กางโรดแมป 3 ปี TDH Dental ผู้นำ ‘นวัตกรรมรอยยิ้ม’ จัดทัพธุรกิจรับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness เร่งขยายสาขาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสู่บริษัทมหาชน

TDH Dental เปิดเส้นทางความสำเร็จ 20 ปี กว่า 50,000 รอยยิ้มแห่งความไว้วางใจ ดันคลินิกทันตกรรมพรีเมียมก้าวสู่ผู้นำ Invisalign ในประเทศไทย ตลาดรวมทันตกรรมมีมูลค่าประมาณ 2-3 แสนล้านบาท วางโรดแมป 3 ปี ปักหมุดขยายธุรกิจ เปิดสาขาใหม่ เผยสูตรสำเร็จปั้นแบรนด์ที่ลูกค้ารัก ด้วยมาตรฐานการรักษาและการบริการระดับสากล สร้างการเติบโตผ่านพลังการบอกต่อ (Word-of-Mouth) จากความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ผสานพลังจากคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆมากมายเตรียมเดินหน้าแผนการเติบโตที่ยั่งยืน รับเมกะเทรนด์ Longevity Beauty & Wellness นำองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์ ยกระดับแบรนด์สู่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมชั้นนำในไทย-เอเชีย

ในยุคที่ธุรกิจคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมแข่งขันสูง TDH Dental ได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) จากความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 50,000 เคส ตอกย้ำด้วยมาตรฐานระดับสากล ล่าสุดประกาศแผน 3 ปี เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้วยแผนการเติบโตครั้งสำคัญ รุกขยายสาขาใหม่ ยกระดับแบรนด์สู่คลินิกทันตกรรมพรีเมียมชั้นนำของประเทศ พร้อมเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ TDH Dental และ การยกระดับมาตรฐานบริการทันตกรรมของประเทศไทยว่า TDH Dental  เติบโตอย่างต่อเนื่องบนเส้นทาง 20 ปี ภายใต้แนวคิด 20 Years of Trusted Smiles หรือ 20 ปีแห่งรอยยิ้มที่ได้รับความไว้วางใจ โดยได้พิสูจน์ตัวเองจากผู้บุกเบิกคลินิกทันตกรรมระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อ สู่การเป็นผู้นำตลาดจัดฟันใส (Invisalign) โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่เข้ามาให้ดูแลรอยยิ้ม มากกว่า 50,000 เคส สะท้อนผ่านความสำเร็จจากมาตรฐาน ISO 9001:2015 ได้รับรางวัลการันตี Red Diamond Provider 2024 และรางวัล Blue Diamond Provider  2025 จาก Align Technology ภายในงาน 2026 Align Southeast Asia Forum ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้เข้ารับบริการจำนวนมากที่ไว้วางใจให้ TDH Dental ดูแลรอยยิ้มด้วยเทคโนโลยีการจัดฟันใส Invisalign

ที่ผ่านมา TDH Dental  สามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดทันตกรรมในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2-3 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว 13–15% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในอุตสาหกรรม Medical & Wellness โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากทำฟันเพื่อการใช้งานเป็นความต้องการเน้นผลลัพธ์ความงามที่ยืนยาวควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Wellness & Longevity)

โรดแมป 3 ปี รายได้แตะ 500 ล้านบาท เตรียมยกระดับสู่บริษัทมหาชน

ความสำเร็จของ TDH Dental ในช่วง 20 ที่ผ่านมา ทันตแพทย์เรืองยศ กล่าวว่า มาจากการรักษาจุดยืนความเป็นเลิศด้านบริการนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาช่วยประเมินและติดตามผลการรักษาแบบเรียลไทม์ และการร่วมมือกับพันธมิตร….เอเพล็กซ์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมไปถึงการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และกลุ่มผู้ชายที่หันมาใส่ใจเรื่องรอยยิ้มและบุคลิกภาพมากขึ้น ผ่านการทำตลาดแบบเจาะกลุ่มรายบุคคลมากยิ่งขึ้น

ภายใต้แผนธุรกิจและการขยายการลงทุนในระยะเวลา 3 ปี มีทั้ง แผนการขยายสาขาใหม่ เฉลี่ยปีละ 3-4 สาขา ทั่วประเทศโดยตั้งเป้าหมายการเติบโตบนทำเลที่มีศักยภาพ และห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม เช่น สาขาเซ็นทรัล ดุสิต ปาร์ค  สาขาทองหล่อ สาขาปุณณวิถี สาขาราชพฤกษ์ และ สาขาไอคอนสยาม เป็นต้น รวมทั้งการขยายเครือข่ายศูนย์ทันตกรรมไปยังหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับอุปสงค์จากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทันตแพทย์เรืองยศ  กล่าวว่า TDH Dental มุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งมิติการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการวางโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการองค์กรที่โปร่งใสตามหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลา และเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 3 ปี โดยมีเป้าหมายนำเงินทุนมาสนับสนุนแผนการขยายสาขาและพัฒนาศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์สู่แบรนด์ทันตกรรมระดับภูมิภาคในอนาคต

 

เจาะลึกโมเดลธุรกิจ TDH Dental

โมเดลธุรกิจของ TDH Dental จากจุดเริ่มต้นคลินิกทันตกรรม จากนั้นยกระดับสู่การวางตำแหน่งเป็น Premium & Specialized Dental Clinic ที่โดดเด่นด้านการจัดฟันใส (Invisalign) มากกว่า 7,000 เคส พร้อมได้รับรางวัลการันตีต่างๆมากมาย และ สร้างรอยยิ้มแบบองค์รวม

คุณวิภาวดี อ่อนสอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า โมเดลธุรกิจ ของ TDH Dental เน้นการมอบรอยยิ้มที่มั่นใจและสุขภาพช่องปากที่ดี ผ่าน ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีระดับโลก ในบรรยากาศการรับบริการระดับพรีเมียม

หัวใจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 ปีที่ผ่านมา มาจากการรักษามาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้มากที่สุดในด้านความแม่นยำ รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยใน 4 มิติ คือ 1. Fully Digital Dentistry ที่เข้ามาพลิกโฉมจากทันตกรรมแบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ 2. เครื่องสแกนฟัน iTero Element 5D 3.การออกแบบรอยยิ้มด้วยเทคนิค Aesthetic Norms เพื่อคำนวณความสมดุลของสัดส่วนใบหน้าเฉพาะบุคคล และ 4. CBCT (3D CT scan) เพื่อใช้วิเคราะห์โครงสร้างฟัน กระดูกขากรรไกร และสัดส่วนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง 4 มิตินี้ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกคลินิก และเป็นคุณภาพด้านการให้บริการที่นำไปสู่การบอกต่อ (Word-of-Mouth) โดยเป็นการสื่อสารที่มีพลังอย่างมากในธุรกิจการแพทย์ คิดเป็นสัดส่วนการบอกต่อที่แบรนด์ทำได้สูงถึง 50-60%

“นอกจาก มาตรฐานการรักษาจากทีมทันตแพทย์แล้ว การได้ ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ที่มีประสบการณ์การทำงานที่เป็นมืออาชีพจากบริษัท Invisalign ประเทศไทย เข้ามาเสริมทีมบริหารในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ทำให้การขยายธุรกิจของ TDH Dental เดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แผนงาน 3 ปี”

ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของ TDH Dental โฟกัสกลุ่มลูกค้าระดับบน มีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ ในวงการบันเทิง ศิลปิน นักแสดง และ นักธุรกิจ นอกจากนี้ยังเตรียมขยายการรับรู้แบรนด์ไปสู่กลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มเด็กและวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ที่รักสุขภาพ (Well-Aging) และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศระดับกลาง-บน ที่สามารถใช้บริการผ่านสิทธิประโยชน์ร่วมกับองค์กรชั้นนำ

