เจาะข้อมูล 5 แบรนด์ครองตลาดคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการเข้ารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยากที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการแต่ละรายเร่งพัฒนาบริการและวางกลยุทธ์การแข่งขันในหลากหลายมิติ ทั้งการกำหนดระดับราคา การบริหารผลประกอบการ และการขยายเครือข่ายธุรกิจ เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

เริ่มต้นที่ โรงพยาบาลเจตนิน ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2538 โดยคุณจงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นับเป็นผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการสูงที่สุดในกลุ่มที่เปรียบเทียบ โดยมีแพ็กเกจเริ่มต้น 189,000 บาท สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 924.05 ล้านบาท แม้จะลดลง 9.53% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับอยู่ที่ 240.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 210.39% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนและสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้จะชะลอตัวลงก็ตาม 

ขณะเดียวกัน SAFE Fertility Group ซึ่งก่อตั้งในปี 2550 โดยคุณวิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ เลือกแข่งขันด้วยแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 135,000 บาท ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบการที่เปรียบเทียบ ขณะที่ผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 719.52 ล้านบาท ลดลง 14.72% และมีกำไรสุทธิ 131.10 ล้านบาท ลดลง 21.54% จากปีก่อน แม้ว่าผลประกอบการจะปรับตัวลดลง แต่ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดจากขนาดรายได้ที่อยู่ในระดับสูง 

นอกจากนี้ Genesis Fertility Center ซึ่งก่อตั้งในปี 2559 โดยคุณพิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ มีแพ็กเกจเริ่มต้น 150,000 บาท และเป็นผู้ประกอบการที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นในปี 2568 โดยมีรายได้รวม 354.74 ล้านบาท ลดลง 34.93% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 22.40 ล้านบาท ลดลง 73.51% สะท้อนว่าบริษัทเผชิญแรงกดดันด้านผลประกอบการในปีที่ผ่านมา 

อีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดคือ Smile IVF Clinic ซึ่งก่อตั้งในปี 2560 โดยคุณสุรชัย พรวิรุฬห์ และคุณธิดา รัตนะจิตร มีแพ็กเกจเริ่มต้น190,000 บาท บาท สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 183.62 ล้านบาท ลดลง 19.77% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 29.25 ล้านบาท ลดลง 28.79% แม้ว่าผลประกอบการจะชะลอตัวลง แต่บริษัทยังคงมีบทบาทสำคัญในแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มเอ็มบริโอ แพลนเนท 

ปิดท้ายด้วย Siam Fertility Clinic ซึ่งก่อตั้งในปี 2559 และมีแพ็กเกจเริ่มต้น 145,500 บาท โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 129.83 ล้านบาท ลดลง 37.63% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.89% ขณะเดียวกัน บริษัท เอ็มบริโอ แพลนเนท จำกัด ได้ต่อยอดการเติบโตจาก Siam Fertility Clinic สาขาพญาไท ด้วยการจัดตั้งธุรกิจย่อย 3 แห่ง ได้แก่ Smile IVF Clinic ซึ่งถือหุ้น 75%, Siam Fertility Clinic @Kaset Nawamin ถือหุ้น 54.99% และบริษัท เบบี้ ครีเอเตอร์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100% พร้อมย้ายและเปลี่ยนชื่อสาขาพญาไทเป็น สยามเฟอร์ทิลิตี้ แอทสนามเป้า สหคลินิก ส่งผลให้ปัจจุบันทั้งกลุ่มมีรายได้รวมกว่า 377.2 ล้านบาท สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตผ่านการขยายเครือข่ายธุรกิจและการเพิ่มความหลากหลายของบริการภายในกลุ่ม 

ท้ายที่สุด แม้ว่าผลประกอบการของผู้ประกอบการบางรายในปี 2568 จะชะลอตัวลง แต่ละแบรนด์ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของธุรกิจผ่านแนวทางที่แตกต่างกัน ทั้งการบริหารผลกำไร การกำหนดระดับราคา และการขยายเครือข่ายธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในธุรกิจคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดของรายได้หรือกำไรเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตและความสามารถในการปรับตัวให้สอดรับกับการแข่งขันของตลาดในระยะยาวอีกด้วย