บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในงาน THAIFEX Anuga Asia 2026 เสริมแกร่งความเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจโดยมียอดขายในปี 2568 กว่า 8.6 พันล้าน เติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วย Market share อันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เนย และชีส นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผลักดันให้เกิด “นวัตกรรมอาหารเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน” ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C พร้อมเดินหน้าขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค (Regional Player) อย่างเต็มภาคภูมิ นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “ความสำเร็จของ KCG ในปีที่ผ่านมาสะท้อนผ่านการเติบโตทางธุรกิจ ดังนี้
- ผลประกอบการปี 2568 ที่สร้างสถิติ New High ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีรายได้จากการขายถึง 8,645.5 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 11.6% โดยมีกำไรสุทธิ 503.3 ล้านบาท เติบโตถึง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- ผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีซ้อน ภายใต้แบรนด์ Allowrie อีกทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารและเบเกอรี่ (FBI) อาทิ แบรนด์ Imperial และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ ติดอันดับ Top 5 ในตลาด มุ่งเน้นการเป็น Seamless Solution Provider สำหรับผู้ประกอบการ B2B รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) ที่เป็น 1 ใน 5 แบรนด์ที่ครองใจคนไทย โดยมี “อิมพีเรียล” เป็นแบรนด์เรือธงด้วยสินค้าคุกกี้กล่องแดง”

ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตของ KCG เป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2016–2025) คือบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างไม่หยุดนิ่ง ดังนี้
- บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีรายได้เป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Consecutive Growth) แม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของกำไรอยู่ที่ประมาณ 12-15% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ(KCG Value Chain) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีแบรนด์ “Allowrie” (อลาวรี่) ครองตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 มากว่า 10 ปี *No.1 Allowrie Butter นาน 10 ปี ในช่องทาง B2C ข้อมูลจาก NIQ
เพื่อให้เป้าหมาย “ความสุขอย่างยั่งยืน” เกิดขึ้นได้จริง KCG จึงมุ่งเน้นการจัดทัพทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผ่าน “ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain)” เพื่อ Synergy หรือรวมพลังของทุกภาคส่วนให้สอดประสานกันอย่างลงตัว ซึ่งการผสานศักยภาพนี้จะช่วยให้ทุกฟันเฟืองของธุรกิจขับเคลื่อนไปได้รวดเร็วและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ตอบโจทย์ทั้งกลยุทธ์การเติบโตและการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยร้อยเรียงผ่าน 5 กิจกรรมหลัก คือ
1.การจัดหาวัตถุดิบหลัก และสินค้า (Raw Material & Trading Goods Sourcing)
2.การผลิต (Operations)
3.การจัดการคลังสินค้า การจัดส่ง และกระจายสินค้า (Warehouse Distribution & Logistics)
4.การตลาดและการขาย (Marketing & Sales)
5.การเป็นพันธมิตรผู้สร้างสรรค์โซลูชันเบเกอรีและอาหารอย่างครบวงจร (Seamless Solution Provider)
นายดำรงชัย กล่าวต่อว่า “การมีห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ที่เข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญที่ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดจากการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสถานะที่เราไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับการมอบให้จากความไว้วางใจของพันธมิตรด้วยผลงานที่สร้างมาอย่างยาวนาน ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ และ KCG มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาคให้ได้”

หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “Trusted Provider” คือ
1.การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับสากลในกลุ่มธุรกิจ B2B
เน้นการสร้างพันธมิตรระยะยาวกับพาร์ทเนอร์ด้วยจรรยาบรรณการรักษาความลับทางการค้าและไม่ผลิตสินค้าแข่งกับคู่ค้า ผสานกับการช่วยคู่ค้าศึกษาอินไซต์เชิงลึกจนเกิดเป็น Success Stories ในตลาดโฟกัสหลักอย่าง เวียดนาม ที่เราปรับรสชาติและบรรจุภัณฑ์ Imperial Cookies ให้พรีเมียมถูกปากคนท้องถิ่น พร้อมปรับ Packaging ให้มีความหรูหรา เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด และ ญี่ปุ่น ที่เราเน้นการพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้า ทั้งสูตรและขนาดตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล พร้อมดูแลหลังการขายเพื่อเติบโตไปกับคู่ค้า รวมถึงโอกาสสำคัญในตลาดมีความต้องการสินค้ากลุ่ม ผลิตภัณฑ์จากนม (Dairy Products) สูงอย่าง ฟิลิปปินส์ ที่นิยมรสชาติที่มีความ Creamy ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดเนยและชีสแบรนด์ Allowrie
2.การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ส่งมอบไลฟ์สไตล์ในกลุ่มธุรกิจ B2C
เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ผลิตสู่การเป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมอาหารที่เข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้บริโภค ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง (Urban Lifestyle Solutions) ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดี (Health & Wellness Innovation) พร้อมยกระดับการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง
และเข้าถึงใจผู้บริโภคทั่วภูมิภาคอาเซียน (Brand Building Across ASEAN Markets) โดยมุ่งยกระดับแบรนด์หลักของบริษัทให้เติบโตในระดับภูมิภาค ผ่านการสร้าง Brand Awareness และ Consumer Engagement ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ภายใต้แนวคิด “Global Quality with Local Relevance”
3.การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค (Regional Player)
การก้าวข้ามจากผู้นำในประเทศสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ (From Local Leader to Regional Player) คือหัวใจหลักของเป้าหมายในอนาคตที่ KCG มุ่งมั่นขับเคลื่อน โดยเราตั้งเป้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับด้วยผลประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA พร้อมเดินหน้าสู่หมุดหมายสำคัญในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เพื่อพิสูจน์ถึงความตั้งใจในการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสาร หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/kcgcorporation , www.kcgcorporation.com/
#KCG #KCGCorporation #KCGมีดีมากกว่าคุกกี้กล่องแดง #Thaifex
The Business Plus บิสิเนสพลัส