TDH Dental แบรนด์ที่ลูกค้ารัก ใช้บริการซ้ำ บอกต่อ

คุณวิภาวดี กล่าวว่า Experience-led Marketing เป็นกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์และความความสัมพันธ์ระยะยาว เป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งให้กับ TDH Dental เป็นอย่างมาก โดยเป็นการนำเสนอด้านความรู้สึกและเรื่องราว การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค และสร้างความประทับใจผ่านทุกจุดสัมผัส ภายใต้บรรยากาศคลินิกในทุกสาขา ผ่านการให้บริการต้อนรับ และห้องรับรองในระดับ Premium

แนวทางการสร้างการรับรู้แบรนด์ และการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาใช้บริการซ้ำของ TDH Dental จะเน้นการสื่อสารคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ในเชิงลึกที่เชื่อมโยงสุขภาพช่องปากเข้ากับ “สุขภาพองค์รวมและการชะลอวัย” (Longevity) เพื่อยกสถานะจากคลินิกจัดฟันทั่วไป สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างใบหน้าและรอยยิ้มระดับพรีเมียม เช่น โปรแกรมดูแลป้องกัน ขูดหินปูน สปาช่องปาก และตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนคนไข้เฉพาะบุคคลเมื่อถึงกำหนดตรวจฟัน หรือเปลี่ยนชิ้นงานจัดฟัน พร้อมระบบสิทธิประโยชน์การสร้างแคมเปญพิเศษสำหรับกลุ่มคนไข้ที่เป็นฐานลูกค้าเก่าให้ส่งต่อ สิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมให้ครอบครัวหรือเพื่อนสนิท เพื่อสร้างระบบการบอกต่อที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจับมือกับสถาบันความงาม โรงแรม 5 ดาว หรือแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม เพื่อทำแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์

“ลูกค้าจะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างไปจากบริการทำฟัน เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมอบประสบการณ์ระดับลักชัวรี เช่น จองคิวผ่านระบบดิจิทัล ทำให้สะดวกสบายและรวดเร็วในการใช้บริการ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยทีมแพทย์ผ่าน Tele-dentistry ไปจนถึงระบบบันทึกข้อมูลคนไข้แบบเชื่อมโยงกันทุกสาขา และเตรียมนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการให้บริการผ่านสมาร์ทโฟน ในอีก 3 ปีข้างหน้า”

 

ถอดรหัสความสำเร็จ ‘รามอินทรา’ ต้นแบบสาขาคลินิกทันตกรรมยุคใหม่

คุณวิภาวดี กล่าวว่า TDH Dental สาขารามอินทรา พัฒนาให้เป็นต้นแบบของคลินิกทันตกรรมยุคใหม่ ทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นทำเลศักยภาพสูงที่มีหมู่บ้านระดับหรูและกำลังซื้อหนาแน่น

จุดเด่นคือ การนำบริการระดับ 5 ดาวจากสาขาต้นแบบ (ทองหล่อ) มาไว้ที่รามอินทรา มีระบบนัดหมายที่แม่นยำ ไม่ต้องรอนานและการต้อนรับที่เป็นส่วนตัว พร้อมทั้งยกระดับเป็น “ศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทาง” ทุกสาขา ทำให้คนไข้ในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองชั้นในเพื่อรับการรักษาที่ซับซ้อน โดยติดตั้งเครื่องสแกน 3 มิติ เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัล และระบบวางแผนการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบตั้งแต่เปิดบริการ เพื่อสร้างบรรยากาศการมาทำฟันให้รู้สึกเหมือนการมา สปาหรือพักผ่อนกลิ่นอโรมาบำบัด เพื่อลดความเครียดของลูกค้า

ส่อง เมกะเทรนด์ Longevity จาก ‘รักษา’ สู่ ‘บิวตี้ แอนด์ เวลเนส’

เปิดผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านทันตกรรม และ ข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมทันตกรรม โดย คุณวิภาวดี กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก “การรักษา” สู่มองหาบริการที่ตอบโจทย์ด้าน “ความงามและสุขภาวะองค์รวม” ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น นั่นคือ ลองจิวิตี้ บิวตี้ แอนด์ เวลเนส (Longevity Beauty & Wellness) เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองการทำฟันเป็นเพียงการรักษาโรคแต่เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และสร้างการยอมรับในสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ (Dental Tourism) ขยายตัวอย่างในประเทศไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

