ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Best Bank for RMB Foreign Exchange Trading ประจำปี 2026 จากนิตยสาร Business+ ในงาน Thailand Top Company Awards 2026 มาครองได้อย่างสง่างาม โดยเบื้องหลังรางวัลอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนถึงความเป็นเลิศในด้านธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน (RMB) ที่ทางธนาคารฯ มุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าธุรกิจและนักลงทุนในตลาดโลก ด้วยความเชี่ยวชาญในตลาดเงินระหว่างประเทศ และเครือข่ายระดับโลกของ Bank of China ธนาคารสามารถให้บริการด้าน RMB Foreign Exchange Trading ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทย-จีน

มากกว่า 100 ปีในจีน มากกว่า 32 ปีในไทย คือ รากฐานที่สร้างมาเพื่อสิ่งนี้
ความได้เปรียบของธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการสะสมประสบการณ์และเครือข่ายที่ยาวนานในระดับที่คู่แข่งรายใดยากจะเลียนแบบ จากรากฐานที่ดำเนินกิจการในประเทศจีนมาแล้วกว่า 100 ปี ครอบคลุมบริการทางการเงินเต็มรูปแบบและเครือข่ายทั่วโลก ที่หยั่งรากลึกในทุกตลาดสำคัญ ขณะที่สาขาในประเทศไทยมีประสบการณ์มากกว่า 32 ปี ซึ่งหมายความว่า ธนาคารเข้าใจความต้องการของลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งในมิติของวัฒนธรรมธุรกิจ ลักษณะของตลาด และรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุค
สิ่งที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) แตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม คือ การที่ลูกค้าธุรกิจไทย-จีนสามารถทำธุรกรรมโดยแลกเปลี่ยนเงินบาทและเงินหยวนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านสกุลเงินกลางอย่างดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนั่นหมายถึงการลดต้นทุนการแลกเปลี่ยน การลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และการเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินธุรกรรมให้กับผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ ในโลกที่ Margin ของธุรกิจถูกบีบจากทุกทิศทาง
การประหยัดต้นทุนในส่วนนี้มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด
ตัวเลขที่บอกทุกอย่าง คือโลก RMB กำลังพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์
เพื่อเข้าใจว่า ทำไมรางวัลนี้จึงมีน้ำหนักมากในปี 2026 ต้องมองภาพรวมของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการค้าทวิภาคีในปี 2568 อยู่ที่ 153,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติบนกระดาษ แต่หมายถึงธุรกรรมนับล้านรายการที่ต้องการการจัดการด้านอัตราแลกเปลี่ยนในทุกวัน ทุกชั่วโมง และทุกนาที
ในระดับภูมิภาค ปริมาณการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย RMB ระหว่างจีนและอาเซียน เติบโตถึง 35% ในปี 2567 โดย RMB คิดเป็นสัดส่วนถึง 28% ของมูลค่าการค้าทวิภาคีทั้งหมด และในเดือนธันวาคม 2567 ปริมาณการชำระเงิน RMB ข้ามพรมแดนของจีนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12.7 ล้านล้านหยวน ซึ่งเทียบเท่าราว 1.78 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลสถิติ แต่คือคลื่นความต้องการมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่ตลาดไทย และธนาคารที่พร้อมรับคลื่นนั้นได้ดีที่สุดคือธนาคารที่มีโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญสะสมมาอย่างยาวนาน
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ระบบ CIPS หรือ Cross-Border Interbank Payment System ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการชำระเงิน RMB ระหว่างประเทศ มีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 175 ล้านล้านหยวน ในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 43% ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่ม Bank of China มีการเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ CIPs ช่วยให้ลูกค้าและคู่ค้าทำธุรกรรมได้สมบูรณ์อย่างรวดเร็วขึ้นมาก
ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ มุมมองของผู้บริหารกับความเป็นเลิศของธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) ไม่ได้วัดเพียงจากปริมาณธุรกรรม หรืออัตราแลกเปลี่ยนที่แข่งขันได้ แต่ยังรวมถึงบทบาทที่กว้างกว่านั้น ในระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย ดังนั้น ธนาคารได้ปฏิบัติตามกลยุทธ์ ESG ของกลุ่มธนาคารแห่งประเทศจีน ภายใต้กลยุทธ์ 3 ประการที่เป็นแกนหลักของการดำเนินงาน ได้แก่ 1. การส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2. การสร้างสังคมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และ 3. การเสริมสร้างการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส
ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้หมายถึงการให้เงินทุนสีเขียว เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย การให้สินเชื่อแก่ลูกค้าโดยคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อม และการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวที่ทั้งโลกและประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายนั้น ในยุคที่นักลงทุนและคู่ค้าระดับโลกให้น้ำหนักกับ ESG มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่ธนาคารสามารถยืนหยัดในมาตรฐานเหล่านี้ได้เป็นสิ่งที่เพิ่มความน่าเชื่อถือในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

สะพานแห่งอนาคต ไทยในฐานะศูนย์กลาง RMB ของภูมิภาค
ทั้งนี้ บริบทที่น่าตื่นเต้นที่สุดของเรื่องนี้ คือตำแหน่งที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่แผนที่การเงินโลก ปริมาณการค้าในกลุ่มอาเซียนที่ชำระด้วย RMB พุ่งสูงถึง 5.8 ล้านล้านหยวนในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 120% เมื่อเทียบกับปี 2564 และที่น่าสังเกตเป็นพิเศษ คือ ไทยได้ดำเนินธุรกรรมน้ำมันด้วย Digital RMB เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งาน RMB ทั่วไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการชำระเงินด้วยหยวนในภูมิภาค
ในบริบทนี้ วงเงิน Currency Swap ระหว่างไทยและจีนที่อยู่ที่ 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คือโครงสร้างพื้นฐานระดับนโยบายที่ช่วยเปิดประตูให้ธุรกิจไทยเข้าถึง RMB ได้สะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น และธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) คือตัวกลางที่แปลงนโยบายระดับมหภาคเหล่านี้ให้กลายเป็นโซลูชันที่ผู้ประกอบการสามารถใช้งานได้จริงในระดับปฏิบัติการทุกวัน
ยิ่งไปกว่านั้น เงิน RMB มีส่วนแบ่งในระบบการชำระเงิน SWIFT ทั่วโลกอยู่ที่ 4.33% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และทิศทางนี้ยังคงเดินหน้าต่อ ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกต่างลงนามในข้อตกลง Currency Swap กับจีน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับสถาบันที่มีต่ออนาคตของสกุลเงินนี้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) พร้อมและได้เปรียบมากที่สุดในการเป็นผู้นำพาลูกค้าไทยเดินทางบนเส้นทางนี้
ความท้าทายที่ไม่หนีและพันธกิจที่ไม่เปลี่ยน
วงการการเงินและการค้าระหว่างประเทศในยุคนี้ไม่ได้ราบเรียบ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วล้วนเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญทุกวัน ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) ไม่ได้ทำเป็นว่าความท้าทายเหล่านี้ไม่มีอยู่ แต่เลือกที่จะลงทุนในการพัฒนาเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และนำเสนอแนวทางการเงินที่ยืดหยุ่นพอที่ลูกค้าจะยืนหยัดและเติบโตได้ แม้ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน
วิสัยทัศน์ที่ธนาคารยึดมั่นมาตลอด คือ การเป็น “ธนาคารอันดับหนึ่งด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีน” ซึ่งไม่ใช่แค่คำประกาศบนกระดาษ แต่คือพันธกิจที่แสดงออกผ่านทุกการตัดสินใจ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนา บริการที่ออกแบบ และบุคลากรที่ฝึกฝนมาเพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่อยู่บนรอยต่อระหว่างสองประเทศอย่างแท้จริง
รางวัล Best Bank for RMB Foreign Exchange Trading จากเวที Thailand Top Company Awards 2026 จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือการยืนยันอีกครั้งว่า เส้นทางที่เลือกเดินมาตลอดนั้นถูกต้อง และธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จะยังคงเดินหน้าบนเส้นทางนี้ต่อไป ด้วยเครือข่ายระดับโลก ความเชี่ยวชาญที่สะสมมานาน และนวัตกรรมที่ไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้ทุกธุรกรรม RMB เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าอย่างสูงสุด
The Business Plus บิสิเนสพลัส
