ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) เผยโฉม “Lamborghini Urus SE Performante” ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยกระดับมาตรฐานรถในเซกเมนต์เดียวกันให้ทรงพลังกว่าที่เคย ทั้งในแง่สมรรถนะ ไดนามิกการขับขี่ ตลอดจนประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ ขณะเดียวกันยังคงความสะดวกสบายที่เหนือระดับ ด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบกันสะเทือนได้อย่างลงตัว
Urus SE Performante ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร ให้กำลังเครื่องรวมสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของ Urus ที่ 812 แรงม้า (596 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร ส่งผลให้ Urus SE Performante ครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดในเซกเมนต์และยกระดับมาตรฐานด้านสมรรถนะขึ้นไปอีกขั้น
พร้อมทั้งพัฒนาอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ครอบคลุมทั้งตัวถัง ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กันชนทั้งหน้าและหลัง ซึ่งผสานการทำงานกับสปอยเลอร์หลังคู่เพื่อเสริมประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนของเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง

ในแง่ประสิทธิภาพไดนามิกการขับขี่ Urus SE Performante สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ทั้งในด้านความแม่นยำ เสถียรภาพ และการตอบสนองของรถยนต์ เพราะนอกจากกำลังและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังที่ดีขึ้น และโซลูชันด้านอากาศพลศาสตร์แบบใหม่แล้ว รถรุ่นนี้ยังนำระบบกันสะเทือนถุงลมแบบ AURA dual-chamber มาใช้ในตระกูล Urus เป็นครั้งแรก ซึ่งไม่เพียงลดอาการโคลงของตัวถังในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงลงถึงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังลดแรงสั่นสะเทือนลง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับ Urus Performante รุ่นก่อน จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จุดที่ผมว่าน่าสนใจกว่าตัวเลขแรงม้า คือ ระบบช่วงล่างใหม่ โดย Urus SE Performante เปิดตัวระบบช่วงล่างถุงลม 2 ห้อง AURA เข้าสู่ตระกูล Urus เป็นครั้งแรก ซึ่งลดอาการโคลงตัวลงครึ่งหนึ่งขณะขับเร็ว และลดแรงสั่นสะเทือนลง 25% เมื่อเทียบกับ Urus Performante รุ่นก่อน นี่คือการแก้โจทย์คลาสสิกของ Super SUV ที่ว่า “จะแรงและเกาะถนนขึ้น โดยไม่แลกกับความสบาย” ได้อย่างไร
เมื่อเปรียบเทียบกับ Urus SE ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า ซูเปอร์เอสยูวี Performante คันนี้มาพร้อมโหมดขับขี่ Rally ซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อส่งมอบความเร้าใจสูงสุดขณะขับขี่บนพื้นผิวเรียบลื่น เสริมทัพด้วยโหมด Strada, Sport และ Corsa รวมถึงโหมด EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน

ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้จึงส่งให้ Urus SE Performante ขึ้นแท่นเป็นซูเปอร์เอสยูวีที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที 0-200 กม./ชม. ใน 10.8 วินาที และความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม.
ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

The Business Plus บิสิเนสพลัส
