นิทรรศการกลุ่ม ปตท. งาน Gastech 2026

  • กลุ่ม ปตท. ร่วมจัดแสดงบูธนิทรรศการในงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
  • กลุ่ม ปตท. ร่วมจัดแสดงบูธนิทรรศการในงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ แสดงศักยภาพบริษัทพลังงานไทยสู่เวทีสากล ภายใต้แนวคิด “Flow” หรือการไหลเวียนของพลังงาน โอกาส ความร่วมมือ และความยั่งยืน ที่ขับเคลื่อนผู้คน ธุรกิจ ประเทศ และโลกไปข้างหน้า โดยเน้นบทบาทของก๊าซธรรมชาติและ LNG ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การค้าสากลและการลงทุนด้านพลังงานระดับโลก การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างมูลค่าเพิ่มจากพลังงานในรูปแบบใหม่ๆ และการต่อยอดพลังงานสู่คุณค่าที่จับต้องได้ชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย

  1. นิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10
  • วิดีทัศน์ประมวลภาพเหตุการณ์สำคัญ รวม 6 เหตุการณ์ ดังนี้
  • พิธีเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 จ.ระยอง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2528
  • การนำเอทานอล มาผสมกับน้ำมันเบนซิน เพื่อเป็นพลังงานทางเลือก และพิธีเปิดสถานีบริการน้ำมัน “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” แห่งแรกในประเทศไทย ภายในสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2539
  • พิธีน้อมเกล้าฯ ถวายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ ของ ปตท. ณ แปลงปลูกป่าชายเลน FPT 29 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2545
  • การติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลน ศูนย์ฯ สิรินาถราชินี จ.ประจวบคีรีขันธ์  เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2557
  • พิธีปลูกต้นประดู่ป่า ต้นที่ 100 ล้าน ณ พื้นที่แปลงปลูกป่า FPT 49 จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2540
  • พิธีเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ “เปรมประชาวนารักษ์” เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567

 นิทรรศการ Business World Map Zone

  • นำเสนอความพร้อมของกลุ่ม ปตท. ในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG ตั้งแต่การจัดหา การนำเข้า การบริหารจัดการ การลงทุน และการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบพลังงานของประเทศ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงและความต่อเนื่องของการจัดหาพลังงาน พร้อมตอบสนองความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
  • ศักยภาพกลุ่ม ปตท. ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) โดย บริษัท
    ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) หรือ
    PTTEP ซึ่งมีภารกิจในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย พร้อมกับการขยายการลงทุนในประเทศต่าง ๆ รวม 10 ประเทศทั่วโลก โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอลจีเรีย
  • ก๊าซธรรมชาติที่ ปตท.สผ. ผลิตได้จากแหล่งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ เมียนมา และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Development Area: JDA) ถูกส่งผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. ทั้งบนบกและในทะเล รวมกว่า 4,500 กิโลเมตร
  • หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ปตท. ดำเนินธุรกิจการค้าสากลเต็มรูปแบบ ครอบคลุม การจัดหา การนำเข้า การส่งออก และการค้าระหว่างประเทศของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ น้ำมันดิบ   คอนเดนเสท LNG LPG ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่น ๆ รวมทั้งให้บริการบริหารความเสี่ยงด้านราคา และจัดหาการขนส่งระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายการค้าในต่างประเทศที่เข้มแข็ง  มีสำนักงานกระจายอยู่กว่า 6 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ สิงคโปร์ อาบูดาบี เซี่ยงไฮ้ ลอนดอน และฮิวสตัน ในจุดยุทธศาสตร์หลักครอบคลุมเครือข่ายการค้ากว่า 80 ประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน แสวงหาโอกาสทาง การค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดสากลของกลุ่ม ปตท. พร้อมต่อยอดศักยภาพสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ LNG ระดับโลก (Global LNG Player) โดยเร่งขยาย LNG Portfolio Volume สู่เป้าหมาย 7 ล้านตันในปี 2569 และขยายให้ได้ 10 ล้านตันในปี 2573 และ 15 ล้านตัน ภายในปี 2578
  1. LNG Terminal ในประเทศไทย
  • แสดงศักยภาพการให้บริการท่าเทียบเรือ LNG ครบวงจร โดยบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด หรือ PTTLNG เป็นผู้ดำเนินการสถานีรับจ่าย LNG แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีศักยภาพรองรับการขนถ่าย LNG ทั้งขาเข้าและขาออกในเชิงพาณิชย์ สามารถให้บริการรับและจ่าย LNG (Unloading & Reloading) การขนส่งขนาดเล็ก (Small-scale LNG) การขนส่งทางรถบรรทุกและ ISO-container สามารถรักษาความพร้อมและ Reliability ในระดับ 100% เพื่อรองรับการจัดหาและส่งมอบพลังงานให้แก่ภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง เสริมศักยภาพและความมั่นคงของระบบก๊าซธรรมชาติของประเทศ รวมถึงสนับสนุนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงและการค้า LNG ของภูมิภาค (Regional LNG Hub)
  • โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ PTTLNG ทั้ง 2 แห่ง เชื่อมต่อระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. มีศักยภาพ รองรับการนำเข้า จัดเก็บ และแปรสภาพ LNG ให้เป็นก๊าซธรรมชาติได้ถึง 19 ล้านตัน  ต่อปี
    • สถานีรับจ่าย LNG แห่งที่ 1 (LMPT1) : ตั้งอยู่ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง

