“MOSHI” โชว์ความสำเร็จ ทำผลงานปี 68 ทุบสถิติ กวาดรายได้ 3,682.74 ล้านบาท กำไรโตแกร่ง 28.7% รับอานิสงส์สินค้าลิขสิทธิ์-High Season ดัน SSSG พุ่ง 6.95% บอร์ดใจป้ำปรับเพิ่ม Payout Ratio พร้อมจ่ายปันผล 1.22 บาท/หุ้น ปักธงปี 69 รายได้โตต่อ 15-20%

‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย ประกาศผลงานปี 2568 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่อง กวาดรายได้จากการดำเนินงาน 3,664.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% และมีกำไรสุทธิ 670.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% ดัน SSSG เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6.95% รับอานิสงส์ช่วง High Season และความสำเร็จของสินค้าลิขสิทธิ์ยอดนิยม บอร์ดไฟเขียวเสนอจ่ายเงินปันผล พร้อมปรับสัดส่วน Payout Ratio จาก 50% เพิ่มขึ้นเป็น 60% รับปันผล 1.22 บาทต่อหุ้น พร้อมปักธงปี 2569 รุกตลาดต่อเนื่องตั้งเป้ารายได้โต 15-20% เตรียมงบลงทุน 420 ล้านบาท เสริมแกร่งคลังสินค้าใหม่และขยายสาขาเพิ่ม 35 แห่ง

นางสาวศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 1,170.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้ 1,051.43 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 242.57 ล้านบาท เติบโต 17.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 205.93 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ขยายตัวเพิ่มเป็น 20.7% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 56.6% เพิ่มขึ้น 3.3 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 0.9 จุด เมื่อเทียบไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและและโครงสร้างสินค้าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จในไตรมาสนี้มีปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลจับจ่าย (High Season) ประกอบกับ MOSHI ได้ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการเกาะติดกระแสความนิยมของตลาดอย่างใกล้ชิด (Market Trend) ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายพันรายการ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนเดินหน้ากลยุทธ์สินค้าลิขสิทธิ์ระดับสากล (Character Licensing) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง อาทิ Care Bears, We Little RIIZE, PEANUTS SNOOPY & FRIENDS, ZOOTOPIA และ STITCH ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าใหม่มากกว่า 2,000 SKUs ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภทและดีไซน์ ตอบรับเทรนด์ Small Gift Exchange  รวมถึงสินค้ากลุ่มเทศกาล (Seasonal Products) ทั้ง Halloween และ Christmas เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการช้อปปิ้งและตอบโจทย์ความต้องการของขวัญในช่วงสิ้นปี

ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ สามารถสร้างผลงานเติบโตได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 3,682.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% YoY ที่มีรายได้รวม 3,127.90 ล้านบาท และสามารถทำกำไรสุทธิได้ 670.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% YoY ที่มีกำไรสุทธิ 520.68 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิทำได้ 18.2% โดยมีอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ตลอดปีอยู่ที่ 6.95% ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจค้าปลีก 85% ธุรกิจค้าส่ง 13% และช่องทางอื่นๆ อีก 2% หลายหมวดสินค้าของบริษัทล้วนมีสินค้าที่โดดเด่นและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยในแต่ละหมวดจะมีสินค้าขายดีที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เทรนด์ตลาด และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละฤดูกาล สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและทันท่วงทีรวมถึงการเปิดตัวสินค้ากลุ่ม DIY ที่ลูกค้าสามารถ Customize สินค้าได้ด้วยตนเอง ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ควบคู่ไปกับความสำเร็จของการออกคอลเลกชันลิขสิทธิ์ที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 38 สาขา แบ่งเป็นสาขาร้าน Moshi Moshi 37 สาขา (ในรูปแบบ Standalone 7 สาขา) และร้าน Garlic 1 สาขา นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 1.22 บาทต่อหุ้น โดยได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการจ่ายปันผล (Payout Ratio) จาก 50% เป็น 60% ของกำไรสุทธิ เพื่อสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้ความเชื่อมั่น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOSHI กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 15-20% และรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เฉลี่ยที่ 3-5% แม้ภาพรวมตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) จะมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ แต่บริษัทฯ เชื่อมั่นในศักยภาพการพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค และสอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว (Market Trend) ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ภายในร้านค้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างและรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในปี 2569 MOSHI วางงบลงทุนไว้ประมาณ 420 ล้านบาท แบ่งเป็น สำหรับการดำเนินธุรกิจปกติ 200 ล้านบาท และลงทุนสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ 220 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาใหม่ในปี 2569 ไว้ 35 สาขา แบ่งเป็นสาขาในรูปแบบ Standalone อย่างน้อย 5 สาขา โดยไตรมาส 1/2569 เปิดสาขาไปแล้ว 3 สาขา ได้แก่ บิ๊กซี เคหะร่มเกล้า, บิ๊กซี หาดใหญ่ และโลตัส ประทุ่มแบน ส่งผลให้ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทฯ มีสาขาค้าปลีกและค้าส่งที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 205 สาขา แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 197 สาขา โดยเป็น รูปแบบ Standalone จำนวน 12 สาขา, ร้านค้าส่งแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 2 สาขา, ร้าน Garlic 4 สาขา ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย