“The Art Plastic Surgery Hospital ปักหมุดผู้นำศัลยกรรมไทย เดินหน้าสู่มาตรฐานระดับภูมิภาค ชูความเชี่ยวชาญแพทย์เฉพาะทางและความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ”

The Art Plastic Surgery Hospital เริ่มต้นจากการเป็นคลินิกศัลยกรรมที่มีห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ ก่อนจะเติบโตและยกระดับสู่การเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทาง จากความต้องการที่จะดูแลผู้รับบริการได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นหัตถการขนาดใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบดูแลหลังผ่าตัด บุคลากรทางการแพทย์ และสถานที่ที่รองรับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับโรงพยาบาล

The Art Plastic Surgery Hospital มีทั้งหมด 3 สาขา ประกอบด้วยโรงพยาบาลศัลยกรรม 1 แห่ง และคลินิก 2 แห่ง ได้แก่ สาขาลาดพร้าวและพัทยา โดยมีผู้รับบริการชาวไทยประมาณ 85% และชาวต่างชาติประมาณ 15% กลุ่มผู้รับบริการต่างชาติส่วนใหญ่นิยมเข้ารับบริการศัลยกรรมที่มีความซับซ้อน เช่น เสริมหน้าอก เสริมจมูกแบบเปิด การดูดไขมัน การปรับรูปร่าง การผ่าตัดตกแต่งหน้าท้อง และการดึงหน้า มีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางที่ร่วมปฏิบัติงานประมาณ 30 ท่าน และทีมวิสัญญีแพทย์ประมาณ 30 ท่าน โดยใช้ระบบการดูแลแบบศัลยแพทย์ 1 ท่าน ต่อผู้ป่วย 1 ราย และวิสัญญีแพทย์ 1 ท่าน ต่อผู้ป่วย 1 ราย เพื่อให้สามารถติดตามและดูแลผู้รับบริการได้อย่างใกล้ชิด

มีขนาด 29 เตียง พร้อมห้องผ่าตัดจำนวน 12 ห้อง โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานห้องผ่าตัดที่สูงกว่าข้อกำหนดทั่วไป เพื่อรองรับการทำศัลยกรรมเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการในทุกขั้นตอนของการรักษา

ปัจจุบันอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามกำลังเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก ไปสู่แนวคิดการดูแลคุณภาพชีวิตที่ครอบคลุมมากขึ้น ผู้คนไม่ได้มองหาความสวยตามกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด พร้อมกับความมั่นใจ สุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดีขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้ม Longevity ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองในระยะยาว

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว The Art Plastic Surgery Hospital เดินหน้าวางตำแหน่งตัวเองในฐานะโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการรักษา ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล” ควบคู่กับความปลอดภัย ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ และประสบการณ์การดูแลผู้รับบริการอย่างครบวงจร

(ภาพเรียงจากซ้ายไปขวา) นพ.ธรรมรัตน์ จันทร์นวล Chief Medical Officer, คุณนมนรร ชื่นสุวรรณ V-CEO, คุณอิสริยา แก้วสมนึก Assist V-CEO

ผู้บริหาร The Art Plastic Surgery Hospital กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการตัดสินใจยกระดับจากคลินิกสู่โรงพยาบาล คือเรื่องของความปลอดภัยของผู้รับบริการ เพราะหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องได้รับการพักฟื้น การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน การดูแลเรื่องยา และการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบโรงพยาบาลสามารถรองรับได้อย่างครบถ้วน”

สำหรับการแข่งขันในตลาดศัลยกรรมความงามที่มีความหลากหลายมากขึ้น The Art Plastic Surgery Hospital มองว่าการสร้างความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่คือการส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้รับบริการ โดยมีหัวใจสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และความปลอดภัย

