บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เร่งเครื่องธุรกิจ EMS ส่งด่วนพิเศษในประเทศ เดินหน้ายกระดับ “เครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ” ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก บริการทางการเงิน และเครือข่ายบริการสาธารณูปโภครายใหญ่ทั่วประเทศ ขยายจุดให้บริการส่งด่วน EMS ไปสู่ทุกจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตประจำวัน สร้างเครือข่ายรับฝากพัสดุที่เข้าถึงง่าย ครอบคลุม และใช้งานได้จริงในทุกมิติ อาทิ Lotus’s (โลตัส) CJ (ซีเจ) Big C (บิ๊กซี) Tops (ท็อปส์) NT Jiffy (จิ๊ฟฟี่) และศรีสวัสดิ์ สะท้อนบทบาทของไปรษณีย์ไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ระดับชาติที่พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Lifestyle Brand ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้บริการและภาคธุรกิจ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยจับมือกับกลุ่มธุรกิจที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ บริการทางการเงิน เครือข่ายบริการสาธารณูปโภค เพื่อขยายจุดให้บริการ EMS เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน EMS Point กว่า 80% เปิดให้บริการลูกค้าในจุดของเครือข่ายพันธมิตร อาทิ Lotus’s, CJ, Big C, Tops, NT, Jiffy และศรีสวัสดิ์ ซึ่งถือเป็นการปรับโมเดลโครงข่ายจากการลงทุนเปิดสาขาแบบเดิมสู่การร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความครอบคลุม ความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดในปี 2569 จะขยายจุด EMS Point เพิ่มเป็น 5,000 จุด โดยไปรษณีย์ไทยคาดว่า จากการขยายเครือข่ายและการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ จะส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการส่งด่วน EMS จากจุดบริการ EMS Point เติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงรายได้ 23.79% เชิงปริมาณ 27.02% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

“ไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลพันธมิตรที่ช่วยให้สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการในหลายด้าน สามารถบริหารเวลาได้มีประสิทธิภาพและนำเวลาไปโฟกัสกับการขายหรือพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าถึงจุดให้บริการได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการจัดส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการปิดการขายได้ในระยะเวลาที่สั้นลง ในขณะเดียวกันเจ้าของจุด EMS Point ก็ได้รับรายได้จากค่าตอบแทนในอัตราสูงสุด 40 บาทต่อชิ้น เป็นการสร้างรายได้เสริมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเปิดจุดให้บริการ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนในเรื่องของระบบรับฝาก การเข้ารับสิ่งของที่ลูกค้าฝากส่ง ณ จุดให้บริการ อุปกรณ์การให้บริการ และสื่อประชาสัมพันธ์ จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการเปิดจุดให้บริการอีกด้วย”

ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงข่าย EMS Point Post Service ร้านไปรษณีย์ไทย และ ที่ทำการไปรษณีย์ มีจำนวนรวมกันกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการขยายเครือข่ายการให้บริการด้านโลจิสติกส์ผ่านพันธมิตรที่มีจุดให้บริการที่ตั้งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของไปรษณีย์ไทยในการเข้าถึงผู้ใช้บริการในทุก Touch Point และตอกย้ำการเป็น Lifestyle Brand ที่เข้าใจทุกวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภค ในเชิงโมเดลธุรกิจ การขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรยังสะท้อนโมเดล Asset-light ที่ทำให้การบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังสะท้อนความเป็น Sharing Economy ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แต่ได้รับประโยชน์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งการเพิ่มทราฟฟิกในพื้นที่ การสร้างรายได้เสริม และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวก ความเชื่อมั่น และทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และความร่วมมืออื่น ๆ ในอนาคต

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบจุดให้บริการส่งด่วน EMS เพื่อนพี่ไปรฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th เพื่อเลือกใช้บริการในจุดที่สะดวกใกล้ตัวมากที่สุด หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center โทร. 1545

The Business Plus บิสิเนสพลัส