“ผู้บริโภคไม่ได้เดินทางไปหาหมอฟันเมื่อมีอาการปวดอีกต่อไป แต่มาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพ เช่น การทำวีเนียร์รากฟันเทียม การจัดฟันใสแบบปรับโครงหน้าด้วยเทคนิค Aesthetic Norms และมองว่าสุขภาพช่องปากส่งผลต่ออายุที่ยืนยาว”

โดยผู้บริโภคในกลุ่มระดับพรีเมียม เซกเมนต์ ตัดสินใจเลือกคลินิกจาก ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการรีวิวจากผู้ใช้จริงสูงถึง 50-60% โดยเฉพาะกลุ่มคนดัง ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ มีผลอย่างมากต่อการสื่อสารถึงความเชื่อมั่นในผลลัพธ์ภายหลังจากการเข้ารับบริการ

ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า พฤติกรรมผู้บริโภคจะมีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมความคาดหวังการวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อ “เฉพาะบุคคล” เท่านั้น รวมทั้งความต้องการที่จะเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าผ่านภาพจำลอง AI ก่อนเริ่มทำการรักษาจริง

“ผู้บริโภคยุคใหม่มีเวลาน้อยลง การรักษาที่เคยต้องมาหลายครั้งจะถูกบีบให้จบเร็วขึ้น เช่น รากฟันเทียมแบบเสร็จในวันเดียวหรือการจัดฟันใสที่ลดจำนวนครั้งในการเข้าคลินิกแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง โดยที่ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายของลูกค้าต่างชาติที่จะเดินทางมาใช้บริการหัตถการความงามระดับสูงมากขึ้น ควบคู่ไปกับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการรักษาฟันแท้ให้ยาวนานที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” คุณวิภาวดี กล่าว

 

เจาะแนวคิดบริหารคนเก่ง ทีมแกร่ง

ทันตแพทย์หญิงภัคพร  ภัทราพรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า แผนการดูแลรักษา และพัฒนาทีมทันตแพทย์ รวมถึงบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตสำหรับ TDH Dental ในอนาคต โดยเน้นการจัดทำโปรแกรมฝึกอบรมภายใน การทำความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีทันตกรรมระดับโลก เพื่ออัปเดตเทคนิคการรักษาใหม่ๆ ให้ทีมทันตแพทย์ การสร้างระบบการส่งต่อคนไข้ระหว่างทันตแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขา เช่น หมอจัดฟัน ทำงานร่วมกับหมอวีเนียร์ และหมอโรคเหงือก เป็นต้น เพื่อการรักษาแบบองค์รวม

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมสนับสนุน ได้แก่ส่วนงานเคาน์เตอร์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ Coordinator ให้มีทักษะการสื่อสารขั้นสูง เพื่อให้บริการและนำเสนอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าที่สอบถาม ขณะเดียวกันก็พร้อมวางแผนเส้นทางเติบโตในสายงานสำหรับบุคลากร พร้อมระบบผลตอบแทนที่สะท้อนถึงคุณภาพการรักษาและความพึงพอใจของคนไข้

ปัจจุบัน TDH Dental มีที่เปิดให้บริการใน 12 สาขาทั้งในไทยและลาว  เช่น ราชพฤกษ์ รามอินทรา  และล่าสุดกำลังจะเปิดที่กรุงเทพกรีฑา ซึ่งการขยายสาขาต้องรักษามาตรฐานเดียวกัน ทั้งด้านบริการทางการแพทย์และ Service Mindset ผ่านระบบ Cloud-based Clinic Management และการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาแบบรายครั้งเป็นการดูแลตลอดชีวิต ผ่านโปรแกรมการตรวจเช็คและดูแลต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ทะลุ 450 ล้านบาท หรือเกือบแตะ 500 ล้านบาท จากปี 2568 มีรายได้ 321.9 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30%