“ศัลยกรรมแตกต่างจากการรักษาโรคทั่วไป เพราะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ทำให้การรักษาสำเร็จ แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่สวยงาม เป็นธรรมชาติ และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล การเสริมจมูกหรือเสริมหน้าอกไม่ใช่เพียงการใส่วัสดุเข้าไป แต่ต้องอาศัยการออกแบบ การวิเคราะห์โครงสร้าง และความเชี่ยวชาญของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับตัวตนของผู้รับบริการ” แนวทางของโรงพยาบาลจึงไม่ได้มุ่งสร้างความงามตามกระแส แต่ให้ความสำคัญกับการค้นหาเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยเสริมจุดเด่นและเพิ่มความมั่นใจในแบบของตัวเอง โดยแพทย์จะทำหน้าที่วิเคราะห์ความต้องการของผู้รับบริการ พร้อมให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเข้าใจและความคาดหวังที่เหมาะสมกับความเป็นจริง

นอกจากความเชี่ยวชาญทางการแพทย์แล้ว โรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับ “Sense of Beauty” หรือความเข้าใจด้านความงามเฉพาะบุคคล เพราะศัลยแพทย์ความงามที่ดีไม่ได้มีเพียงทักษะด้านเทคนิค แต่ต้องสามารถมองเห็นความเหมาะสมของโครงสร้างใบหน้า รูปร่าง และบุคลิกของแต่ละคน เพื่อออกแบบผลลัพธ์ที่สมดุลและเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลจึงมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ และติดตามนวัตกรรมทางการแพทย์จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รับบริการ ภายใต้หลักสำคัญคือผลลัพธ์ที่ดีควบคู่กับความปลอดภัย

The Art Plastic Surgery Hospital ยังให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการดูแล ตั้งแต่ก่อนการผ่าตัด โดยมีการประเมินสุขภาพและความเหมาะสมของผู้รับบริการอย่างละเอียด การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ไปจนถึงหลังการผ่าตัดที่มีระบบดูแลในห้องพักฟื้น PACU โดยทีมพยาบาลติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ก่อนประเมินความพร้อมเพื่อย้ายเข้าสู่ห้องพักผู้ป่วย รวมถึงมีระบบติดตามผลหลังกลับบ้าน เพื่อดูแลการฟื้นตัวและรับฟังความพึงพอใจของผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

ในด้านราคา โรงพยาบาลยึดแนวคิด “ผู้รับบริการต้องได้รับคุณค่ามากกว่าราคาที่จ่าย” โดยกำหนดราคาในระดับ Premium Mass หรือพรีเมียมที่เข้าถึงได้ เป็นราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพและมาตรฐานที่ได้รับ ไม่ใช่การแข่งขันด้วยราคาต่ำที่สุด แต่เป็นการสร้างความคุ้มค่าผ่านทีมแพทย์ มาตรฐานความปลอดภัย เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการดูแลแบบครบวงจร

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยมีระบบตรวจสอบด้านบัญชี การจัดซื้อ และการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้รับบริการจะได้รับผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบที่มาได้ และผ่านกระบวนการจัดซื้อที่โปร่งใส

สำหรับเป้าหมายในอนาคต The Art Plastic Surgery Hospital ตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาแบรนด์ใหม่ ขยายบริการ และรองรับโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ

ผู้บริหารกล่าวว่า “เป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือการมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมของประเทศไทย เพราะแพทย์ไทยมีความสามารถและมีจรรยาบรรณสูง สิ่งที่เราต้องการทำคือเชื่อมความเชี่ยวชาญทางการแพทย์เข้ากับความเข้าใจผู้รับบริการและมุมมองด้านความงามเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการศัลยกรรมไทย”

ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า โรงพยาบาลยังมุ่งรักษามาตรฐานคุณภาพให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งการพัฒนาทีมแพทย์ การสร้างระบบบริหารจัดการที่แข็งแรง การพัฒนาเทคนิคการรักษา และการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับมาตรฐานการดูแลที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง

เพราะสำหรับ The Art Plastic Surgery Hospital ศัลยกรรมไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือการสร้างความมั่นใจ ความสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้รับบริการในระยะยาว