ความจุรวมประมาณ 11.5 ล้านตันต่อปี

  • สถานีรับจ่าย LNG แห่งที่ 2 (LMPT2) : ตั้งอยู่ตำบลหนองแฟบ อำเภอเมือง จังหวัดระยองความจุรวมประมาณ 5 ล้านตันต่อปี
  • อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ Free Zone และ Virtual Inventory เพื่อรองรับการซื้อขายและบริหารจัดการ LNG อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัวในการโอนถ่าย จัดเก็บ และแลกเปลี่ยนปริมาณ LNG ภายในประเทศและภูมิภาค
  1. Industrial Spark (I-SPARK Zone) – จุดประกายอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สู่ระบบนิเวศที่ยั่งยืน
  • Industrial Spark หรือ I-SPARK Zone คือแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) โดยบูรณาการโครงการพลังงานสะอาดและโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่จังหวัดระยองให้เกิดเป็น ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
  • I-SPARK มุ่งต่อยอดและสร้างคุณค่าร่วมจากธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ครอบคลุมตั้งแต่พลังงานสะอาด ท่าเรือ LNG โซลูชันด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ไปจนถึงธุรกิจ Specialty, Bio และ Circularity เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจใหม่
  • I-SPARK สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยบทบาท ในการเป็น Energy Partner ของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเกิดขึ้นได้จริง และขยายผลจากพื้นที่ต้นแบบสู่พื้นที่อื่น ๆ ได้ในอนาคต
  1. Arthit CCS Project Zone – ขับเคลื่อนเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน
  • นำเสนอโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage หรือ CCS) ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ โครงการอาทิตย์ ที่ ปตท.สผ.เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งสามารถดักจับและอัดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุด 1 ล้านตันต่อปี มีความสำคัญในฐานะโครงการ CCS แรกของประเทศไทย โดยประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID)  ไปเมื่อปี 2568 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาโครงการ CCS ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ เช่น Eastern Thailand CCS Hub ในบริเวณอ่าวไทยตอนบน
  1. LNG Cold Utilization (Strawberry & Tulip from LNG Cold Energy) – เปลี่ยนความเย็นจาก LNG ให้เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่ม
  • อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำเสนอแนวคิด LNG Cold Utilization ซึ่งเป็นการนำพลังงานความเย็นที่เกิดขึ้นในกระบวนการเปลี่ยนสถานะ LNG จากของเหลวกลับเป็นก๊าซ มาใช้ประโยชน์ต่อยอดในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยน “ความเย็น” ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการ LNG ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ทั้งยังเป็นตัวอย่างของการนำ LNG Infrastructure ไปต่อยอดสู่ Energy Innovation ที่สามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว
  • Strawberry Immersive Mapping Room – ห้อง Immersive ขนาดเล็กที่เล่าเรื่อง Strawberry from LNG Cold Energy ผ่านประสบการณ์ Projection Mapping ให้เห็นเส้นทางจากพลังงานความเย็นของ LNG ไปสู่การปลูกสตอรว์เบอร์รีและพืชเมืองหนาวอย่างสร้างสรรค์
  1. Smart Energy Management with AI Advanced Technology Zone
  • กลุ่ม ปตท. นำเสนอศักยภาพ ในการยกระดับการให้บริการพลังงานสำหรัภาคอุตสาหกรรมสู่ Smart Energy Management โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและวิศวกรรม เข้ากับเทคโนโลยี IoT, Data Science และ AI เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ภายใต้แนวคิด Total Solution for Industrial Sustainability กลุ่ม ปตท. พร้อมเป็น Solutions Partner ที่ร่วมพัฒนาโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโรงงาน ตั้งแต่
    • Assessment ประเมินและวิเคราะห์การดำเนินงาน เพื่อค้นหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารลดต้นทุนพลังงาน
    • Digital Roadmap & Solution Design ออกแบบแนวทางการพัฒนาและเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความพร้อมของแต่ละโรงงาน
    • AIoT & Energy Management Platform เชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลแบบ Real-time พร้อมประยุกต์ใช้ AI และ Advanced Analytics ในการวิเคราะห์การใช้พลังงาน การตรวจจับความผิดปกติ (Anomaly Detection) และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Optimization)
    • Consulting & Continuous Improvement ติดตาม วิเคราะห์ผล และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานให้เหมาะสมกับการดำเนินงานของลูกค้า
    • การนำข้อมูลด้าน Energy Supply, Demand และ Operational Data มาวิเคราะห์ร่วมกัน ช่วยสนับสนุนการบริหารสมดุลพลังงาน (Energy Balance) และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นำไปสู่ Energy Security, Cost Optimization, Operational Efficiency และ Lower Emissions