นำเชา เปิดตัว BinBin Multigrain–Mee Jang ใน THAIFEX 2026 รุก Healthy Snack และ Convenience Food ดันตลาดไทยโต

บริษัท นำเชา ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากข้าวและผู้ส่งออก Rice Cracker อันดับ 1 ของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างจริงจัง หลังสร้างความแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ “BinBin Multigrain” และ “Mee Jang” ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพ ควบคู่กับความสะดวกและรสชาติที่ดี

คุณเอกศักดิ์ แก้วเกต รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท นำเชา ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และกำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “New Journey into the Future” เพื่อยกระดับองค์กรจากผู้ผลิตขนมข้าวระดับโลก สู่การเป็นแบรนด์อาหารจากข้าวระดับสากล หรือ Global Rice-Based Food Brand ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

“พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวก และประสบการณ์การบริโภคมากขึ้น อาหารจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เราจึงมุ่งพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมอาหารจากข้าวที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ”

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของบริษัท คือ การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ ผ่านการพัฒนาสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมอาหารโลก ทั้งกลุ่ม Better-for-You Snack และ Convenience Food ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่เปิดตัวในปีนี้ ได้แก่ “BinBin Multigrain” ขนมข้าวอบกรอบสูตรใหม่ที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิไทย ผสานคุณค่าจากซูเปอร์เกรนส์ 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง งาดำ และเมล็ดแฟลกซ์ ภายใต้แนวคิด Better-for-You Snack โดยมีจุดเด่นคือ อบไม่ทอด ไขมันน้อยกว่า 50% ปราศจากกลูเต็น และไม่มีการเติมวัตถุกันเสีย สี หรือผงชูรส

พร้อมเปิดตัว 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ Triple Cheese และ Chilli Nori เพื่อขยายฐานผู้บริโภควัยรุ่นและกลุ่มคนทำงานที่ต้องการขนมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่ยังคงความอร่อยและความสนุกในการรับประทาน

ขณะที่ “Mee Jang” ถือเป็นการขยายพอร์ตธุรกิจสู่กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูปอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการรีแบรนด์ใหม่ภายใต้แนวคิด Global Street Food โดยนำเมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมจากหลายประเทศมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง

ผลิตภัณฑ์ชุดแรกเปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่ ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวเรือ และหมี่โกเรง โดยใช้ทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวจากข้าวและเส้นบะหมี่สไตล์เกาหลี พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล เพื่อรองรับผู้บริโภคในวงกว้างและเพิ่มศักยภาพการขยายตลาดในอนาคต

ด้านแผนการเติบโตในช่วงปี 2569-2571 บริษัทจะมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมอาหารและขนมจากข้าว การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าใหม่ผ่านร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อาทิ Shopee, Lazada และ TikTok Shop เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม

“เรามองว่าข้าวไม่ใช่เพียงวัตถุดิบดั้งเดิมของเอเชีย แต่เป็นวัตถุดิบแห่งอนาคตที่สามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมอาหารได้หลากหลาย ทั้งด้านสุขภาพ ความสะดวก และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั่วโลก การเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย พร้อมยกระดับศักยภาพอาหารจากข้าวไทยสู่เวทีสากล” คุณเอกศักดิ์ กล่าว

ภายใต้วิสัยทัศน์ “Future for Everyone, Wellness Everyday” นำเชา ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอาหารจากข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต