำให้ทีมทันตแพทย์สามารถเปรียบเทียบ และวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง การดูแลจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาเมื่อเกิดปัญหาสู่การป้องกัน ดูแล และรักษาสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว ภายใต้แนวคิด Prevent–Maintain–Preserve” คุณวิภาวดี กล่าว

เดินหน้ากลยุทธ์ Strategic Location ขยายฐานลูกค้าพรีเมียม

ด้านแผนขยายธุรกิจ TDH Dental การเลือกทำเลศักยภาพ Strategic Location ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้า ปัจจุบัน TDH Dental มีเครือข่ายรวม 12 สาขาในประเทศไทยและ สปป.ลาว ครอบคลุมทั้งสาขาแบบสแตนด์อโลนและพื้นที่ภายในศูนย์การค้าระดับพรีเมียม อาทิ ทองหล่อ ปุณณวิถี ราชพฤกษ์ ไอคอนสยาม และกรุงเทพกรีฑา เป็นต้น

ล่าสุด บริษัทเปิดให้บริการสาขาดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 4 รองรับกลุ่มคนทำงาน ผู้พักอาศัย และชาวต่างชาติในย่านสีลม ศาลาแดง และพระราม 4 ทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคระดับพรีเมียมได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ทั้งในด้านศักยภาพการใช้บริการ การสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และโอกาสต่อยอดมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายเครือข่ายเป็น 20 สาขาภายใน 5 ปี โดยปีนี้เปิดสาขาใหม่ 5 สาขา ด้วยงบลงทุนประมาณ 70–80 ล้านบาท ในทำเลศักยภาพ อาทิ สาขา รามอินทรา กรุงเทพกรีฑา และดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 4  เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ขยายตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับปี 2569 TDH Dental ตั้งเป้ารายได้ 450–500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีรายได้ 321.9 ล้านบาท ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้รับบริการชาวไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% โดยกลุ่มลูกค้าต่างชาติหลักมาจากจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย พลิกบทบาทคลินิก สู่พาร์ทเนอร์สุขภาพช่องปากตลอดชีวิต

ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด หรือ TDH Dental กล่าวว่า เป้าหมายของ TDH Dental ไม่ได้จำกัดเพียงการรักษาให้ผู้รับบริการ “ไม่มีอาการ” แต่ยังมุ่งให้ผู้รับบริการรู้เท่าทันความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหา สามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างเหมาะสม และใช้ฟันได้อย่างมีคุณภาพยาวนานที่สุด เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีในทุกช่วงวัย

“เราต้องการเปลี่ยนบทบาทของคลินิกจากสถานที่ที่ผู้บริโภคเข้ามาเมื่อมีปัญหา ไปสู่การเป็น Long-term Oral Health Partner ที่ดูแลและติดตามสุขภาพช่องปากตั้งแต่วัยเด็กไปตลอดชีวิต นี่คือการเปลี่ยนจากการรักษาเป็นรายครั้ง สู่การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ”

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ TDH Dental ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการ สร้าง Brand Trust และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว ตลอดจนขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มเด็กและวัยรุ่น กลุ่ม Well-Aging คนทำงานระดับกลางถึงระดับบน กลุ่ม Gen Z ลูกค้าผู้ชาย และชาวต่างชาติในตลาด Dental Tourism

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ TDH Dental ได้ทางเว็บไซต์ www.thonglordentalhospital.com อัปเดตเทรนด์การดูแลรอยยิ้ม สุขภาพช่องปาก และกิจกรรมพิเศษจากแบรนด์ได้ตลอดเวลา
ทางโซเชียลมีเดีย Facebook: www.facebook.com/ThonglorDentalHospital,

Instagram: www.instagram.com/tdhdental, Tiktok: www.tiktok.com/@tdh_dental

และ Youtube: www.youtube.com/@TDHDental